โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นศ.ร้องรัฐบริหารงบ กยศ. พบแก้เกณฑ์เชื่อมบัตรคนจน ทำโควตาเต็ม เด็กเสี่ยงหลุดระบบ

สยามรัฐ

อัพเดต 25 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 น. ที่อาคารรัฐสภา นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วยตัวแทนนักศึกษาและผู้ปกครอง ร่วมแถลงข่าวในหัวข้อ “ตัดงบ กยศ. ตัดอนาคตเด็กไทย? นักศึกษาจี้รัฐเร่งเติมเงินกู้” โดยนายปริญญาเปิดเผยว่า กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กำลังเผชิญวิกฤตงบประมาณไม่เพียงพอ โดยมีข้อมูลว่ากองทุนฯ มีหนี้ค้างชำระจากรุ่นพี่กว่า 220,000 ล้านบาท แต่รัฐบาลไม่ควรนำเรื่องนี้มาตัดโอกาสทางการศึกษาของนักศึกษาปัจจุบันที่เป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ

จากข้อมูลพบว่าในปีนี้มีผู้ยื่นความประสงค์ขอกู้ยืมเงิน แต่ได้รับการอนุมัติเพียง 47.7% ซึ่งหมายความว่ามีเด็กอีกกว่า 50% ที่เสี่ยงต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน นายปริญญาตั้งข้อสังเกตว่าในการพิจารณางบประมาณปี 2570 มีการตัดงบหลายส่วนไปไว้ที่งบกลาง

และยังมีกระแสข่าวว่าจะนำเรื่องงบประมาณ กยศ. ไปพ่วงกับ พ.ร.ก. เงินกู้ 400,000 ล้านบาท ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงจะเท่ากับรัฐบาลนำอนาคตเด็กมาเป็นตัวประกันเพื่อให้ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว ทั้งที่ควรใช้การจัดสรรงบประมาณปกติหรือใช้เงินงบกลางมาดูแล โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์ สาธารณสุข และการแพทย์ ที่มีค่าใช้จ่ายสูงและเป็นบุคลากรที่ประเทศกำลังขาดแคลน

"อย่าเอาคนที่กำลังศึกษาอยู่มาเป็นตัวประกัน ถ้าหากรุ่นพี่ไม่คืน รุ่นน้องไม่ได้เรียน แบบนี้ใช้ไม่ได้จริงๆ รัฐบาลต้องหาเงินมาให้ผ่านกองทุนการศึกษาให้เขาได้เข้าเรียน ส่วนวิธีจัดการหนี้เก่าก็ต้องไปว่ากันอีกส่วน ไม่ใช่เอาเด็กปัจจุบันมาเป็นตัวประกันแบบนี้" นายปริญญา กล่าว

ขณะที่ตัวแทนนักศึกษาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ตนเดินทางด้วยรถไฟชั้น 3 เป็นเวลากว่า 8 ชั่วโมงเพื่อมาร่วมแถลงข่าว โดยปัญหาเริ่มชัดเจนตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ระบบ กยศ. ปิดให้ยื่นกู้และพบว่านักศึกษาจำนวนมากติดค้างอยู่ในขั้นตอนสถานศึกษาตรวจสอบ เนื่องจากโควตาเต็มทำให้ไม่สามารถส่งรายชื่อให้กองทุนฯ ได้

ซึ่งก่อนหน้านี้มีการยื่นหนังสือต่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอแปรญัตติเพิ่มงบประมาณ 5,100 ล้านบาท แต่ถูกปัดตกไป ทำให้นักศึกษาหลายคนต้องกู้นอกระบบหรือนำทรัพย์สินเช่นแหวนทองไปจำนำเพื่อรักษาสถานภาพนักศึกษา

จากผลสำรวจนักศึกษา 1,652 ราย ใน 15 มหาวิทยาลัย พบว่า 47% ยังไม่ได้รับโควตา เช่น ยื่นกู้ 29,000 ราย ได้โควตาเพียง 15,000 ราย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า (มจ.) ยื่นกู้ 2,900 ราย ได้โควตา 1,300 ราย และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ยื่นกู้ 570 ราย มีรายชื่อค้างท่ออยู่ 92 ราย จากจำนวนรวมกว่า 600 ราย ได้โควตาเพียง 351 รายเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขใหม่ที่กีดกันนักศึกษาที่ไม่ได้เรียนในสาขาที่รัฐกำหนดหรือไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งที่พวกเขามีความจำเป็นจริงๆ

ทางด้านตัวแทนผู้ปกครองจากกรุงเทพมหานคร สะท้อนว่าบุตรสาวได้รับโควตาเรียนที่มหาวิทยาลัยพะเยา และได้สำรองเงินจ่ายไปก่อนเพราะหวังจะกู้ กยศ. คืนในภายหลัง แต่ปัจจุบันสถานะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ 4 ซึ่งต้องรอโควตาและงบประมาณเพิ่มเติม ทำให้ไม่รู้ว่าลูกจะสามารถเรียนต่อได้จนจบหรือไม่ เธอตั้งคำถามว่า กยศ. ที่เคยระบุว่ามีเงินอยู่นั้นหายไปไหน และเหตุใดเด็กที่เคยเป็นผู้กู้ต่อเนื่องตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาจึงไม่สามารถกู้ต่อได้โดยอัตโนมัติเหมือนในอดีต เนื่องจากมีการเปลี่ยนกฎระเบียบใหม่ จึงขอวิงวอนให้รัฐบาลเร่งจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ปกครองและเด็กที่กำลังจะไปต่อไม่ไหว

นายภัทราวุธ ยินดี โฆษกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ปัญหา กยศ. กระทบต่อนักศึกษาทั่วประเทศ ไม่ใช่เพียงมหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาลัยหนึ่ง การศึกษาคือกุญแจสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเปลี่ยนแปลงชีวิตคน องค์การนักศึกษาฯ พร้อมเป็นตัวกลางในการขับเคลื่อนประเด็นนี้และส่งต่อข้อมูลให้กับเพื่อนนักศึกษาที่กำลังประสบปัญหาเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรม

สอดคล้องกับ นายปริยกร สุวรรณ เลขาธิการสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ซึ่งระบุว่าในนามองค์กรที่มีเครือข่ายกว่า 8,778 แห่งทั่วประเทศ และผู้บริหารเยาวชนกว่า 160,000 คน จะใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการเสนอแนะและสะท้อนเสียงของนิสิตนักศึกษาไปยังรัฐบาลเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กไทยจะเติบโตไปเป็นประชากรที่มีคุณภาพของประเทศในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...