โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“จตุพร” จี้ ปปช. เร่งปราบทุจริต อย่าปล่อยหมดเวลาเอาผิด ซัด กกต. ไร้ประสิทธิภาพเป็นภาระประชาชน

สยามรัฐ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 28 ก.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า…

บี้ ปปช. เร่งปราบทุจริต อย่าใช้ช่องว่างกติกาดองปัญหา ปลอยจนพ้นเวลาจัดการ ระอา! กกต.ไร้ประสิทธิภาพทำหน้าที่ เลือกตั้งตรง-อ้อมมากปัญหา แต่ยังหน้ามึนชาอยู่เป็นภาระภาษี ลั่นเมื่อบุคคลและองค์กรไม่เอาจริงเอาจัง ย่อมฉุด ปท.ล้าหลังพัฒนา

เมื่อ 27 ก.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า ผลสอบโกงซื้อ-ขายตำแหน่งข้าราชการ (ขรก.) ท้องถิ่นของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ระบุมีผู้เกี่ยวข้องการทุจริตนับร้อยคน ดังนั้น เชื่อว่าตำรวจปราบปรามจะมีแผนผังและนำไปขยายผลจัดการขบวนการใหญ่ที่อุกอาจด้วยกระบวนการรวดเร็ว

อีกอย่างหวังว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) จะไม่ทำหน้าที่จัดการ ขรก.ทุจริตโกงผลสอบท้องถิ่นอย่างล่าช้าจนสังคมสิ้นหวัง อย่างไรก็ตาม แม้หลายคดีที่ผ่านมา ปปช.มักใช้เวลามากกว่าปกติ โดยดองเรื่องเอาไว้ให้ค้างเติ่งจึงไม่สอดคล้องกับการขยายบุคลากรเพิ่มมากขึ้นเพื่อปราบปรามการทุจริตให้สิ้นซาก

“ความหวังประเทศจะเปลี่ยนด้วยการเริ่มปราบปรามคอร์รัปชั่น เพื่อนำไปสู่รัฐมีธรรมาภิบาล สุจริต โปร่งใส หาก ปปช.ทำงานล่าช้าแบบสองชามคือ เช้าชาม เย็นชาม จนดองเรื่องไว้มากย่อมไม่มีวันจะแก้ปัญหาปราบทุจริตได้ ดังนั้นถ้าระบบเปิดเวลาไว้ไม่จำกัดแบบนี้ ปปช.ก็ดึงทุกเรื่อง และไม่มีใครทำอะไรได้”

นายจตุพร กล่าวว่า ระบบ กฎเกณฑ์ขององค์กรในบ้านเมืองเกิดช่องว่างทำหน้าที่ไม่จริงจังกับการปราบทุจริต อีกอย่างปัญหาใหญ่กว่านั้นคือ เรื่องตัวบุคคล อย่างไรก็ตาม ถ้าคนดี มีประสิทธิภาพ กติกาย่อมไม่มีปัญหาเลย แต่ที่ผ่านมาล้วนทำงานไม่ยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก จึงฉุดให้ทุกอย่างเป็นปัญหาตามไปหมด

นอกจากนี้ ถ้าเขียน รธน.ให้ดีเพียงไร หากคนมันเฮงซวยประเทศย่อมพังอยู่เช่นกัน หากแต่ละองค์กรทำหน้าที่ตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพแล้วไทยคงไม่อยู่ในสภาพมีปัญหาทุจริตและนอมินีเต็มไปหมด

“ถ้าบ้านเมืองเคร่งครัดเอาชาติบ้านเมืองเป็นตัวตั้งแล้ว การโกงข้อสอบซึ่งบัดซบเลวที่สุดใครมันจะกล้าทำ แต่นี้โกงกันอย่างไม่ยี่หระจากโกงหลักร้อยขยายเป็นพันแล้วหลายพัน และเพิ่มซื้อขายกันเป็นหมื่นคน บางที่มีตำแหน่ง 8,000 แต่ขยายซื้อ-ขายตำแหน่งเป็น 15,000 คน จนคนกลุ่มหนึ่งมั่งมีศรีสุขกัน”

ส่วนการฮั้ว สว.ที่เป็นปัญหานั้น ล้วนมาจากรากเหง้าของ รธน.2560 ที่ไม่ได้อยู่บนโลกความจริง ดังนั้น กาาจัดการเลือกตั้งทางอ้อมหรือทางตรงจึงเต็มไปด้วยปัญหา เพราะ กกต.ไม่มีปัญญาจัดการให้สุจริต ถึงที่สุดแล้ว ตนเชื่อว่า รธน.2560 จะถูกฉีกมากกว่าถูกแก้ไขเพราะมีปัญหาสั่งสมมากมายเต็มไปหมด

