โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดึงเหล็กแผ่นเคลือบเข้าบัญชีควบคุม แก้เหล็กถูก ต้องผ่านทดสอบ 2,000 ชั่วโมง ทนเค้นคราก

เดลินิวส์

อัพเดต 26 สิงหาคม 2569 เวลา 2.01 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
คุมเข้มเหล็กแผ่นเคลือบเข้าสินค้าควบคุม ทุบเหล็กถูก ต่ำมาตรฐาน ต้องผ่านทดสอบ 2,000 ชม.

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ระบุว่า กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมเสนอที่ประชุมครม. ให้เหล็กแผ่นเคลือบ 4 มาตรฐานเป็นสินค้าควบคุม โดยใช้เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ภาคบังคับ จากเดิมเป็นมาตรฐานภาคสมัครใจ เนื่องจากต้องการป้องกันสินค้าคุณภาพต่ำเข้าสู่ตลาดเร่งยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กแผ่นเคลือบ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้าง ยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเหล็กไทยเผชิญแรงกดดันจากเหล็กนำเข้าราคาถูกและการทุ่มตลาด ทำให้ผู้ผลิตในประเทศแข่งขันได้ยาก การกำหนดมาตรฐานให้เป็นสินค้าควบคุม จะทำให้เหล็กที่ขายในไทย ไม่ว่าจะผลิตในประเทศหรือนำเข้า ต้องผ่านมาตรฐานเดียวกัน โดยมาตรฐานที่จะยกระดับมี 4 รายการ ได้แก่ มอก. 2131-2567 เหล็กชุบสังกะสีเคลือบสี หรือพีพีจีไอ สำหรับหลังคา ผนังอาคาร และงานก่อสร้าง, มอก. 2753-2567 เหล็กอลูซิงค์เคลือบสี หรือพีพีจีแอล ที่เด่นด้านกันสนิมและสะท้อนความร้อน, มอก. 2981-2567 ที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูง เหมาะกับโครงสร้างโซลาร์เซลล์และงานกลางแจ้ง และ มอก. 3059-2567 เหล็กเคลือบสังกะสี อะลูมิเนียม และแมกนีเซียม สำหรับงานที่ต้องการทั้งความแข็งแรงและทนสนิม เช่น รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม

“ เหล็กทั้ง 4 กลุ่มต้องผ่านการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ทั้งความทนละอองน้ำเกลือ ซึ่งบางมาตรฐานกำหนดการทดสอบยาวถึง 2,000 ชั่วโมง ความแข็งแรงและการติดแน่นของสี ความทนแรงกระแทก การสะท้อนแสงอาทิตย์ ตลอดจนความต้านแรงดึงและความเค้นคราก เพื่อให้มั่นใจว่าเหล็กมีความทนทานและเหมาะสมกับการใช้งานจริง”

ทั้งนี้หาก ครม. เห็นชอบ คาดว่ามาตรฐานทั้ง 4 ฉบับจะมีผลบังคับใช้ภายในต้นปี 70 เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายมีเวลาเตรียมความพร้อม โดยสินค้าจะต้องผ่านมาตรฐานและมีใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนดจึงจะผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายได้ โดยผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตเดิมอยู่แล้ว สามารถเปลี่ยนจากใบอนุญาต มอ.2 สำหรับมาตรฐานภาคสมัครใจ เป็น มอ.4 สำหรับสินค้าควบคุมได้ทันที โดยไม่ต้องตรวจโรงงานหรือเก็บตัวอย่างใหม่ เพื่อลดภาระและไม่ให้กระทบผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรฐานอยู่แล้ว

“เราไม่ได้ปิดกั้นสินค้านำเข้า แต่กำลังสร้างกติกาเดียวกันให้ทุกฝ่ายแข่งขันกันบนคุณภาพ ใครจะผลิตหรือนำเข้าเหล็กมาขายในไทย ต้องมั่นใจว่าได้มาตรฐาน เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพ และอุตสาหกรรมเหล็กไทยสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...