โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จีนกร้าว! ไม่เอาด้วยกับแผนทำสงครามเศรษฐกิจถล่มอิหร่าน แม้รัฐบาลทรัมป์ขู่ว่า ถ้าชาติไหนไม่ยอมร่วมมือก็จะถือว่าเป็นฝ่ายต่อต้านซึ่งจะถูกเล่นงานหนัก

Manager Online

เผยแพร่ 33 นาทีที่แล้ว • MGR Online

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/08/oil-importer-china-wont-aid-trump-economic-warfare-against-iran/)

Oil importer China won’t aid Trump economic warfare against Iran

by Stephen Prager

22/08/2026

ปักกิ่งออกมาปฏิเสธอย่างฉับไว ไม่เอาด้วยกับการเรียกร้องของคณะรัฐบาลทรัมป์ ให้ร่วมมือในการนำเอามาตรการแซงก์ชั่นอย่าง “โหดที่สุดในประวัติศาสตร์” มาใช้เล่นงานอิหร่าน ถึงแม้วอชิงตันข่มขู่เอาไว้ว่าชาติไหนไม่เอาด้วยจะถือว่าคัดค้านต่อต้านอเมริกา อย่างไรก็ตาม เห็นกันว่าทรัมป์จะต้องคำนึงถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐฯในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ด้วย ในการขบคิดพิจารณาว่าจะเอาจริงหรือไม่ในการเปิดศึกทำสงครามเศรษฐกิจกับแดนมังกร ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความปั่นป่วนผันผวนอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น

รัฐบาลทรัมป์กำลังข่มขู่คุกคามที่จะดำเนินการ “เปลี่ยนแปลงระบอบปกครอง” ในอิหร่านอีกครั้งหนึ่งแล้ว โดยคราวนี้จะใช้สิ่งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บรรยายว่าเป็น “การทำสงครามทางเศรษฐกิจ” เล่นงานเตหะราน แทนที่จะใช้แสนยานุภาพทางทหาร

แต่ในขณะที่ สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องต้องการให้โลกเล่นไปตามความพยายามของอเมริกันในการโดดเดี่ยวอิหร่าน จีนซึ่งเป็นชาติเจ้าของระบบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก กลับสวนกลับทันควันโดยปฏิเสธไม่เข้าร่วมการรณรงค์แซงก์ชั่นเตหะรานครั้งมโหฬารของวอชิงตัน

รัฐบาลทรัมป์นั้น ประสบความล้มเหลวในการใช้วิธีการทางทหารมาบีบบังคับอิหร่านให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากเตหะรานได้เริ่มต้นจำกัดการสัญจรผ่านเส้นทางขนส่งทางน้ำสำคัญยิ่งของโลกแห่งนี้ ในการตอบโต้เอาคืนการที่สหรัฐฯจับมืออิสราเอลเปิดฉากถล่มโจมตีอิหร่านตั้งแต่สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เมื่อวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) เบสเซนต์ บอกกับ ซีเอ็นบีซี [1] สื่อทีวีช่องธุรกิจการเงินชื่อดังในสหรัฐฯว่า วิธีการใหม่ของวอชิงตันนี้ มุ่งนำเอา “พวกมาตรการแซงก์ชั่นที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์” มาบังคับใช้เล่นงานอิหร่าน เป็นการยกระดับความเข้มข้นของยุทธศาสตร์ซึ่งสหรัฐฯใช้อยู่อย่างต่อเนื่องมาแล้วหลายสิบปี และกำลังก่อให้เกิดความทุกข์ยากเดือดร้อนแก่ประชาชนอิหร่าน ทว่ายังคงล้มเหลวไม่สามารถบังคับทำให้เหล่าผู้นำของประเทศนั้นหลุดออกจากอำนาจที่พวกเขาครองมาเกือบๆ 50 ปีแล้วแต่อย่างใด

