ต่างชาติช้อป "หุ้นไทย" ตั้งแต่ต้นปี 7 หมื่นลบ. ผลตอบแทนสูงต้นๆของโลก
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตลาดทุนไทยถือว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง จากความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานเศรษฐกิจไทย และเสถียรภาพทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ส่งผลให้กระแสเงินทุนต่างชาติเริ่มทยอยไหลกลับเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่สร้างผลตอบแทนโดดเด่นอันดับต้นๆ ของโลก จากปัจจัยหนุนมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI และนโยบายภาครัฐที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ทำให้ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยแล้วมากกว่าหมื่นล้านบาท หรือเงินไหลเข้ามาถึงใกล้ๆ 7 หมื่นล้านบาทแล้ว แม้ยังมีปัจจัยกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ทำให้มี Fund Flow ไหลออกไปบ้าง แต่ก็เห็นการไหลกลับเข้ามาอีกครั้ง
แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะโดดเด่น แต่ก็ยังคงมีความผันผวน จากการกลับมาตึงเครียดอีกครั้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน อีกทั้งราคาน้ำมันก็กลับมาปรับตัวขึ้นอีกรอบ ทำให้ยังต้องระมัดระวังการลงทุนบางช่วง และต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่มองว่า Fund Flow ที่เข้ามาในช่วงที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นการลงทุนระยะยาวจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันเป็นส่วนใหญ่ นายอัสสเดช กล่าว
ขณะเดียวกันตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาตลาดทุนไทยให้เป็นแหล่งระดมทุนที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ โดยอยู่ระหว่างปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับบริษัทจดทะเบียนให้สอดคล้องกับธุรกิจ New Economy ด้วยการผ่อนคลายข้อกำหนดด้านผลกำไรย้อนหลัง 3 ปีเพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทที่มีศักยภาพแม้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโตสามารถเข้าถึงตลาดทุนได้มากขึ้น
ธุรกิจยุคใหม่จำนวนมากมีศักยภาพในการเติบโตสูง แต่ลักษณะการดำเนินธุรกิจอาจยังไม่สามารถสร้างผลกำไรได้ตามเกณฑ์เดิม การปรับหลักเกณฑ์ครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทเหล่านี้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เร็วขึ้น และทำให้ตลาดทุนไทยสามารถรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้ดียิ่งขึ้น นานอัสสเดช กล่าว
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อปรับปรุงกระบวนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ให้มีความรวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถระดมทุนได้ทันต่อโอกาสทางธุรกิจ
สำหรับหลักเกณฑ์รองรับ New Economy ได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) แล้ว และอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนของเกณฑ์ BOI 2.0 ภายในช่วงไตรมาส 3/69-ไตรมาส 4/69 เพื่อดึงดูดบริษัทที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีแนวคิดผลักดันความร่วมมือในลักษณะ พี่ช่วยน้อง โดยสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ช่วยผลักดันผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เข้าสู่ระบบ E-Tax Invoice เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Transformation และยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอี โดยหากบริษัทขนาดใหญ่สามารถช่วยยกระดับผู้ประกอบการใน Supply Chain ได้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ซึ่งภาครัฐอาจพิจารณามาตรการจูงใจเพื่อสนับสนุนความร่วมมือในลักษณะนี้ต่อไป
ส่วนผลกระทบจากการที่มีประชาชนผู้ถูกตัดสิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มาจากสาเหตุการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และมีชื่อปรากฎเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียนนั้น นายอัสสเดช กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน พร้อมอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลและประสานการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถตรวจสอบข้อมูลและปิดบัญชีหลักทรัพย์ได้ หรือสามารถประสานงานโดยตรงมายังตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบและเร่งดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
หากประชาชนได้รับผลกระทบ ตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมทำหน้าที่ประสานงานและอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูล เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วที่สุด นานอัสสเดช กล่าว
ขณะที่กรณีการถูกนำชื่อไปใช้เป็นกรรมการบริษัทจดทะเบียน ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ มองว่าเป็นประเด็นที่ต้องเร่งตรวจสอบอย่างจริงจัง เนื่องจากตามกฎหมาย การแต่งตั้งกรรมการ จะต้องมีการลงนามด้วยตนเอง ไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ จึงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดในทุกกรณี
ตลาดหลักทรัพย์ฯเตรียมทำงานตรวจสอบร่วมกับกับกระทรวงการคลัง เพื่อขอข้อมูลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการของรัฐในสาเหตุดังกล่าว รวมทั้งประสานกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อตรวจสอบข้อมูลบริษัทที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย พร้อมยกระดับมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคตนายอัสสเดช กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง