สืบความงามลวดลายวิจิตร เอกลักษณ์ตู้ไทย ‘ตู้ลายทอง’ รัตนโกสินทร์
“ตู้ลายรดน้ำกนกใบเทศเครือเถา มีความพิเศษไม่เหมือนใครด้วยการผสมผสานงานจิตรกรรมไทยเข้ากับเรื่องเล่าและวัฒนธรรมจากต่างแดนอย่างลงตัว ด้านหน้าของตู้เปรียบเสมือนฉากละครที่กำลังดำเนินอยู่ เป็น ภาพรามสูรในชุดแต่งกายแบบงิ้วจีนกำลังเหาะไล่นางเมขลาที่อยู่ฝั่งซ้าย มีอักษรจีนสลักอยู่ที่ขวานของรามสูรเป็นการผสานความเชื่อของไทยเข้ากับรายละเอียดแบบจีนอย่างแยบยล
ส่วนด้านล่างเล่าเรื่องราวของกองทัพจีนที่กำลังเคลื่อนทัพอย่างสง่างาม มีแม่ทัพขี่ม้าและทหารนำขบวน ขณะเดียวกัน ด้านหน้าซ้ายสะท้อนอีกมุมของเรื่องราวมีนางเมขลาในชุดงิ้วจีน กำลังเหาะหนีรามสูรอย่างฉับไว ด้านล่างเป็นภาพของชาวยุโรปที่แต่งกายและถืออาวุธหันหน้าประจันจากอีกฟาก ขณะที่ด้านข้างของตู้ พาเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตในตำนาน
ด้านขวาเผยให้เห็นภาพบุคคลในชุดแปลกตา ที่กำลังวิ่งอย่างกระฉับกระเฉง ส่วนด้านล่างเป็นภาพป่าหิมพานต์ที่แสนอัศจรรย์ มีทั้งชายหญิงกำลังหยอกล้อกัน และยังมีนรปักษีที่กำลังโผบินและวิ่งไล่กันอย่างสนุกสนาน ส่วนด้านซ้ายเล่าเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นของนรปักษี ที่กำลังวิ่งไล่คนสามคนอย่างมีชีวิตชีวา และในมุมหนึ่งของป่าหิมพานต์ปรากฏภาพ กินนร กินรีและลูกยืนอยู่บนชะง่อนหิน… แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเรื่องเล่าที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวในงานศิลปะชิ้นเดียว”
เป็นหนึ่งในตู้พระธรรมที่โดดเด่นจัดแสดงในห้องสุดท้ายซึ่งแสดงตู้พระธรรมที่มีลวดลายเรื่องป่าหิมพานต์และสัตว์หิมพานต์ ในนิทรรศการ“ตู้พระธรรมรัตนโกสินทร์อัญมณีแห่งพุทธศิลป์ไทย” ณ อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) ย่านสนามหลวง บอกเล่างานประณีตศิลป์อันวิจิตรที่ช่างชั้นครูโบราณสร้างสรรค์ฝากไว้บน“ตู้พระธรรม หรือ “ตู้ลายทอง” หลักฐานแห่งยุคสมัยซึ่งทรงคุณค่า
สืบเนื่องจากการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์” โดยกรมศิลปากร ชวนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรม เชี่อมโยงแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ โดยนอกจากอาคารกรมศิลปากรเดิม ที่ยังคงความงดงามของคุณค่าโบราณสถานสถาปัตยกรรมทรงยุโรปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ วัดบวรสถานสุทธาวาส “วัดพระแก้ววังหน้า” ฯลฯ
“อาคารถาวรวัตถุหรือตึกแดง” นับเป็นอีกหมุดหมายของเส้นทางที่เปิดพื้นที่ให้เข้าชมอาคาร ศึกษาประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม รวมถึงสัมผัสคุณค่าความงาม“ตู้พระธรรม” ศิลปะอันวิจิตรที่มีศาสนาเป็นบ่อเกิด ทั้งนี้ตู้แต่ละใบสร้างขึ้นด้วยเทคนิคและลวดลายที่แตกต่างกัน ลวดลายอ่อนช้อยที่ปรากฏอยู่บนตู้พระธรรมเป็นงานศิลปะไทยเล่าขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมและความเชื่อมั่นศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นงานศิลปะที่มีรูปแบบเฉพาะ เป็นความงามบนพื้นฐานวิถีแห่งไทย วิถีแห่งธรรม
นิทรรศการฯครั้งนี้นำเสนอ “ตู้พระธรรม ในสมัยรัตนโกสินทร์” ยุคที่ช่างนิยมสร้างงานศิลปะที่มีแบบอย่าง ความงามที่เป็นลักษณะเฉพาะ วาไรตี้นำเรื่องน่ารู้ ”ตู้ไทยโบราณ” ตู้พระธรรม พาสัมผัสความงามตู้พระธรรมสมัยรัตนโกสินทร์ ค้นความงามแห่งลวดลายที่ปรากฏบนตู้พระธรรม โดย ศิวพร เฉลิมศรี นักภาษาโบราณชำนาญการพิเศษ กลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก สำนักหอสมุดแห่งชาติให้ความรู้ในประเด็นนี้ว่า “ตู้ไทยโบราณ เป็นตู้ที่มีลักษณะพิเศษ เป็นแบบฉบับของไทยโดยเฉพาะ โดยลักษณะของตู้จะเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ ด้านบนสอบแคบกว่าด้านล่าง ด้านที่ใช้เปิดและปิดประตูคือด้านหน้า และด้วยการใช้ประโยชน์ ใช้จัดเก็บพระธรรมคัมภีร์จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าตู้พระธรรม
นอกจากความงามทางด้านศิลปกรรมที่ช่างบรรจงเขียนลายรดน้ำ แกะสลัก ประดับตกแต่งลวดลายตู้อย่างวิจิตร “ตู้พระธรรม” ยังมากด้วยองค์ความรู้หลายมิติ และจากความต่อเนื่องของการจัดแสดงตู้ลายทองที่หอสมุดแห่งชาติดูแล ขึ้นทะเบียน ครั้งนี้จึงนำเสนอตู้พระธรรมในสมัยรัตนโกสินทร์
“ตู้พระธรรมที่มีลวดลายเรื่องรามเกียรติ์ เป็นหนึ่งในห้องแสดงที่บอกเล่าแสดงงานศิลปกรรมไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยห้องนี้มีไฮไลท์ตู้พระธรรมที่จารึกบอกปีพุทธศักราชที่สร้างขึ้นสมัยรัตนโกสินทร์ ลวดลายที่ปรากฏทำให้เห็นรูปแบบศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ซึ่งนิยมแสดงภาพตัวละครจากเรื่องรามายณะ รามเกียรติ์ในหลายลักษณะ นิยมเขียน “ภาพยกรบ” แสดงกระบวนทัพของสองฝ่าย หรือเขียนเป็น “ภาพจับ” ภาพแสดงการต่อสู้ในลักษณะประชิด ระหว่างบุคคลต่อบุคคล หรือบุคคลต่อกลุ่มบุคคล ฯลฯ
นักภาษาโบราณชำนาญการพิเศษ กลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก คุณศิวพร อธิบายเพิ่มว่า แต่ละห้องจะมีตู้พระธรรมที่เป็นไฮไลท์ เช่นเดียวกับห้องนี้มีภาพจับที่สร้างสรรค์ไว้อย่างงดงาม ประณีต และสำหรับยุคสมัยตู้ไทยโบราณ จากที่จัดแบ่ง ทำทะเบียนไว้แบ่งเป็น 3 สมัยได้แก่ สมัยอยุธยา ธนบุรีและรัตนโกสินทร์ โดยแต่ละสมัยมีรายละเอียด มีความงามน่าศึกษาชื่นชม
