โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เมืองแห่ง'มัมมี่'ปริศนา ที่แห่งนี้ในโคลอมเบียทำไมถึงมีแต่ศพไม่เน่าเปื่อย?

The Better

อัพเดต 01 พ.ค. 2567 เวลา 06.05 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2567 เวลา 05.53 น. • THE BETTER

ในเมืองเล็กๆ แต่ตั้งอยู่ในพื้นที่สูงเสียดฟ้าของเทือกเขาแอนดีส ในประเทศโคลอมเบีย หญิงทีชื่อ โกลวิสแนรีส เบฮาร์โน (Clovisnerys Bejarano) คุกเข่าเบื้องหน้าโลงแก้วที่เก็บศพที่กลายเป็นหินของแม่ของเธอ ซึ่งเสียชีวิตเมื่อ 30 ปีที่แล้ว แต่ดูเหมือนเธออาจจะหลับอยู่

เจ้าของศพนั้น คือ ซาตูร์นินา ตอร์เรส เด เบฮาราโน (Saturnina Torres de Bejarano) สวมชุดเดรสลายดอกกุหลาบและเสื้อเจอร์ซีย์ทำด้วยผ้าขนสัตว์สีเขียว เป็นชุดที่สวมใส่ตอนที่ฝังเธอไว้ ในมือของศพกุมดอกคาร์เนชั่นปลอมสีแดงเอาไว้ นี่คือศพไม่เน่าเปื่อยที่มีสภาพดีจนน่าขนลุก

“เธอยังมีหน้าเล็กๆ สีน้ำตาล หน้าตากลม มีผมเปีย และมีเส้นผมบนศีรษะ” ลูกสาวของเธอ คือ โกลวิสแนรีส เบฮาร์โน ที่ตอนนี้วัย 63 ปี บอกกับสำนักข่าว AFP ณ ที่พักสุดท้ายของแม่เธอในพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่ง ซึ่งจัดแสดงเรือนร่างของแม่เธอและคนอื่นๆ อีก 13 คนจากเมืองซาน แบร์นาร์โด ศพเหล่านี้ซึ่งกลายเป็นมัมมี่ขึ้นมาเองอย่างลึกลับหลังความตาย

เบฮาราโน ซึ่งเป็นชาวเมืองที่อยู่ห่างจากกรุงโบโกตาไปทางใต้ประมาณ 100 กิโลเมตร (62 ไมล์) กล่าวว่า “หากพระเจ้าต้องการรักษาเธอไว้… มันก็ต้องมีเหตุผล”

ตอร์เรสถูกฝังในห้องใต้ดินของสุสานเทศบาลซาน แบร์นาร์โดเมื่อปี 1993

ร่าวงของเธอถูกขุดขึ้นมาในปี 2001 ตามธรรมเนียมในการล้างป่าช้าเพื่อจัดหาพื้นที่สำหรับศพใหม่ๆ แต่เมื่อขุดขึ้นมาญาติของเธอพบว่าเธอยังมีผม เล็บ และเนื้อเยื่อส่วนใหญ่ของเธอยังคงสภาพไม่เน่าเปื่อย

เป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจเลย เพราะมีการพบศพมัมมี่หลายสิบศพจากห้องสุสานใต้ดินนับตั้งแต่มีการพบครั้งแรกในปี 1963

“เมื่อเกิดเรื่องนี้ตอนแรกๆ ผู้คนไม่ค่อยเชื่อเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นมากันแน่ พวกเขาคิดว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเหตุการณ์เฉพาะไม่กี่ราย” โรซิโอ แวร์การา ไกด์พิพิธภัณฑ์กล่าว

“เมื่อเวลาผ่านไป การพบศพในสภาพเช่นนี้ก็เกิดบ่อยขึ้นเรื่อยๆ” เธอบอกกับ AFP

บางศพถึงขนาดยังมีลูกตาอยู่ ซึ่งตามปกติลูกตาของคนเรามักจะสลายตัวอย่างรวดเร็ว

ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 มีการพบมัมมี่ประมาณ 50 ศพในสุสานทุกปี แต่อัตราดังกล่าวลดลงเหลือเพียงไม่กี่คนต่อปี แวร์การากล่าว

