น่าห่วง! ไข้เลือดออกยังระบาดต่อเนื่องทั่วประเทศ ยอดป่วยทะลุ 21,000 ราย
วันที่ 26 สิงหาคม 2569 นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทยว่า จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 19 สิงหาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสม 21,620 ราย และมีผู้เสียชีวิต 31 ราย โดยแนวโน้มผู้ป่วยยังคงเพิ่มขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูกาลระบาด แม้จำนวนผู้ป่วยจะยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาและต่ำกว่าค่าคาดการณ์ของปี 2569 ก็ตาม
สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำนักอนามัยรายงานพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 1,785 ราย และมีผู้เสียชีวิต 4 ราย
นพ.เอนก ระบุว่า การพบผู้ป่วยหลายรายในพื้นที่เดียวกัน จำเป็นต้องมีการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างเหมาะสม ทั้งการเฝ้าระวังและติดตามผู้ป่วย การสอบสวนโรค การค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย และการควบคุมยุงตัวเต็มวัย รวมถึงการสื่อสารสร้างความตระหนักให้ประชาชนร่วมกันป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง
ด้าน นพ.พงศ์ธร ชาติพิทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้ร่วมกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ศูนย์บริการสาธารณสุข 35 หัวหมาก และสำนักงานเขตบางกะปิ ลงพื้นที่สอบสวนและควบคุมโรคในพื้นที่เสี่ยง
ผลการสำรวจพบปัจจัยเสี่ยงสำคัญจากการสะสมของขยะและแหล่งน้ำขัง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพาะพันธุ์และการเกาะพักของยุงลาย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ร่วมกับชุมชนดำเนินมาตรการป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง ทั้งการกำจัดขยะและแหล่งน้ำขังใต้บ้านเรือน ปรับปรุงสภาพแวดล้อม จัดจุดคัดกรองเชิงรุกเพื่อตรวจสอบอาการป่วยในเด็กนักเรียน รวมถึงจัดเวทีประชาคมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมความร่วมมือของประชาชนในการควบคุมโรค
นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคยังสนับสนุนอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น อาทิ ยาทากันยุง สารเคมีพ่นหมอกควัน และยาจุดกันยุง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดในชุมชน
นพ.พงศ์ธร ย้ำว่า โรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่มียุงลายเป็นพาหะ ซึ่งมักวางไข่ในภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น โอ่งน้ำ จานรองกระถางต้นไม้ ภาชนะใส่น้ำใช้ เศษขยะ และภาชนะที่ถูกทิ้งไว้กลางแจ้ง
จึงขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ “3 เก็บ” ได้แก่ เก็บขยะ เก็บบ้าน และเก็บน้ำ เพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย พร้อมป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัดด้วยการทายากันยุงและนอนในมุ้ง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงได้ทั้งโรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา
ทั้งนี้ หากมีอาการไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส ติดต่อกันเกิน 2 วัน ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา หน้าแดง กระหายน้ำ หรือมีจุดเลือดออกใต้ผิวหนังบริเวณแขน ขา และลำตัว ควรสงสัยว่าอาจป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก และรีบเข้ารับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลโดยเร็ว
กรมควบคุมโรคยังเน้นย้ำว่า ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่ออาการของโรค และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง