ภูมิใจไทย กับมรสุมข่าวสะพัด สะท้อนนัยยะอะไรทางการเมือง ?
นับตั้งแต่ "รัฐบาลอนุทิน" เข้ามาบริหารประเทศ สิ่งที่เกาะติดพรรคแกนนำอย่าง "ภูมิใจไทย" ชนิดสลัดไม่หลุด กลับไม่ใช่เรื่องผลงานหรือการขับเคลื่อนนโยบาย แต่คือ "มรสุมข่าวลือ" ที่พัดกระหน่ำเข้ามาอย่างต่อเนื่องและเป็นจังหวะ
ในทางการเมือง "ข่าวสะพัด" ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือเครื่องมือในการโยนหินถามทาง สร้างความหวาดระแวง และเขย่าเสถียรภาพ ข่าวลือที่ถาโถมเข้าใส่ค่ายสีน้ำเงินในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนนัยยะอะไรที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านการเมืองบ้าง ?
1. รอยร้าวรหัส "2 น. - 1 พ." : สนิมเกิดจากเนื้อใน ?
สัญญาณเตือนแรกเริ่มจากการปล่อยข่าวรอยร้าวของ 3 คีย์แมนระดับซูเปอร์วีไอพีของพรรค อย่าง “เนวิน ชิดชอบ” , “อนุทิน ชาญวีรกูล” และ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ข่าวลือนี้มุ่งเป้าไปที่จุดแข็งที่สุดของภูมิใจไทย นั่นคือ "ความเป็นเอกภาพ"
การปล่อยข่าวนี้ออกมา สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของฝ่ายตรงข้าม (หรือแม้แต่คนในขั้วอำนาจเดียวกัน) ที่ต้องการทดสอบความเหนียวแน่นของโครงสร้างพรรค เพราะหากเสาหลักทั้ง 3 ต้นเริ่มเอนเอียงหรือหวาดระแวงกันเอง ย่อมส่งผลสะเทือนต่อความมั่นคงของรัฐบาลทั้งชุดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2. ชู "นายกฯ สำรอง อักษรย่อ ศ." : ปฏิบัติการเขย่าเก้าอี้ผู้นำ
ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ที่รัฐบาลต้องลุ้นระทึกกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญปม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จู่ๆ ก็มีการจุดพลุชื่อ "นายกฯ สำรอง อักษรย่อ ศ." ขึ้นมาดื้อๆ ในหน้าสื่อ
นัยยะทางการเมืองของเรื่องนี้ชัดเจนมาก คือการสร้างภาพว่า "เก้าอี้นายกฯ ของอนุทินไม่ได้ผูกขาด" และ "มีคนพร้อมเสียบแทนเสมอ" เป็นการบั่นทอนภาวะผู้นำและสร้างความหวั่นไหวในหมู่พรรคร่วมรัฐบาลและข้าราชการประจำ ว่ารัฐบาลนี้อาจจะอยู่ไม่ยืด การโยนชื่อตัวละครปริศนาออกมา คือการเลี้ยงกระแสความไม่แน่นอนให้ปกคลุมทำเนียบรัฐบาล
3. รอยปริลึก "น." กับ "พ." 2 บ้านใหญ่ภูมิใจไทย
ต่อยอดจากรอยร้าวเดิม ข่าวลือเริ่มเจาะลึกไปที่ความขัดแย้งระหว่าง "เนวิน" (บ้านใหญ่บุรีรัมย์) และ "พิพัฒน์" (บ้านใหญ่รัชกิจประการ) ข่าวสะพัดถึงขั้นว่ามีการยืมมือ สส. ฝ่ายค้านมาโจมตีรุมกินโต๊ะเรื่องการยกเลิกโครงการสำคัญ
นัยยะที่น่าสนใจที่สุดของข่าวนี้ ไม่ใช่เรื่องว่าทะเลาะกันจริงหรือไม่ แต่มันสะท้อนภาพจำหรือความรู้สึกที่ว่า กลุ่มภาคใต้ในพรรคภูมิใจไทย กำลังถูกลดทอนอำนาจ หรือถูกบีบพื้นที่ทางการเมืองในพรรค
แม้นายกฯ อนุทินจะออกมาฟาดกลับคนปล่อยข่าว และมีการโชว์รูปภาพความชื่นมื่นเพื่อสยบข่าว แต่ในทางการเมือง การที่ข่าวลือระดับนี้หลุดรอดออกมาได้ ย่อมแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการตอกลิ่มให้เกิดความร้าวฉานระหว่างกลุ่มก๊วนภายในพรรค ซึ่งเป็นจุดเปราะบางของพรรคการเมืองที่โตมาจากการรวมมุ้ง
4. “ดีลลับโมนาโก” : ปฏิบัติการล้มกระดานสีน้ำเงิน ?
ล่าสุดกับข่าวลือที่ร้อนแรงที่สุด คือ “ดีลลับโมนาโก” โดยอ้างการจับมือกันระหว่าง "กลุ่มสีแดง" และ "กลุ่มสีเขียว" เพื่อเตรียมคว่ำนายกฯ อนุทิน และสกัดกั้นอำนาจแฝงของเนวิน
นี่คือจุดสูงสุดของสงครามข่าวสาร เพราะมันไม่ใช่แค่รอยร้าวในพรรค แต่เป็นการวาดภาพ "การสมรู้ร่วมคิด" ของขั้วอำนาจใหญ่เพื่อล้มล้างรัฐบาล นัยยะของข่าวนี้คือการสร้างความหวาดระแวงขั้นสูงสุดในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง และเป็นการเตือนค่ายสีน้ำเงินว่า แม้จะเป็นแกนนำรัฐบาล แต่ในสมรภูมินี้รายล้อมไปด้วยเสือสิงห์กระทิงแรด ที่พร้อมจะเปลี่ยนขั้วพลิกกระดานได้ทุกเมื่อ หากผลประโยชน์ไม่ลงตัว
5. บทสรุป
มรสุมข่าวสะพัดที่โหมกระหน่ำใส่พรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่เพียงเสียงกระซิบตามสภากาแฟ แต่คือ "สงครามจิตวิทยา" ที่สะท้อนให้เห็นว่า อำนาจของ “รัฐบาลอนุทิน” ถูกท้าทายอยู่ตลอดเวลา ทั้งจากปัจจัยภายในเรื่องการบริหารความรู้สึกของมุ้งต่างๆ และปัจจัยภายนอกที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้
การรับมือด้วยการโชว์ภาพกอดคอชื่นมื่น อาจจะสยบข่าวได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาว พรรคภูมิใจไทยต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงเอกภาพอย่างแท้จริง เพราะในเกมการเมืองที่โหดร้าย บางครั้งข่าวลือที่ถูกปล่อยมาซ้ำๆ… ก็เพื่อหวังให้มันกลายเป็นความจริงในท้ายที่สุด
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม