'ทองคำ' จ่อปิดรอบสัปดาห์นี้พุ่งแรงสุดในรอบปี บวกแล้วกว่า 5%
"ราคาทองคำ" ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ (7 ส.ค.) และกำลังมุ่งหน้าสู่การทำผลงานรายสัปดาห์ "ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม" โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงในสัปดาห์นี้ ขณะที่นักลงทุนรอการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐ เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย
ระหว่างการซื้อขายเมื่อเวลา 08.56 น. ตามเวลาไทย ราคาทองคำในตลาดสปอต (Spot gold) เพิ่มขึ้น 0.4% อยู่ที่ 4,254.11 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากเพิ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ในการซื้อขายเมื่อวันก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแล้วกว่า 5% ในสัปดาห์นี้
ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าตลาดโคเม็กซ์ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.3% อยู่ที่ 4,312.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากปิดตลาดเมื่อคืนที่ผ่านมาในสหรัฐลดลงไปเล็กน้อย 5.60 ดอลลาร์ หรือ 0.13% ปิดที่4,299.60 ดอลลาร์/ออนซ์
แมตต์ ซิมป์สัน นักวิเคราะห์อาวุโสจาก StoneX กล่าวว่า ความหวังที่ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยุติลง ทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้อลดลง และเปิดทางให้ราคาทองคำพุ่งขึ้น หลังจากเคลื่อนไหวในกรอบเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์มานานหลายสัปดาห์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาเชื่อว่าสงครามกับอิหร่านจะยุติลงในไม่ช้า พร้อมระบุว่ากองทัพสหรัฐกำลังเผชิญปัญหาด้านอุปทานของอาวุธบางประเภท
ด้านราคาน้ำมันดิบกำลังมุ่งหน้าปรับตัวลดลงรอบสัปดาห์ โดยราคาพลังงานที่ลดลงช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และลดการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะต้องอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน โดยการที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงมักลดความน่าสนใจของทองคำ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
นักลงทุนยังจับตารายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของกระทรวงแรงงานสหรัฐประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่คืนนี้ตามเวลาในไทย
"ไม่ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะออกมาเป็นอย่างไร ระดับ 4,000 ดอลลาร์ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง และผมเชื่อว่านักลงทุนฝั่งซื้อกำลังรอจังหวะราคาย่อตัว เพื่อเข้าซื้อรับการปรับฐานที่จำเป็น ก่อนที่ราคาจะมีโอกาสปรับขึ้นไปสู่ระดับ 4,600 ดอลลาร์ แม้ตัวเลขการจ้างงานอาจสร้างความผันผวนได้ในระยะสั้น แต่พฤติกรรมของราคาบ่งชี้ว่าทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น" ซิมป์สัน กล่าว
ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 55% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ลดลงจาก 63% เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน
อัลเบอร์โต มูซาเลม ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า เขาสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นโดยให้เหตุผลว่า "การทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นแนวทางที่ดีกว่า สร้างความปั่นป่วนน้อยกว่า และมีต้นทุนต่ำกว่าการต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วและรุนแรงในภายหลัง"
ด้านโลหะมีค่าอื่น ๆ ราคาโลหะเงินในตลาดสปอตเพิ่มขึ้น 0.8% อยู่ที่ 61.96 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แพลทินัมเพิ่มขึ้น 0.4% อยู่ที่ 1,735.71 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแพลเลเดียมลดลง 0.3% อยู่ที่ 1,367.06 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยโลหะทั้งสามชนิดยังคงมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ในแดนบวก
ที่มา: Reuters