โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สาวร้องเรียนหัวหน้าจอมโหด สั่งลงโทษให้ทำท่าสควอต 200 ครั้งจนป่วยหนัก

เดลินิวส์

อัพเดต 27 สิงหาคม 2569 เวลา 0.27 น. • เผยแพร่ 57 นาทีที่แล้ว • เดลินิวส์
หลังจากโดนทำโทษครบจำนวนแล้ว พนักงานสาวถึงกับยืนไม่อยู่ และเดินแทบไม่ได้ เนื่องจากประสบภาวะกล้ามเนื้อสลายอย่างรุนแรง

วันนี้ (26 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีที่กำลังได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในประเทศจีน เมื่อพนักงานหญิงคนหนึ่งประสบภาวะกล้ามเนื้อสลาย (Rhabdomyolysis) ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หลังถูกเจ้านายบังคับให้ทำท่าสควอตหรือท่าลุกนั่ง 200 ครั้ง เพื่อเป็นการลงโทษที่ทำยอดขายไม่ได้ตามเป้า โดยหลังลงโทษเสร็จสิ้น เธอแทบจะยืนและเดินไม่ได้

รายงานข่าวระบุเพียงนามสมมติของพนักงานหญิงคนนี้ว่า "หยาง" เธอเพิ่งย้ายมายังเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของประเทศจีน เพื่อเริ่มทำงานในตำแหน่งที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัทนายหน้าสินเชื่อแห่งหนึ่งเมื่อเดือนมิถุนายน

งานของเธอเน้นการโทรศัพท์เสนอขายบริการเป็นหลัก โดยที่ "จาง" ผู้จัดการทีมของเธอ ได้กำหนดเป้าหมายต่อวันไว้ว่า พนักงานแต่ละคนต้องโทรหาลูกค้าวันละ 200 สาย เชิญลูกค้ามาติดต่อ 1 ราย และต้องหาลูกค้าที่แสดงความสนใจใช้บริการให้ได้ 1 ราย

กระทั่งวันที่ 28 กรกฎาคม หยางไม่สามารถทำยอดได้ตามเป้า จางจึงเสนอเงื่อนไขให้เธอเลือกระหว่างการทำท่าสควอต 100 ครั้ง หรือจ่ายเงินปรับ 50 หยวน (ประมาณ 240 บาท) ต่อภารกิจหนึ่งอย่างที่ทำไม่สำเร็จ เนื่องจาก หยาง ทำงานไม่ได้ตามเป้าหมายและต้องการรักษาหน้าที่การงานไว้ เธอจึงเลือกรับโทษด้วยการทำท่าสควอตรวม 200 ครั้ง โดยประกาศว่า "ฉันไม่มีเงิน"

หยางบันทึกภาพตัวเองขณะทำท่าสควอตตามจุดต่างๆ ในสำนักงาน

หยาง ได้ถ่ายคลิปวิดีโอตอนที่เธอทำท่าสควอตเป็นชุดๆ ตามจุดต่างๆ ในอาคารสำนักงานส่งให้หัวหน้าดูเป็นหลักฐาน ซึ่งในคลิปแสดงให้เห็นว่า หลังจากทำท่าสควอตช่วงสุดท้ายจนเสร็จ เธอก็ไม่สามารถลุกขึ้นยืนตรงได้และเดินเซ โดยมีรายงานว่าเธอรู้สึกเจ็บขาทั้งสองข้างอย่างรุนแรง

เนื่องจากปัญหาทางการเงิน หยางจึงไม่ได้ไปพบแพทย์ทันที จนกระทั่ง 5 วันต่อมา เธอสังเกตเห็นปัสสาวะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้ม เมื่อเธอไปตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์ได้วินิจฉัยว่าเธอป่วยเป็นภาวะกล้ามเนื้อสลาย ซึ่งเกิดจากเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อที่สลายตัวอย่างรวดเร็วและปลดปล่อยสารภายในเซลล์เข้าสู่กระแสเลือด หากมีสารเหล่านี้ในปริมาณมากอาจส่งผลเสียต่อไตและนำไปสู่ภาวะไตวายที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ผลการตรวจพบว่าระดับเอนไซม์คริเอทีนไคเนสในร่างกายเธอพุ่งสูงเกิน 16,000 U/L ซึ่งโดยทั่วไป ค่าเพียง 1,000 U/L ก็มากพอที่จะเข้าข่ายผู้ป่วยโรคนี้แล้ว นับว่าโชคดีที่เธอไม่เกิดภาวะไตวาย จากนั้น แพทย์ให้คำแนะนำแก่เธอว่าควรจะพักผ่อนและหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ

หยาง เสียค่ารักษาพยาบาลไปทั้งสิ้น 1,400 หยวน (ประมาณ 6,800 บาท) อีกทั้งอาการป่วยทำให้เธอไม่สามารถทำงานหรือรับการลงโทษต่อได้ เธอจึงตัดสินใจลาออกเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม และเชื่อว่าบริษัทมีเจตนาบีบเธอให้ออกจากงานด้วยการตั้งเป้าหมายที่ไม่อาจเป็นไปได้จริง

ต่อมา เธอได้ติดต่อไปยังผู้จัดการจางเพื่อเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง และค่าชดเชยการบาดเจ็บทางร่างกายอีก 15,000 หยวน (ประมาณ 73,000 บาท) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพระหว่างพักฟื้น 75 วัน เนื่องจากสภาพร่างกายยังไม่พร้อมหางานใหม่ แต่จางปฏิเสธข้อเรียกร้องและแนะนำให้เธอใช้ฟ้องร้องทางกฎหมายแทน

หยาง จึงร้องเรียนผ่านรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังผู้จัดการจาง เขาก็ยอมรับว่ามีพฤติกรรมละเมิดกฎหมายแรงงานจริง แต่ยืนยันว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับบริษัท และไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยจำนวนดังกล่าวได้

ปัจจุบัน หยางได้นำเรื่องเข้าแจ้งต่อหน่วยงานตรวจสอบแรงงานที่ดูแลบริษัทนี้แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป ทั้งนี้ ตามกฎหมายแรงงานของจีน หากนายจ้างเหยียดหยามหรือลงโทษทางร่างกายลูกจ้าง บุคคลที่รับผิดชอบอาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุด 15 วัน

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : Gesina from Pixabay, Handout

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...