เร็วกว่าเดิมร้อยเท่า! กล้องเอสเอ็มเอเปิดตัวระบบตอบสนองอัตโนมัติ ดักจับการระเบิดรังสีแกมมาในชั่วพริบตา
วงการดาราศาสตร์ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านเวลาครั้งสำคัญ เมื่อเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุอินเตอร์เฟอโรเมตร เอสเอ็มเอ (Submillimeter Array) ซึ่งประกอบด้วยกล้องโทรทรรศน์วิทยุ 8 จานบนยอดเขาเมานาเคอาในรัฐฮาวาย สามารถบรรลุหมุดหมายครั้งยิ่งใหญ่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ฮาร์วาร์ดและสมิธโซเนียน (Harvard & Smithsonian Center for Astrophysics: CfA) ได้สาธิตความสามารถของระบบเตือนภัยอัจฉริยะตัวใหม่เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569 ในการเข้าตรวจวัดแสงวาบจากการระเบิดรังสีแกมมา (Gamma-Ray Burst: GRB) ในย่านความยาวคลื่นมิลลิเมตรและซับมิลลิเมตรได้อย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ภายในเวลาไม่กี่นาทีหลังจากดาวเทียมบนอวกาศตรวจพบ
ปรากฏการณ์ระดับคอสมิกนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ หอดูดาวนีล เกห์เรลส์ สวิฟต์ (Neil Gehrels Swift Observatory) ของนาซา ตรวจพบรังสีแกมมาที่แผ่ออกมาจากแหล่งกำเนิดแสงห่างจากโลกออกไปประมาณ 1,800 ล้านปีแสง ระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ควบคุมระบบภาคพื้นดินภายในเวลา 90 วินาที และภายในเวลาเพียง 13 นาที จานรับสัญญาณของกล้องโทรทรรศน์วิทยุทั้งหมดก็หันไปตรึงเป้าหมายพร้อมทั้งประมวลผลสร้างภาพถ่ายการระเบิดแบบเรียลไทม์ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติแทบไม่มีการแทรกแซงจากมนุษย์ ถือเป็นการทลายกำแพงข้อจำกัดของกล้องโทรทรรศน์วิทยุในอดีตที่มักจะหันกล้องตามไปเก็บข้อมูลไม่ทันเนื่องจากติดขัดขั้นตอนการประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนและกินเวลานาน
ยานสวิฟต์ (Swift) บันทึกภาพแสงเรืองหลังการระเบิด (Afterglow) ของจีอาร์บี 221009เอ (GRB 221009A) ซึ่งเป็นการระเบิดของรังสีแกมมา (Gamma-ray burst) ที่สว่างที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ โดยตรวจพบเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2565
เครดิตภาพ: นาซา/สวิฟต์ (NASA/Swift)
การระเบิดรังสีแกมมาถือเป็นการปะทุที่ทรงพลังที่สุดในเอกภพ ซึ่งเกิดจากลำอนุภาคพลังงานสูงเจ็ตส์ที่พุ่งออกมาด้วยความเร็วใกล้แสง เมื่อดาวฤกษ์มวลมหึมาเกิดการยุบตัวลงหรือเกิดการควบรวมกันของดาวนิวตรอน โดยการปะทุนี้จะตามมาด้วยแสงเรืองวาบที่จางหายไปอย่างรวดเร็ว นักดาราศาสตร์จึงจำเป็นต้องได้ข้อมูลอย่างทันท่วงทีเพื่อนำไปวิเคราะห์โครงสร้าง องค์ประกอบ และสนามแม่เหล็กของการระเบิด ซึ่งความสำเร็จในเที่ยวบินทดสอบระบบครั้งนี้ได้กลายเป็นการเปิดตัวโครงการเอสเอ็มเอ สปรินต์ส (SMA SPRINTS) ที่มีความเร็วในการตอบสนองและประมวลผลข้อมูลเร็วกว่ากล้องโทรทรรศน์วิทยุทั่วไปในอดีตถึงเกือบ 100 เท่า และทีมงานตั้งเป้าที่จะลดเวลาการตอบสนองลงให้เหลือเพียงแค่ 2 ถึง 3 นาทีเท่านั้น เพื่อเตรียมความพร้อมร่วมทำงานประสานข้อมูลกับหอดูดาวแห่งอนาคตอย่าง หอดูดาววีรา ซี รูบิน (Vera C. Rubin Observatory) ในการเปิดหน้าต่างบานใหม่เปิดเผยฟิสิกส์เบื้องหลังการระเบิดของดวงดาวดึกดำบรรพ์ให้ออกมาคมชัดในทุกมิติ
ข้อมูลอ้างอิง: Universe Today
- Submillimeter Array Catches a Gamma-Ray Burst Thanks to new Fast-Response System