เบสเซนต์ เน้นย้ำว่ามันจะใช้ได้ผลต่อเมื่อได้รับความช่วยเหลือจาก “บรรดาพันธมิตรทั้งหมดของเรา” ในการดำเนินการให้เกิด “การโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจที่ผ่านการร่วมมือประสานงานกันครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก”

เขาประกาศอย่างเปิดเผยชัดเจนว่ามีเป้าหมายที่จะขันเกลียวกระชับแรงบีบคั้นระบอบปกครองเตหะรานมากขึ้นอีก ด้วยการทำให้เกิดความเจ็บปวดทรมานเอากับประชาชน 90 ล้านคนของประเทศนั้น, ด้วยการทำให้เกิด “อัตราเงินเฟ้ออย่างเป็นเนื้อเป็นหนังขึ้นมา ทั้งเงินเฟ้อทางด้านราคาอาหาร และเงินเฟ้อธรรมดาๆ ในอิหร่าน” เขาเปรียบเทียบ [2] ความพยายามในครั้งนี้กับการที่สหรัฐฯใช้มาตรการแซงก์ชั่นมาเค้นคอระบบเศรษฐกิจของเวเนซุเอลา และ คิวบา ให้หายใจไม่ออกในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งได้ส่งผลกลายเป็นการโหมกระพือวิกฤตทางมนุษยธรรมขึ้นในทั้งสองประเทศ

เบสเซนต์ ยื่นคำขาดว่า ทุกๆ ชาติ “ถ้าหากไม่ร่วมมือกับเราก็ต้องต่อต้านคัดค้านเรา” พร้อมกับเตือนผู้ที่ปฏิเสธไม่ยอมช่วยเหลือความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯในการ “บีบคั้นทำลายให้ยับเยินต่อเศรษฐกิจ” ของอิหร่านว่า สหรัฐฯจะ “ใช้พลังอำนาจของตนอย่างเต็มที่มาบีบบังคับเล่นงานพวกท่าน”

เขาลั่นวาจาว่า ประเทศใดก็ตามที่จัดหาจัดส่ง “สายช่วยชีวิต” ให้แก่อิหร่าน ประเทศนั้นเองก็จะต้องประสบ “ความเสียหายย่อยยับทางเศรษฐกิจ” (economic oblivion)

ทางด้านอิหร่านได้ตอบโต้คำขู่เหล่านี้ ด้วยการประกาศ [3] จะทำการตอบโต้แก้เผ็ดอย่างชวนขนพองสยองเกล้า “ด้วยการเตรียมพร้อมเอาไว้แล้วตลอดทั่วทั้งภาคพื้นดิน, ทางทะเล, ทางอากาศ, การป้องกันภัยทางอากาศ, และไซเบอร์สเปซ กองทัพอิหร่านจะตอบโต้การคุกคามครั้งใหม่ของศัตรูด้วยการสนองตอบในลักษณะการบดขยี้, การลงโทษ, และการสร้างความหายนะ” นี่เป็นคำแถลงของประธานเสนาธิการกองทัพอิหร่าน พลตรี อาลี อับดอลลาฮี (Maj. Gen. Ali Abdollahi)

ด้านประธานรัฐสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ (Mohammad Baqer Ghalibaf) ยอมรับว่าผลกระทบของการถูกแซงชั่นเพิ่มเติมมากขึ้นอีก อาจสร้างความวิบัติขึ้นมาได้จริงๆ

“เราต้องจัดทำแผนการต่างๆ เพื่อรับมือกับการแซงก์ชั่นอย่างไม่ยุติธรรมเหล่านี้ เพื่อที่เราจะสามารถเอาชนะมันได้” เขาบอก “ไม่ว่าเราจะมีแสนยานุภาพทางทหารมากมายขนาดไหนก็ตาม เราก็จะไม่สามารถอยู่รอดต่อไปได้ ถ้าหากประชาชนหิวโหย และเราไม่มีรายรับทางการเงิน, การเติบโตทางเศรษฐกิจ, และการผลิตแห่งชาติ”

ในขณะที่สหรัฐฯประกาศบังคับใช้มาตรการของตนเองในการปิดล้อมห้ามอิหรานส่งออกน้ำมัน เบสเซนต์ก็เรียกร้องจีนให้ “ยอมกระทำตามโปรแกรมนี้” ทั้งนี้จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันที่ส่งออกจากอิหร่านเอาไว้ราวๆ 80% และ เบสเซนต์ ย้ำด้วยว่า พลังงานของจีนราวครึ่งหนึ่งนั้นมาจากทางอ่าวเปอร์เซีย

อย่างไรก็ดี หลิน เจี้ยน โฆษกผู้หนึ่งของกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าว [4] ระหว่างการแถลงข่าวตามปกติเมื่อวันศุกร์ (21 ส.ค.) ที่ผ่านมาว่า จีนจะไม่ให้ความร่วมมือกับความพยายามใดๆ ที่มุ่งโดดเดี่ยวอิหร่าน

“จีนเชื่อว่า การใช้วิธีการทางทหาร, การแซงก์ชั่น, และยุทธวิธีสร้างแรงกดดันต่างๆ นั้น ไม่ใช่เป็นทางออกในการคลี่คลายปัญหา” หลิน กล่าวในการตอบคำถามจากตัวแทนของสถานีโทรทัศน์รัฐบาลอิหร่านรายหนึ่ง “ตรงกันข้าม การกระทำเช่นนั้นมีแต่นำไปสู่การขยายตัวบานปลายซึ่งไม่ได้เป็นผลประโยชน์แก่ใครเลย เราเรียกร้องให้ใช้ความพยายามในการแก้ไขข้อพิพาท โดยผ่านการสนทนากันและการเจรจากัน”

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับผลที่อาจจะเกิดขึ้นมา ต่อการนำเข้าพลังงานจากอิหร่านของจีน เขาตอบโดยกล่าวย้ำว่า “จีนคัดค้านการแซงก์ชั่นฝ่ายเดียวอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งปราศจากพื้นฐานการรองรับด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ และการได้รับมอบอำนาจจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ”

เวลานี้คำถามจึงกลายเป็นว่า ทรัมป์จะทำตามคำขู่ของรัฐบาลของเขา และดำเนินการตอบโต้เล่นงานจีนหรือไม่

เรื่องนี้ดูจะเป็นเรื่องพูดง่ายกว่าทำ เนื่องจากการเปิดสงครามทางเศรษฐกิจกับแดนมังกรที่ยังคงมีฐานะเป็นชาติคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของสหรัฐฯนั้น อาจกลายเป็นการเร่งรัดให้ยิ่งเกิดความปั่นป่วนผันผวนทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสิ่ง ทรัมป์ กำลังพยายามหาทางบรรเทาเยียวยาก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้

แดนนี ซิตรินโอวิช (Danny Citrinowicz) นักวิจัยอาวุโสอยู่ที่ สถาบันเพื่อความมั่นคงแห่งชาติศึกษา (Institute for National Security Studies) ของอิสราเอล ให้ความเห็น [5] ว่า จีนไม่น่าที่จะยินยอมอย่างง่ายๆ ในการต่อสู้นี้

“จีนมีความสนใจอย่างแรงกล้าที่จะสงวนรักษาอิหร่านภายใต้ระบอบสาธารณรัฐอิสลามเอาไว้ ตลอดจนธำรงความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์กับเตหะราน และการที่เตหะรานต้องพึ่งพาอาศัยปักกิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ” เขาเขียนเช่นนี้บนโซเชียลมีเดีย “ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจใดๆ ก็ตามที ที่ทึกทักเอาไว้ในท้ายที่สุดแล้วจีนจะยินยอมเข้ามาอยู่ในแถวแนวเดียวกันกับวอชิงตัน มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นการทึกทักซึ่งวางอยู่บนสมมุติฐานที่ผิดพลาดถึงระดับรากฐาน”

ปัจจุบันการจราจรของการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าก่อนเกิดสงครามมากมายนัก โดยตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า จำนวนเรือที่แล่นผ่านทางน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้ในแต่ละวันยังคงอยู่ในระดับตัวเลขหลักเดียวเท่านั้น

ราคาน้ำมันดิบของโลกก็ยังคงสูงขึ้นกว่าเมื่อตอนเริ่มต้นสงครามคราวนี้อยู่ราวๆ 30% ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯยังคงแพงขึ้น [6] มากว่า 1 ดอลลาร์ต่อแกลลอน

ทว่าทรัมป์ซึ่งดูเหมือนยังไม่มีความปรารถนาที่จะยอมรับว่า การรณรงค์ของเขาได้อะไรกลับมาน้อยเกินกว่าที่จะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ ยังคงพยายามอวดอ้างอย่างต่อเนื่อง [7] ว่าช่องแคบฮอร์มุซเวลานี้เปิดกว้างแล้ว ซึ่งต้องขอบคุณการลงมือปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ

แต่อย่างที่ เกรกอรี บริว (Gregory Brew) นักวิเคราะห์อาวุโสว่าด้วยอิหร่านและนโยบายน้ำมัน อยู่ที่ ยูเรเชีย กรุ๊ป (Eurasia Group) ได้อธิบาย [8] เอาไว้ เรื่องนี้กำลังทำให้การพูดจาของคณะรัฐบาลทรัมป์ในเรื่องที่ว่าทำไมเวลานี้จึงต้องมาให้ความสำคัญที่สุดกับการทำสงครามเศรษฐกิจอย่างไร้ความปรานีเพื่อเล่นงานอิหร่านกันอีก ฟังดูเหมือนกับเป็นความพยายามพูดจาปิดบังอำพรางความจริงอย่างวกวนชวนงุนงง

“เบสเซนต์ กับคนอื่นๆ ไม่สามารถพูดให้ชัดๆ ว่า นโยบายนี้ (การทำสงครามเศรษฐกิจสุดโหดกับอิหร่าน) ต้องการที่จะบรรลุอะไร --ซึ่งก็คือการทำให้อิหร่านยอมเปิดฮอร์มุซขึ้นมาอีกครั้ง— เพราะตามเรื่องเล่าของรัฐบาลทรัมป์นั้น อ้างว่าช่องแคบแห่งนี้เปิดขึ้นมาใหม่อยู่แล้ว” บริว กล่าว “ผลที่เกิดขึ้นก็คือ การหวนกลับไปใช้แรงกดดันสูงสุดอีก ทำให้รู้สึกว่ามันขาดไร้วัตถุประสงค์ยังไงชอบกล สหรัฐฯจึงกำลังก่อให้เกิดความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจ ซึ่งประชาชนของอิหร่านจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลจากเรื่องนี้เป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่พวกผู้นำของประเทศนี้หรอก ชนิดที่ไม่มีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจนเลย”

(ข้อเขียนชิ้นนี้ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ข่าว คอมมอน ดรีมส์ https://www.commondreams.org/news/china-won-t-help-crush-iran)

เชิงอรรถ

[1] https://x.com/DropSiteNews/status/2090541905788694915

[2] https://x.com/IranObserver0/status/2090470870569394529

[3] https://www.reuters.com/world/middle-east/us-says-it-will-impose-toughest-sanctions-history-iran-2026-08-20/

[4] https://www.fmprc.gov.cn/eng/xw/fyrbt/202608/t20260821_12008335.html

[5] https://x.com/citrinowicz/status/2090695623401951479

[6] https://www.reuters.com/business/energy/us-end-summer-blend-gasoline-requirement-early-attempt-lower-prices-2026-08-20/

[7] https://www.reuters.com/world/middle-east/trump-says-no-talks-planned-with-iran-tehran-says-strait-hormuz-still-shut-2026-08-18/

[8] https://x.com/gbrew24/status/2090580933640339956

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...