โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประธาน กกต. ตอบแล้ว กรณีเหตุผลที่ไม่ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา ที่เป็นกรรมการบริหารภูมิใจไทย

สยามนิวส์

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Kong
เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2569 ที่สำนักงาน กกต. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ตอบคำถามถึงกรณีเหตุผลที่ไม่ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งที่มีการเผยแพร่หลักฐานความเชื่อมโยงในคดีนี้ ว่า ในเรื่องนี้เป็นประเด็นที่สังคมสนใจ

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2569 ที่สำนักงาน กกต. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ตอบคำถามถึงกรณีเหตุผลที่ไม่ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งที่มีการเผยแพร่หลักฐานความเชื่อมโยงในคดีนี้ ว่า ในเรื่องนี้เป็นประเด็นที่สังคมสนใจ ข้อกล่าวหาที่ 1 และข้อกล่าวหาที่ 2 มีความเชื่อมโยงกัน โดยข้อกล่าวหาที่ 1 เป็นกรณีที่มีความปรากฏ และ กกต. สั่งให้รับเรื่องและทำการไต่สวน คือถ้าดูแล้วผู้ถูกร้องที่ 187-206 รวมถึงผู้ถูกกล่าวหาที่ 228 คือนายเนวิน ชิดชอบ ข้อกล่าวหานี้มีความปรากฏจากสำนวนการไต่สวน มีการแจ้งข้อกล่าวหาว่าเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือผู้มีตำแหน่งทางการเมืองเข้าไปช่วยเหลือบุคคลที่เป็น สว. จำนวน 140 คน ที่เชื่อว่ามีชื่ออยู่ในโพยเป็นลำดับต้น ๆ ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ถูกร้องทั้ง 21 คน และตัวเองก็ได้รับเลือกเป็น สว. ซึ่งในการพิจารณาสำนวนนั้นเราดูข้อกล่าวหาและดูคำชี้แจง พยานหลักฐาน ซึ่งมีพยาน 4 คน และมีนางกุสุมาวตี ศิริโกมุท กล่าวอ้างว่า กลุ่มคนเหล่านี้กระทำความผิด

นายณรงค์ กล่าวอีกว่า แต่พยานที่สำคัญ คือพยานที่ 16 ที่เป็นประเด็นตอนนี้ มาให้ถ้อยคำ โดยอ้างว่ารู้เห็น 4 เหตุการณ์ โดยเหตุการณ์ที่ 1 อ้างว่า ในเดือน เม.ย. 2567 กลุ่มกรรมการบริหารพรรคการเมืองและคนรุ่นใหม่ ซึ่งนำโดยนายภราดร ปริศนานันทกุล ร่วมกันวางแผนฮั้ว สว. โดยศึกษาระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือก สว. และมีการสืบค้นโปรแกรมและส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์สำหรับการเลือก สว. และพยานอ้างว่าได้รับทราบจากเพื่อน สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้มีการอ้างถึงเหตุการณ์ที่ 2 คือวันที่ 16-26 มิ.ย. 2567 หลังมีการเลือก สว.ระดับจังหวัดแล้ว ก่อนจะมีการเลือกระดับประเทศ มีการประชุมของคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ณ ที่ทำการพรรคใน กทม. และนายภราดร และนายไชยชนก ชิดชอบ เป็นผู้บรรยายแผน รวมถึงมีกลุ่มกรรมการบริหารพรรคและ สส. ร่วมฟังการบรรยาย มีนายเนวิน ชิดชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ซึ่งพยานที่ 16 อ้างว่าเข้าประชุมด้วย

สำหรับเหตุการณ์ที่ 3 ที่พยานอ้างว่ารู้เห็นเหตุการณ์ด้วยนั้นคือวันที่ 24 มิ.ย. 2567 ก่อนการเลือกระดับประเทศ พยานรหัสที่ 16 กับพวก ไปที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ วิทยาเขตหันตรา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อทำโพยฮั้วกัน และมีทีมติวเตอร์ คือนางสุขสมรวย วันทนียกุล พร้อมนักศึกษาและผู้ช่วยเข้ามาติวเรื่องการทำโพย

เหตุการณ์ที่ 4 หลังจากมีการเลือก สว.ระดับประเทศแล้ว พยานคนเดิมนำ สว. ในสายของตน ไปรับมอบนโยบายจากนายเนวิน ที่ รร.พูลแมน คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาทุกคนได้ทำหนังสือชี้แจงโดยปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าไม่ได้กระทำความผิด

ประธาน กกต. กล่าวว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าว ที่ประชุม กกต. มีมติเสียงส่วนใหญ่ให้ยกคำร้อง แต่ขอชี้แจงในคำวินิจฉัยส่วนตัวของตน ตนเห็นว่ากรณีนี้เป็นการเลือก สว.ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2567 และ กกต. ได้ประกาศผลการเลือก สว. และ สว. ในบัญชีสำรองในวันที่ 10 ก.ค. 2567 ได้มีการร้องเรียนว่าการเลือก สว. เป็นไปโดยมิชอบ มีผู้ถูกร้องจำนวนมาก ซึ่ง กกต. ได้รับเรื่องและมีมติไปแล้วหลายเรื่อง สำหรับเรื่องนี้ ที่ประชุม กกต. เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2568 หลังเลือกตั้ง สส. ได้รับทราบรายงานว่า ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีหนังสือถึง กกต. ลงวันที่ 25 ก.ย. 2567 แจ้งเป็นเรื่องรับไว้สอบสวนกรณีมีผู้ร้องขอความเป็นธรรมต่อ รมว.ยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้สอบสวนการเลือก สว. ที่มีพฤติการณ์ไม่สุจริต ซึ่งสำนักงาน กกต. เห็นว่ามีมูล จึงได้ไต่สวนเรื่อยมา

