โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนเร่งพยุงอุปสงค์ต่างประเทศ หลังเศรษฐกิจภายในยังซบเซา

เดลินิวส์

อัพเดต 17 ส.ค. เวลา 20.34 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. เวลา 13.34 น. • เดลินิวส์
นายกรัฐมนตรีจีนเรียกร้องขยายความร่วมมือทางการค้า และเร่งกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ หลังเศรษฐกิจจีนเผชิญแรงกดดันจากการบริโภคที่อ่อนแอ ภาคอสังหาริมทรัพย์ และความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ว่านายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้ารักษาเสถียรภาพของอุปสงค์จากต่างประเทศ และขยายความร่วมมือด้านการค้าระหว่างประเทศ

หลี่กล่าวว่า เศรษฐกิจจีนยังเผชิญปัญหาอุปสงค์ภายในประเทศที่ไม่เพียงพอ ขณะที่บางอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจเผชิญความยากลำบากเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

ปัจจุบัน จีนซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และอันดับหนึ่งของเอเชีย พึ่งพาการส่งออกมากขึ้นเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและชดเชยการบริโภคภายในประเทศที่อ่อนแอ อย่างไรก็ตาม วิกฤติภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ ยังคงกดดันการลงทุนและการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน

ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งทางการค้ากับประเทศคู่ค้า รวมถึงสงครามในตะวันออกกลาง อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ทั่วโลกและความต้องการสินค้าจากจีน

ข้อมูลเศรษฐกิจที่เผยแพร่ในวันเดียวกันระบุว่า โมเมนตัมทางเศรษฐกิจของจีนยังคงซบเซาในเดือนก.ค. โดยทั้งการผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกชะลอตัวลง

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( จีดีพี ) ของจีน เมื่อไตรมาสที่สองของปีนี้ ขยายตัว 4.3% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่รัฐบาลกำหนดไว้ระหว่าง 4.5-5%

หลี่ยืนยันว่า รัฐบาลปักกิ่งจะพยายามผลักดันให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจประจำปี พร้อมเรียกร้องให้ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน พร้อมกันนี้ รัฐบาลจะเร่งใช้มาตรการที่มีอยู่ และออกมาตรการใหม่ที่มีประสิทธิภาพเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ การขยายอุปสงค์ภายในประเทศจะยังเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาลจีน ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ขณะเดียวกัน ภาครัฐจะมุ่งส่งเสริมการจ้างงานและเพิ่มรายได้ของประชาชน รวมถึงสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเกิดใหม่

นอกจากนี้ จีนจะเดินหน้าพัฒนากลไกการระดมทุนรูปแบบใหม่ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน โดยเฉพาะในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...