ไฟไหม้บ้านวอด! เด็ก 14 พาตาทวดหนี ก่อนคว้ากระเป๋านักเรียนมาด้วย
ร้อยเอ็ด (12 กันยายน 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.30 น. ของวันที่ 12 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนอย่างรุนแรง บริเวณพื้นที่หมู่ 3 บ้านปลาโด ตำบลหนองพอก อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด หลังรับแจ้งจึงได้ประสานขอสนับสนุนรถดับเพลิงและกำลังเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลหนองพอก, องค์การบริหารส่วนตำบลหนองพอก, องค์การบริหารส่วนตำบลรอบเมือง รวมถึงหน่วยงานใกล้เคียง เร่งรัดเดินทางเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบเป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้น สภาพครึ่งปูนครึ่งไม้ เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงและมีควันไฟพุ่งพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นจำนวนมาก โดยอุปสรรคสำคัญคือบ้านที่เกิดเหตุตั้งอยู่ภายในซอยแคบ ทำให้รถดับเพลิงขนาดใหญ่ไม่สามารถขับเข้าถึงตัวบ้านได้โดยตรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงต้องรีบทำการต่อสายและลากสายฉีดน้ำระดมฉีดสกัดเพลิงเข้าไปในพื้นที่อย่างระมัดระวัง ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดและสงบลงได้ แต่จากการตรวจสอบพบว่า ตัวบ้านและข้าวของเครื่องใช้ ทรัพย์สินภายในบ้านถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายวอดวายไปทั้งหมดทั้งหลัง
ขณะเดียวกัน ได้เกิดเรื่องราวสุดสะเทือนใจแต่แฝงไปด้วยความกล้าหาญ เมื่อทราบว่าขณะเกิดเหตุมี เด็กหญิงวัย 14 ปี พักอาศัยอยู่ในบ้านพร้อมกับ ตาทวด อายุ 84 ปี และน้องชายวัย 11 ปี โดยเด็กหญิงสังเกตเห็นควันและเพลิงไหม้ จึงได้ตัดสินใจพาตาทวดและน้องชายวิ่งหนีตายออกมานอกบ้านได้อย่างปลอดภัย จากนั้นเด็กหญิงยังใจเด็ดย้อนกลับเข้าไปในกองเพลิงเพื่อคว้าเอากระเป๋านักเรียนและชุดนักเรียนออกมาได้เพียงไม่กี่ชิ้น เนื่องจากเกรงว่าตนเองจะไม่มีชุดใส่ไปโรงเรียนวันถัดไป ท่ามกลางความตกใจของผู้พบเห็น
จากการสอบถาม นางสาวพัชรินทร์ อายุ 52 ปี ยายและเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้เดินทางออกไปทำธุระนอกบ้าน กระทั่งได้ยินเสียงชาวบ้านตะโกนโวยวายและเห็นควันไฟพุ่งออกมาจากทางบ้านตนเอง จึงรีบวิ่งกลับมาดูและประสานขอความช่วยเหลือ โดยเพื่อนบ้านใกล้เคียงให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ได้ยินเสียงดังคล้ายไฟฟ้าช็อตระเบิดบริเวณชั้น 2 ก่อนจะเกิดเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งจะได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมฝากเตือนประชาชนให้หมั่นตรวจสอบสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านเพื่อป้องกันเหตุร้ายยามออกนอกบ้านต่อไป