นี่คือรางวัลหลังความตาย?
แวร์การากล่าว แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจะพยายามอธิบายปรากฏการณ์นี้หลายครั้งก็ตาม ซึ่งยังสามารถพบเห็นได้ในประเทศต่างๆ เช่น เม็กซิโกและอิตาลี แต่ไม่เคยมีการสรุปสาเหตุของการเกิดมัมมี่ที่เกิดขึ้นเองในซาน แบร์นาร์โด

คนในท้องถิ่นบางคน "เชื่อว่า" กระบวนการ (มัมมี่) เกิดจากการที่บุคคลนั้นเป็นคนมากๆ และเป็นรางวัลหลังความตาย" แวร์การากล่าว

“แต่ก็ยังมีคนอื่นที่คิดว่า…มันเป็นการลงโทษ”

ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นเพราะอาหารเพื่อสุขภาพของชาวเมืองซาน แบร์นาร์โดที่มีเขตอบอุ่น และผู้คนมีวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวอย่างกระฉับกระเฉง

แต่ก็ไม่ใช่เพราะเหตุผลนั้นเสมอไป เพราะมีมัมมี่ตัวหนึ่งเป็นของ ฮอร์เก อาร์มันโด ครูซ (Jorge Armando Cruz) ซึ่งใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในเมืองใหญ่อย่างกรุงโบโกตา ซึ่งเขาเสียชีวิตก่อนจะถูกนำกลับไปยังบ้านเกิดเพื่อฝังศพ

ดังนั้น จึงไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนเกี่ยวกับศพที่กลายเป็นมัมมี่ ศพที่พบมีอายุต่างกันไปหมดเมื่อพวกเขาเสียชีวิต และมีทั้งไม่มีเพศหรือประเภทร่างกายที่คละกันไปไม่มีกลุ่มใดที่โดดเด่นกว่ากลุ่มอื่น

แวร์การากล่าวว่าไม่มีส่วนใดของสุสานที่ให้ทำให้เกิดมัมมี่มากกว่าส่วนอื่นๆ

'สภาพมันเหมือนเตาอบ'
หลายคนเชื่อว่าคำตอบต้องอยู่ในห้องใต้ดิน

มัมมี่ชุดแรกถูกพบในซาน แบร์นาร์โดหลังจากพิธีเปิดใช้สุสานไม่นาน ซึ่งที่นั่นไม่มีหลุมศพใต้ดิน

ก่อนทศวรรษ 1960 เมืองนี้มีพื้นที่ฝังศพ 2 แห่ง โดยไม่มีกรณีที่เกิดมัมมี่แม้แต่กรณีเดียว แวร์การา กล่าว

เธอเสริมว่าสภาพอากาศในพื้นที่ชื้น ซึ่งโดยปกติจะช่วยในการย่อยสลายศพได้ดี กลับกลายเป็นว่ามันไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำให้เกิดมัมมี่

นักมานุษยวิทยา ดาเนียลา เบตันคอร์ต (Daniela Betancourt) จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโคลอมเบีย กล่าวว่า ปรากฏการณ์นี้อาจเกิดจากการที่สุสานตั้งอยู่บนเนินเขาสูงชัน

"ลมพัดตลอดเวลาในขณะที่ร้อน เป็นไปได้ที่จะสันนิษฐานว่าห้องใต้ดินทำงานเหมือนเตาอบ… มันทำให้ร่างขาดน้ำ"

แต่ เบตันคอร์ตกล่าวกับ AFP ว่าสมมติฐานนี้ยังต้องมีการทดสอบ

“ยังขาดการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเงื่อนไขเฉพาะที่ทำให้ผู้คนกลายเป็นมัมมี่” เธอกล่าว

สำหรับการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์นั้น ต้องรับได้รับความเห็นชอบจากญาติของศพมัมมี่เสียก่อน

ส่วนใหญ่เลือกที่จะเผาศพแทน แต่ครอบครัว เบฮาราโน ไม่ต้องการให้ ตอร์เรส ประสบชะตากรรมเช่นนั้น

เบฮาราโน ที่พาเหลนของตอร์เรสไปเยี่ยมหลุมศพของเธอเป็นประจำบอกว่า “พระเจ้าต้องการทิ้งเธอไว้ให้เรา และเราก็มีเธอที่นี่… เมื่อเห็นเธอเช่นนั้น เราจะเผาศพเธอได้อย่างไร”

Text by Agence France-Presse
Photo by Raul ARBOLEDA / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...