อีกอย่าง ปัญหาเกี่ยวกับพลังงาน ซึ่งสหรัฐกับอิหร่านเตรียมทำศึกกันครั้งใหญ่ ความเดือดร้อนด้านน้ำมันหลีกกันไม่ได้ หากมีการกักตุ่นหวังขายในราคาแพงเหมือนครั้งที่แล้ว คนคงยากจะรับได้ โดยผลประกอบการจะไล่ล่าคนกักตุนน้ำมันที่มุ่งแต่เอาเปรียบในยามคนยากลำบากกัน

ขณะที่บัตรคนจน แม้ผู้มีคุณสมบัติไม่ผ่านกว่า 9.3 ล้านคน แต่ยื่นอุทธรณ์ได้ประมาณ 4 ล้านคน ขาดไปกว่า 5 ล้านคน ดังนั้น เมื่อรวมผู้ได้สิทธิ์บัตรคนจนทั้งระบบจะมีประมาณ 13.5 ล้านคน (ผู้มีสิทธิ์เดิม 9.5 ล้าน) ดังนั้น ถ้าเกิดวิกฤตเศรษฐกิจใหญ่ โดยไทยไม่มีแผนรับมืออย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพราะเสียเวลากับปัญหาการทุจริตจนขาดการพัฒนาจึงยากต่อการแก้ปัญหาชาติได้

นายจตุพร เชื่อว่า ถ้า ปปช.ทำหน้าที่ถ่วงยื้อและดองปัญหาการปราบทุจริต ประเทศย่อมไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น หากยังอยู่ในสถานการณ์แต่ละองค์กรไม่ทำหน้าที่ให้เกิดความหวังต่อบ้านเมืองแล้ว ในอนาคตจะมีโอกาสถูกล้มกระดาน นำพาประเทศเข้าสู่ปัญหากลไกการปกครองใหม่กันอีก ดังนั้น เมื่อ ปปช. ทำหน้าที่เช้าชามเย็นชามเหมือนบ้านเมืองอยู่ในสภาพปกติ คนย่อมรู้สึกว่า เรื่องโกงสอบจะจบเงียบๆ เหมือนเคยจบปัญหาต่างๆ กันหรือเปล่า

ส่วน กกต. ในกรณีฮั้ว สว.หากยังไม่แก้ไขที่มาของ สว.และเอ็กเรย์ทั้ง 200 สว.อย่างเสมอภาคกันในที่มา เพราะกติกาในบ้านเมืองขณะนี้เละกันหมดแล้ว มีแต่เรื่องเดิมๆ พูดกันแบบเดิมๆ พฤติการณ์แบบเดิมๆ แล้วเคยชินกันแบบเดิมๆ จนเกิดธุระไม่ใช่ ปล่อยปละปัญหากันไว้อีก

อีกทั้งกล่าวถึงการแก้ปัญหาความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า เกิดปัญหามา 22 ปีแล้วการแกปัญหายังเหมือนเดิม เสียทั้งงบประมาณ กำลังคน และความเสียหาย ดังนั้น ควรคิดวิธีแก้ปัญหากันใหม่หรือไม่ ตนเห็นว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่าการทำความเข้าใจต่อกัน โดยคดีฆ่าก็ต้องแยกแยะออกมาดำเนินคดี

"การเจรจาสันติสุข เราทำกันแบบนี้มา 22 ปี แล้วมันไม่ใช่เลย คนไม่เคยถามว่าสันติสุขจะได้เมื่อไหร่ เมื่อวิธีเดิมล้มเหลวมา 22 ปีเราไม่คิดเปลี่ยนวิธีกันบ้างเหรอ โดยหาทางพากลับเข้าสู่สถานการณ์ก่อนปล้นปืนที่ปิเหล็งเหมือนเดิมได้อย่างไร"

นายจตุพร กล่าวว่า การโยกย้าย ขรก.ที่กระทรวงเกษตรฯ เป็นการล้างบางอำนาจ รมต.เก่าอย่างชัดเจน และยังต้องมีกันอีกหลายระลอก ส่วน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมว.เกษตรฯ ได้ส่งสัณญาณการโยกย้ายมาก่อ แต่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ คนปัจจุบันไม่ฟัง ยังสวนกลับเอาอีก

ดังนั้น ถัดจากนี้ไป จะมีเรื่องราวสำคัญอะไรหลุดไปยังฝ่ายค้านอย่างพรรคกล้าธรรมหรือไม่ จึงน่าสนใจและต้องจับตาการเมืองของคู่นี้ภายใต้ปัญหาความยุ่งเหยิงในกระทรวงเกษตรฯ จนลุกลามเป็นความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้หรือไม่

#จตุพร #ปปช #ปราบทุจริต #กกต #การเมืองไทย #คอร์รัปชัน #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...