โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ศศิกานต์” หวั่น ‘พฤติกรรมเลียนแบบ’ หลัง 3 เหตุรุนแรงในโรงเรียนวันเดียว จี้รัฐยกระดับความปลอดภัยเด็กไทย ตั้งแผนรับมือระดับชาติ แนะ ‘ศธ.-สธ.’ ประสานข้อมูล เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างน้อย 1 ปี

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ศศิกานต์” หวั่น ‘พฤติกรรมเลียนแบบ’ หลัง 3 เหตุรุนแรงในโรงเรียนวันเดียว จี้รัฐยกระดับความปลอดภัยเด็กไทย ตั้งแผนรับมือระดับชาติ แนะ ‘ศธ.-สธ.’ ประสานข้อมูล เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างน้อย 1 ปี

น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และอดีตรองโฆษกรัฐบาล แสดงความกังวลต่อเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสถานศึกษา 3 กรณีภายในวันเดียว พร้อมเตือนว่าประเด็นที่น่าห่วงที่สุดคือ “พฤติกรรมเลียนแบบ” ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุรุนแรงซ้ำในโรงเรียนอื่น ทั่วประเทศได้

น.ส.ศศิกานต์ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนปัญหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยและระบบดูแลสุขภาพจิตเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะกรณีนักเรียนชั้น ม.3 อายุ 14 ปี ก่อเหตุยิงในโรงเรียนย่านนนทบุรี กรณีนักเรียนรุมทำร้ายเพื่อนและมีการใช้อาวุธปืนข่มขู่ในโรงเรียนย่านสามเสน และกรณีโรงเรียนชื่อดังในภาคใต้ต้องประกาศเรียนออนไลน์ชั่วคราว หลังอดีตครูอัตราจ้างชาวต่างชาติโพสต์ภาพอาวุธปืนข่มขู่คณะครู

“สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่แค่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่คือความเป็นไปได้ที่เด็กคนอื่นจะรับรู้และเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ หากรัฐยังไม่มีระบบป้องกันที่ทำงานได้จริง” น.ส.ศศิกานต์ กล่าว

รองโฆษก รทสช. เห็นว่า รัฐควรเร่งปรับระบบคัดกรองนักเรียนกลุ่มเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้แบบประเมินที่กรอกแล้วจบ โดยกรณีล่าสุดมีข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุมีความเครียดจากการเรียนและเคยโพสต์ภาพอาวุธปืนบนสื่อสังคมออนไลน์มาก่อน ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนที่ควรมีหน่วยงานรับผิดชอบติดตามอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ ยังเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการบรรจุตำแหน่ง “นักจิตวิทยาโรงเรียน” เป็นอัตรากำลังถาวร เนื่องจากหลายโรงเรียนมีนักเรียนจำนวนมาก แต่มีครูแนะแนวจำกัดและต้องรับผิดชอบงานด้านอื่นจำนวนมาก ทำให้การดูแลเด็กที่มีภาวะเสี่ยงทำได้ไม่ทั่วถึง

น.ส.ศศิกานต์ ยังเสนอให้ทุกโรงเรียนมีการซ้อมแผนเผชิญเหตุเป็นภาคบังคับอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เช่นเดียวกับการซ้อมหนีไฟ รวมถึงจัดตั้งช่องทางร้องเรียนเหตุความรุนแรงที่เป็นอิสระจากผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อให้สามารถแจ้งเหตุได้อย่างปลอดภัยและตรวจสอบได้

ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข น.ส.ศศิกานต์ เสนอให้มีแผนเยียวยาระยะยาวอย่างน้อย 1 ปี สำหรับนักเรียน ครู และครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เด็กที่ผ่านการคัดกรองว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสามารถเข้าถึงการรักษาและการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญได้จริง

น.ส.ศศิกานต์ ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า อาวุธปืนที่ถูกใช้ในเหตุการณ์ล่าสุดไม่ใช่อาวุธเถื่อน แต่เป็นปืนที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายและถูกเก็บไว้ภายในบ้าน จึงเห็นว่ารัฐบาลควรทบทวนมาตรการควบคุมการเก็บรักษาอาวุธปืนในครัวเรือน รวมถึงบทบาทของกระทรวงมหาดไทยในการป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงอาวุธได้ง่าย

“ทุกครั้งที่เกิดเหตุรุนแรง เรามักได้ยินคำว่า ‘จะยกระดับมาตรการ’ แต่สิ่งที่สังคมต้องการคือเป้าหมายที่วัดผลได้ กรอบเวลาที่ชัดเจน และผู้รับผิดชอบที่ตรวจสอบได้” น.ส.ศศิกานต์ กล่าว

ทั้งนี้ น.ส.ศศิกานต์ ย้ำว่า ความปลอดภัยในโรงเรียนไม่ใช่เรื่องของโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานของรัฐต้องร่วมกันป้องกันอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้เหตุรุนแรงในสถานศึกษากลายเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย พร้อมย้ำว่า “โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ครู และผู้ปกครองทุกคน”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...