“จตุพร” จี้ ปปช. เร่งปราบทุจริต อย่าปล่อยหมดเวลาเอาผิด ซัด กกต. ไร้ประสิทธิภาพเป็นภาระประชาชน
วันที่ 28 ก.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า…
บี้ ปปช. เร่งปราบทุจริต อย่าใช้ช่องว่างกติกาดองปัญหา ปลอยจนพ้นเวลาจัดการ ระอา! กกต.ไร้ประสิทธิภาพทำหน้าที่ เลือกตั้งตรง-อ้อมมากปัญหา แต่ยังหน้ามึนชาอยู่เป็นภาระภาษี ลั่นเมื่อบุคคลและองค์กรไม่เอาจริงเอาจัง ย่อมฉุด ปท.ล้าหลังพัฒนา
เมื่อ 27 ก.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า ผลสอบโกงซื้อ-ขายตำแหน่งข้าราชการ (ขรก.) ท้องถิ่นของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ระบุมีผู้เกี่ยวข้องการทุจริตนับร้อยคน ดังนั้น เชื่อว่าตำรวจปราบปรามจะมีแผนผังและนำไปขยายผลจัดการขบวนการใหญ่ที่อุกอาจด้วยกระบวนการรวดเร็ว
อีกอย่างหวังว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) จะไม่ทำหน้าที่จัดการ ขรก.ทุจริตโกงผลสอบท้องถิ่นอย่างล่าช้าจนสังคมสิ้นหวัง อย่างไรก็ตาม แม้หลายคดีที่ผ่านมา ปปช.มักใช้เวลามากกว่าปกติ โดยดองเรื่องเอาไว้ให้ค้างเติ่งจึงไม่สอดคล้องกับการขยายบุคลากรเพิ่มมากขึ้นเพื่อปราบปรามการทุจริตให้สิ้นซาก
“ความหวังประเทศจะเปลี่ยนด้วยการเริ่มปราบปรามคอร์รัปชั่น เพื่อนำไปสู่รัฐมีธรรมาภิบาล สุจริต โปร่งใส หาก ปปช.ทำงานล่าช้าแบบสองชามคือ เช้าชาม เย็นชาม จนดองเรื่องไว้มากย่อมไม่มีวันจะแก้ปัญหาปราบทุจริตได้ ดังนั้นถ้าระบบเปิดเวลาไว้ไม่จำกัดแบบนี้ ปปช.ก็ดึงทุกเรื่อง และไม่มีใครทำอะไรได้”
นายจตุพร กล่าวว่า ระบบ กฎเกณฑ์ขององค์กรในบ้านเมืองเกิดช่องว่างทำหน้าที่ไม่จริงจังกับการปราบทุจริต อีกอย่างปัญหาใหญ่กว่านั้นคือ เรื่องตัวบุคคล อย่างไรก็ตาม ถ้าคนดี มีประสิทธิภาพ กติกาย่อมไม่มีปัญหาเลย แต่ที่ผ่านมาล้วนทำงานไม่ยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก จึงฉุดให้ทุกอย่างเป็นปัญหาตามไปหมด
นอกจากนี้ ถ้าเขียน รธน.ให้ดีเพียงไร หากคนมันเฮงซวยประเทศย่อมพังอยู่เช่นกัน หากแต่ละองค์กรทำหน้าที่ตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพแล้วไทยคงไม่อยู่ในสภาพมีปัญหาทุจริตและนอมินีเต็มไปหมด
“ถ้าบ้านเมืองเคร่งครัดเอาชาติบ้านเมืองเป็นตัวตั้งแล้ว การโกงข้อสอบซึ่งบัดซบเลวที่สุดใครมันจะกล้าทำ แต่นี้โกงกันอย่างไม่ยี่หระจากโกงหลักร้อยขยายเป็นพันแล้วหลายพัน และเพิ่มซื้อขายกันเป็นหมื่นคน บางที่มีตำแหน่ง 8,000 แต่ขยายซื้อ-ขายตำแหน่งเป็น 15,000 คน จนคนกลุ่มหนึ่งมั่งมีศรีสุขกัน”
ส่วนการฮั้ว สว.ที่เป็นปัญหานั้น ล้วนมาจากรากเหง้าของ รธน.2560 ที่ไม่ได้อยู่บนโลกความจริง ดังนั้น กาาจัดการเลือกตั้งทางอ้อมหรือทางตรงจึงเต็มไปด้วยปัญหา เพราะ กกต.ไม่มีปัญญาจัดการให้สุจริต ถึงที่สุดแล้ว ตนเชื่อว่า รธน.2560 จะถูกฉีกมากกว่าถูกแก้ไขเพราะมีปัญหาสั่งสมมากมายเต็มไปหมด
อีกอย่าง ปัญหาเกี่ยวกับพลังงาน ซึ่งสหรัฐกับอิหร่านเตรียมทำศึกกันครั้งใหญ่ ความเดือดร้อนด้านน้ำมันหลีกกันไม่ได้ หากมีการกักตุ่นหวังขายในราคาแพงเหมือนครั้งที่แล้ว คนคงยากจะรับได้ โดยผลประกอบการจะไล่ล่าคนกักตุนน้ำมันที่มุ่งแต่เอาเปรียบในยามคนยากลำบากกัน
ขณะที่บัตรคนจน แม้ผู้มีคุณสมบัติไม่ผ่านกว่า 9.3 ล้านคน แต่ยื่นอุทธรณ์ได้ประมาณ 4 ล้านคน ขาดไปกว่า 5 ล้านคน ดังนั้น เมื่อรวมผู้ได้สิทธิ์บัตรคนจนทั้งระบบจะมีประมาณ 13.5 ล้านคน (ผู้มีสิทธิ์เดิม 9.5 ล้าน) ดังนั้น ถ้าเกิดวิกฤตเศรษฐกิจใหญ่ โดยไทยไม่มีแผนรับมืออย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพราะเสียเวลากับปัญหาการทุจริตจนขาดการพัฒนาจึงยากต่อการแก้ปัญหาชาติได้
นายจตุพร เชื่อว่า ถ้า ปปช.ทำหน้าที่ถ่วงยื้อและดองปัญหาการปราบทุจริต ประเทศย่อมไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น หากยังอยู่ในสถานการณ์แต่ละองค์กรไม่ทำหน้าที่ให้เกิดความหวังต่อบ้านเมืองแล้ว ในอนาคตจะมีโอกาสถูกล้มกระดาน นำพาประเทศเข้าสู่ปัญหากลไกการปกครองใหม่กันอีก ดังนั้น เมื่อ ปปช. ทำหน้าที่เช้าชามเย็นชามเหมือนบ้านเมืองอยู่ในสภาพปกติ คนย่อมรู้สึกว่า เรื่องโกงสอบจะจบเงียบๆ เหมือนเคยจบปัญหาต่างๆ กันหรือเปล่า
ส่วน กกต. ในกรณีฮั้ว สว.หากยังไม่แก้ไขที่มาของ สว.และเอ็กเรย์ทั้ง 200 สว.อย่างเสมอภาคกันในที่มา เพราะกติกาในบ้านเมืองขณะนี้เละกันหมดแล้ว มีแต่เรื่องเดิมๆ พูดกันแบบเดิมๆ พฤติการณ์แบบเดิมๆ แล้วเคยชินกันแบบเดิมๆ จนเกิดธุระไม่ใช่ ปล่อยปละปัญหากันไว้อีก
อีกทั้งกล่าวถึงการแก้ปัญหาความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า เกิดปัญหามา 22 ปีแล้วการแกปัญหายังเหมือนเดิม เสียทั้งงบประมาณ กำลังคน และความเสียหาย ดังนั้น ควรคิดวิธีแก้ปัญหากันใหม่หรือไม่ ตนเห็นว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่าการทำความเข้าใจต่อกัน โดยคดีฆ่าก็ต้องแยกแยะออกมาดำเนินคดี
"การเจรจาสันติสุข เราทำกันแบบนี้มา 22 ปี แล้วมันไม่ใช่เลย คนไม่เคยถามว่าสันติสุขจะได้เมื่อไหร่ เมื่อวิธีเดิมล้มเหลวมา 22 ปีเราไม่คิดเปลี่ยนวิธีกันบ้างเหรอ โดยหาทางพากลับเข้าสู่สถานการณ์ก่อนปล้นปืนที่ปิเหล็งเหมือนเดิมได้อย่างไร"
นายจตุพร กล่าวว่า การโยกย้าย ขรก.ที่กระทรวงเกษตรฯ เป็นการล้างบางอำนาจ รมต.เก่าอย่างชัดเจน และยังต้องมีกันอีกหลายระลอก ส่วน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมว.เกษตรฯ ได้ส่งสัณญาณการโยกย้ายมาก่อ แต่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ คนปัจจุบันไม่ฟัง ยังสวนกลับเอาอีก
ดังนั้น ถัดจากนี้ไป จะมีเรื่องราวสำคัญอะไรหลุดไปยังฝ่ายค้านอย่างพรรคกล้าธรรมหรือไม่ จึงน่าสนใจและต้องจับตาการเมืองของคู่นี้ภายใต้ปัญหาความยุ่งเหยิงในกระทรวงเกษตรฯ จนลุกลามเป็นความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้หรือไม่
#จตุพร #ปปช #ปราบทุจริต #กกต #การเมืองไทย #คอร์รัปชัน #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline