เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (311) 成语故事 (三一一)
เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (311) 成语故事(三一一)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ天要下雨,娘要嫁人tiān yào xià yǔ, niáng yào jià rén (เทียน เหย้า เซี่ย หยวี่, เหนียง เหย้า เจี้ย เหริน) โดยคำว่า 天 tiān (เทียน) แปลว่า ฟ้า ท้องฟ้า 要 yào (เหย้า) แปลว่า จะ 下雨 xià yǔ (เซี่ย ยหวี่) แปลว่า ฝนตก 娘 niáng (เหนียง) ในที่นี้แปลว่า แม่ (มารดา) 嫁人 jià rén (เจี้ยเหริน) แปลว่า แต่งงาน (ฝ่ายหญิงแต่งงานออกบ้าน) เมื่อรวมกันแล้วจะหมายถึง ฝนก็จะตก แม่ก็จะแต่งงาน เป็นคำที่ใช้เปรียบเทียบว่า สรรพสิ่งมันย่อมมีทางของมัน ไม่มีใครไปบังคับเปลี่ยนแปลงได้ หรือโชคชะตาฟ้าลิขิต ใครก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ หรือเกิดดับเป็นไปตามเวรตามกรรม มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน
ในยุคราชวงศ์ซ่ง 宋朝 Sòngcháo (ซ่งเฉา) มีชายคนหนึ่งนามว่า จูเหย้าจง 朱耀宗 Zhū Yàozōng เขาสูญเสียบิดาไปตั้งแต่ยังเด็ก ชีวิตของเขาจึงมีเพียงมารดาคนเดียวที่เลี้ยงดูเขา ด้วยจูเหย้าจงเป็นเด็กฉลาด มีใจรักศึกษาเล่าเรียนวิชา ดังนั้น แม้ว่าจะลำบากเพียงใด มารดาก็พยายามส่งเสียเลี้ยงดูให้เขาได้ร่ำเรียนวิชา โดยเชิญครูมาสอนที่บ้าน จนเมื่อจูเหย้าจงเติบโต จึงเป็นหนุ่มผู้มีความรู้สูงมากคนหนึ่ง เขาเข้าสอบ และผ่านลำดับการสอบจนได้เข้าเมืองหลวงเพื่อไปสอบในขั้นเคอจวี่ 科举/科舉 Kē jǔ และเขาก็สอบชิงตำแหน่งจอหงวน 状元/狀元 Zhuàng yuán (จ้วง หยวน) ได้สำเร็จ ซึ่งหมายถึงการสอบได้อันดับหนึ่งนั่นเอง
ตามธรรมเนียมแล้ว ผู้สอบได้จอหงวนก็จะได้เข้าเฝ้าจักรพรรดิ เมื่อจักรพรรดิทอดพระเนตรเห็นจูเหย้าจงแล้ว ก็ทรงพอพระทัย ยิ่งความสามารถของจูเหย้าจง ทรงรับจูเหย้าจงเป็นพระราชบุตรเขย และทรงประกาศยกองค์หญิงให้ จูเหย้าจงดีใจยิ่งนัก แต่เขาก็กราบทูลจักรพรรดิไปว่า ตนเองกำพร้าบิดาตั้งแต่เยาว์วัย ความสำเร็จของเขาวันนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะมารดาอบรมเลี้ยงดูด้วยตนเอง รักษาสถานะหม้ายโดยไม่แต่งงานใหม่ จึงมีความปรารถนาขอพระองค์พระราชทานป้ายสดุดีหญิงหม้ายดีเด่นแก่มารดา ก่อนที่ตนจะเข้าพิธีสมรส จักรพรรดิเห็นว่าเป็นเรื่องดีงาม สมควรเชิดชูมารดาของจูเหย้าจงให้ทั่วหล้าได้รับรู้ และดูเป็นตัวอย่าง