นายณรงค์ กล่าวอีกว่า การไต่สวนประเด็นดังกล่าว มี 3 คน มาให้ถ้อยคำ ผมเห็นว่า การสอบสวนของ กกต. ดำเนินการมานาน ทำไมพยานเหล่านี้จึงเพิ่งมาร้องว่าบุคคลเหล่านี้กระทำความผิด ล่วงเลยเวลาที่พยานอ้างว่ารู้เห็นเหตุการณ์ผ่านมาแล้ว 1 ปี ช่วงนั้นถ้าพูดถึงเรื่องการเมืองพยานรหัส 16/26 เคยเป็น สส.พรรคภูมิใจไทย ต่อมาพรรคภูมิใจไทยมีมติให้พยานพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค เพราะพยานรหัสนี้ถูกศาลขอนแก่นพิพากษาว่า มีความผิดฐานยักยอกทรัพย์สหกรณ์ออมทรัพย์ครู จ.ขอนแก่น จำนวนหลายร้อยล้านบาท และลงโทษจำคุกเป็นเวลา 4 ปี จากนั้นพยานคนนี้ไปสังกัดพรรคกล้าธรรม และทั้งสองพรรคเกิดความไม่ลงรอยทางการเมือง ต่อมาเดือน พ.ค. 2568 พยานคนนี้จึงมาให้ถ้อยคำ โดยยอมรับว่าร่วมทำผิดและขอให้กันตัวเองเป็นพยาน พยานคนนี้ เป็นผู้ยืนยันคนเดียวว่ามีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพรรคภูมิใจไทย โดยไม่ปรากฏหลักฐานในพยานหรือภาพถ่ายว่ามีการกระทำ ไม่มีหลักฐานการกระทำของนายภราดร ที่อ้างว่ามีเงินในเรื่องจำนวนมหาศาลจากการตรวจสอบเส้นเงินก็ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจ่ายให้ใคร พยานปากนี้ไม่สามารถระบุได้เลย เป็นการกล่าวอ้างลอย

นอกจากนี้ ข้อกล่าวหานี้ยังมีพยานอีก 2 ปาก ทั้งสองคนตอนนี้เป็น สว. ถือเป็นพยานประกอบว่าอยู่ในเหตุการณ์ทำโพยที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ โดยอ้างว่า พยานรหัสที่ 16 เป็นคนชวนให้ไป โดยสองคนดังกล่าว อ้างว่าอยู่ในทีมทำโพยของ “เจ๊รวย” หรือนางสุขสมรวย สส.อำนาจเจริญ โดยพยานบอกว่า ได้รวมกลุ่มกับพยานรหัสที่ 16 ในการจัดโควตา สว. และพยานทั้งสองได้รับเลือกเป็น สว. ในที่สุด ซึ่งจากการพิจารณาพบว่า ไม่มีการกล่าวถึงมีกรรมการบริหารเข้ามาเกี่ยวข้อง มีความแตกต่างความไม่สอดคล้องของพยาน และไม่ได้ระบุว่ากลุ่มผู้ถูกร้องอยู่ในกระบวนการ โดยบอกว่า ตัวเองน่าจะได้รับเลือกเป็น สว. แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำให้ โดยอ้างว่า พยานที่ 16 เป็นคนส่งชื่อไป จะเห็นว่า ความสอดคล้องของพยาน ไม่มีเลย และพยานทั้ง 3 ได้มากลับคำให้การ โดยมีหนังสือถึงประธาน กกต. ว่า ที่พยานทั้งสามเคยให้การไว้ ทั้งการเตรียมการ เส้นเงิน และอื่น ๆ ไม่เป็นความจริง

ผมอยู่ศาลมา 38 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษา พยานที่กลับคำให้การถูกลงโทษมาเยอะ พยาน 3 ปาก ไม่มีความน่าเชื่อถือ มาให้การหลังเกิดเหตุนานมาก พยานที่ 16 มีคดีความยักยอก ถูกตัดสิทธิทางการเมืองในทางจริยธรรม ต้องดูว่าพยานมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ประเด็นความน่าเชื่อถือ ความไม่สอดคล้อง ประเด็นทางการเมือง ทำให้ฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะทำความผิดตามข้อกล่าวหาที่ 1 การตรวจสอบเส้นเงินของกลุ่มที่ถูกกล่าวหาทุกคนไม่พบความผิดปกติ โทรศัพท์อาจจะมีโทรฯ หากัน แต่ไม่มีเครื่องยืนยันว่าคุยเรื่องอะไร ถ้าเรายอมรับความจริง ธรรมชาติของนักการเมืองหรือคนที่เป็น สว. ก็ต้องยอมรับว่าต้องดำเนินการอย่างไร ก็ต้องจับกลุ่ม ตกลงกัน กรณีที่โรงแรมพูลแมน มีพยานกล่าวถึงว่าพบนายเนวิน นายอนุทิน แต่ไม่มีรายละเอียดว่าท่านไปทำอะไรกัน ซึ่งเป็นไปได้ทุกทาง พบกันแต่ไม่มีหลักฐานว่าทำความผิดตามข้อกล่าวหาที่ 1 เลย ดังนั้นในแต่ละข้อกล่าวหา เราดูพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก และเมื่อยกข้อกล่าวหาที่ 1 แล้ว ก็จะมีผลต่อข้อกล่าวหาที่ 2

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...