“จากการจัดแสดงต่อเนื่องนับแต่ครั้งแรก มาถึงครั้งนี้จึงตั้งใจบอกเล่าเรื่องราวตู้พระธรรมในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกชื่อตามรูปทรงของขาตู้ ฐานตู้ รูปแบบตู้ ลายรดน้ำ ตู้ลายทอง ตู้กำมะลอ ฯลฯสำหรับตู้พระธรรมสมัยรัตนโกสินทร์ลวดลายค่อนข้างมีแบบแผน มีรูปแบบที่ชัดเจน การวางลวดลายเป็นระเบียบสวยงาม อย่างเช่น ลายกระหนก ความเรียวแหลม แม้ไม่เท่าสมัยอยุธยา ธนบุรี แต่ก็เป็นแบบฉบับของศิลปะรัตนโกสินทร์ที่มีความงดงาม เป็นเอกลักษณ์ ฯลฯ”
และด้วยที่แต่ละห้องมีตู้ที่เป็นไฮไลท์ ตู้พระธรรมสมัยรัตนโกสินทร์ที่จัดแสดง เริ่มพาชมความพิเศษนับแต่ ห้องแรกซึ่งจัดแสดงนาฬิกาปารีสของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานแก่หอพระสมุดวชิรญาณ ในโอกาสที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ลวดลายตู้ลงลักปิดทองงดงามเป็นจุดเริ่มต้น
จากนั้นพาสัมผัส วิวัฒนาการของตู้พระธรรม จัดแสดงตู้พระธรรมสมัยอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ ที่มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ พาสัมผัสแนะนำรูปแบบตู้ มีลักษณะใดบ้าง ซึ่งเป็นเหมือนการเริ่มเล่าเรื่อง เป็นอีกส่วนแสดงที่คงอยู่นับแต่นิทรรศการครั้งแรก
ต่อเนื่องมาแสดงตู้พระธรรมที่มีลวดลายเกี่ยวกับ เรื่องราวของพระพุทธบาท มีตู้ไฮไลท์เรื่องราวของพระพุทธบาตร การสักการบูชา,ห้องแสดงตู้พระธรรมที่มีลวดลายเล่าเรื่อง การสังคายนาพระไตรปิฎก,ห้องแสดงตู้พระธรรมที่มีลวดลายเรื่องรามเกียรติ์ ตามด้วยตู้พระธรรมลวดลายรูปทวาลบาล ซึ่งเหมือนเป็นผู้พิทักษ์ ผู้ปกป้องดูแล โดยไฮไลท์ของห้องนี้มีตู้หนึ่งที่ด้านหน้ามีลวดลายจีน ขณะที่ด้านหลังเป็นไทย เทวดาจีนและเทวดาไทยอยู่ด้วยกัน ผสมผสานกัน เป็นความแปลกความพิเศษที่ลงตัว
อีกทั้งมีตู้จีนโดยครั้งก่อนจัดแสดงไซอิ๋ว ครั้งนี้นำตู้พระธรรมที่โดดเด่นด้วยงานฝีมือจำหลักอย่างประณีตงดงามตู้มงคลลวดลายสัญลักษณ์ฮก ลก ซิ่ว และกิเลน ซึ่งสร้างสรรค์ออกมาเป็นสัญลักษณ์ของดอกโบตั๋น แจกัน กิ่งส้ม และกิเลน สัตว์ที่ปกป้องคุ้มครอง แสดงถึงรูปแบบการสร้างที่นำเรื่องราวที่เป็นมงคลนำมาประดับไว้บนตัวตู้ แสดงถึงความศรัทธา
อีกทั้งแสดงตู้พระธรรมที่มีลวดลายเรื่องพุทธประวัติ แสดงลวดลายเรื่องชาดกและลวดลายเรื่องป่าหิมพานต์และสัตว์หิมพานต์ โดยห้องสุดท้ายเป็นห้องที่เพิ่มเข้ามาในช่วงที่จัดแสดงตู้พระธรรมสมัยรัตนโกสินทร์ แสดงถึงการสร้างสรรค์ ความเชื่อป่าหิมพานต์ สัตว์หิมพานต์ที่มักปรากฏในงานจิตรกรรม ถ่ายทอดความงามของลวดลายที่สร้างสรรค์ รวมถึงไฮไลท์ภาพเมขลากับรามสูร ลวดลายแปลกตาที่ร่วมบอกเล่าศิลปะอันวิจิตรที่ปรากฏบน “ตู้พระธรรม” ตู้ไทยโบราณที่มากด้วยองค์ความรู้ ทรงคุณค่า
พงษ์พรรณ บุญเลิศ