เมื่อจูเหย้าจงกลับถึงบ้าน ก็เล่าข่าวดีให้มารดาฟัง ทีแรกมารดาก็ดีใจกับความสำเร็จของบุตร แต่เมื่อได้ฟังถึงตอนจักรพรรดิพระราชทานป้ายสดุดีหญิงหม้ายดีเด่น หล่อนก็หน้าซีดตัวสั่น จูเหย้าจงเห็นผิดสังเกต จึงถามมารดาว่าทำไมดูท่าทางท่านไม่ยินดีเอาเสียเลย มารดาร้องไห้โฮออกมา แล้วพูดความจริงทั้งหมดให้ฟัง ว่าพ่อของเจ้าเสียชีวิตไปตั้งแต่เจ้ายังเยาว์ แม่เลี้ยงดูเจ้าด้วยความยากลำบาก เพื่อส่งเสียเจ้าให้ได้เล่าเรียน ตอนนี้เจ้าประสบความสำเร็จแล้ว แม่ก็วางใจได้ และก็ถึงเวลาเหมาะสมที่แม่จะหาความสุขใส่ตัวบ้าง แม่ต้องการแต่งงานใหม่เพื่อมีคนดูแลกันยามแก่เฒ่า จูเหย้าจงได้ฟังก็ตกใจยิ่ง บอกว่าจักรพรรดิทรงรับทราบเรื่องราวของท่าน และพระราชทานป้ายสดุดีให้ หากท่านแต่งงานใหม่ ก็เหมือนพูดโกหกต่อจักรพรรดิ โทษหนักถึงขั้นประหารชีวิต
ที่มาภาพ https://image.baidu.com/search/detail
สองแม่ลูกก็ได้แต่ร้องไห้ จนมารดาเอาผ้าคลุมมาผืนหนึ่งยื่นให้จูเหย้าจงพร้อมบอกว่า คืนนี้เจ้าเอาผ้าคลุมนี้ไปซักให้สะอาดแล้วตากเสีย ถ้าพรุ่งนี้ยามเย็นแล้วผ้าผืนนี้แห้ง แม่ก็จะยกเลิกการแต่งงาน แต่ถ้าผ้าผืนนี้ไม่แห้ง แม่ก็ถือว่าเป็นลิขิตสวรรค์ แม่ก็จะแต่งงานตามความตั้งใจ
จูเหย้าจงคิดว่าหน้าแล้งฟ้าใสเช่นนี้ ผ้าบางๆ ผืนเดียว ยังไงผ้าก็ต้องแห้งแน่นอน เมื่อจูเหย้าจงเอาผ้าซัก และตากไว้ ฟ้าก็แปรปรวน และตกหนักติดต่อกันหลายวัน ผ้าที่ตากจึงไม่แห้งตามกำหนด ถึงตอนนี้จูเหย้าจงก็ได้แต่ยอมรับผล และเดินทางเข้าเมืองหลวงไปกราบทูลเรื่องทั้งหมด และขอจักรพรรดิทรงลงโทษ จักรพรรดิเมื่อรู้ความจริงทั้งหมด ก็ตรัสว่าฝนจะตก แม่จะแต่ง ชะตาฟ้าลิขิต ใครเล่าจะฝืนได้ จึงทรงอภัยโทษให้
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:必然发生,无法阻挡。
成語比喻:必然發生,無法阻擋。
Chénɡyǔ bǐyù:Bìrán fāshēng, wúfǎ zǔdǎng.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: ปี้หราน ฟาเฌิง, อู๋ฝ่า จู๋ต่าง
สุภาษิตเปรียบว่า: เรื่องที่จะเกิดมันต้องเกิด ไม่อาจหยุดยั้งได้
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
居然他已决定了,我们再怎么说也没用了,天要下雨,娘要嫁人,由他去吧!
居然他已決定了,我們再怎麽說也沒用了,天要下雨,娘要嫁人,由他去吧!
Jūrán tā yǐ juédìngle, wǒmen zài zěnme shuō yě méi yòng le, tiān yào xià yǔ,
niáng yào jià rén, yóu tā qù ba!
จวีหราน ทา อี่ เจว๋ติ้ง เลอะ, หวั่วเหมิน ไจ้ เจิ่นเมอะ ฌัว เหย่ เหมย โย่ง เลอ, เทียน เหย้า เซี่ย ยหวี่,
เหนียง เหย้า เจี้ย เหริน, โหยว ทา ชวี่ ปะ
ในเมื่อเขาตัดสินใจแล้ว พวกเราจะพูดอะไรอีกก็คงไม่มีประโยชน์แล้ว ปล่อยเค้าไปตามเวรตามกรรมเถอะ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (311) 成语故事 (三一一)
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th