โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แคนาดาเตรียมรับมือ “ภาษี 50%” จากสหรัฐ ขณะที่การเจรจายังไม่ลงตัว

เดลินิวส์

อัพเดต 18 สิงหาคม 2569 เวลา 20.40 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
แคนาดาจะเผชิญกับอัตราภาษี 50% รอบใหม่จากสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งภาคธุรกิจระบุว่าอาจทำให้เกิดการเลิกจ้างงานในบางอุตสาหกรรมที่ประสบปัญหาอยู่แล้ว รวมถึงทำให้การเจรจาในวงกว้างเกี่ยวกับอนาคตของข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ มีความซับซ้อนมากขึ้น

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ว่า ในเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ใช้อำนาจตามมาตรา 338 ของกฎหมายภาษีศุลกากรฉบับปี 2473 เพื่อเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาหลายรายการ ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. นี้เป็นต้นไป ซึ่งรวมถึงไวน์ เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์นม ปูนซีเมนต์ เสื้อผ้า คันเบ็ดตกปลา อุปกรณ์ฮอกกี้ และสินค้าอื่น ๆ

บทบัญญัติดังกล่าวอนุญาตให้ประธานาธิบดีสหรัฐ กำหนดภาษีนำเข้าเชิงลงโทษสูงสุด 50% ต่อประเทศคู่ค้าที่ถูกมองว่าดำเนินมาตรการเลือกปฏิบัติทางการค้าต่อสินค้าของสหรัฐ ซึ่งการใช้อำนาจส่วนนี้อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของทรัมป์ เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางที่เข้มงวดต่อแคนาดา นับตั้งแต่เขากลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองเมื่อปีที่แล้ว

ทั้งนี้ อัตราภาษี 50% จะครอบคลุมสินค้าแคนาดามูลค่าเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 661,870 ล้านบาท) คิดเป็นประมาณ 5.2% ของสินค้ามูลค่า 383,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 12.6 ล้านล้านบาท) ที่สหรัฐนำเข้าจากแคนาดาในปี 2568 ตามข้อมูลจากสำนักงานสำมะโนประชากรแห่งสหรัฐ

ด้านนายกรัฐมนตรีมาร์ค คาร์นีย์ ผู้นำแคนาดา ถูกถามเกี่ยวกับภาษีจากสหรัฐที่จะมีผลบังคับใช้ในเร็ว ๆ นี้ และโอกาสในการบรรลุข้อตกลง แต่เขาปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเจรจาที่ “เข้มข้นและละเอียดอ่อน” กับสหรัฐ และคาดว่าเขาจะได้พูดคุยกับทรัมป์ก่อนถึงเส้นตาย

แม้นายโดมินิก เลอบลองก์ รัฐมนตรีที่รับผิดชอบกิจการการค้าระหว่างสหรัฐกับแคนาดา และนางแจนิส ชาเรตต์ หัวหน้าผู้เจรจาการค้าของแคนาดา เร่งการหารือกับคู่เจรจาฝ่ายสหรัฐ แต่เขากล่าวต่อคณะกรรมการที่ปรึกษาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ทั้งสองประเทศยังคงห่างไกลจากการบรรลุร่างข้อตกลงการค้า แม้จะมีการประชุมอย่างสม่ำเสมอก็ตาม.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...