โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

แพทย์ชี้แดดแรง เสี่ยง ‘มะเร็งผิวหนัง’ แนะเทคนิคเลือก ‘ครีมกันแดด’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 เม.ย. 2567 เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2567 เวลา 08.09 น.

แพทย์ชี้แดดแรง เสี่ยง ‘มะเร็งผิวหนัง’ แนะเทคนิคเลือก ‘ครีมกันแดด’

ช่วงซัมเมอร์เป็นช่วงที่หลายคนเตรียมพร้อมออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน หรือออกไปสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์ ศรีตั้งรัตนกุล แนะวิธีอวดผิวสวยลงโซเชียลได้แบบหายห่วง

‘ธัญ’ (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิว และเส้นผมร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์ ศรีตั้งรัตนกุล แนะวิธีอวดผิวสวยลงโซเชียลได้แบบหายห่วง ด้วยการเลือกครีมกันแดดให้เหมาะสมว่า อย่างที่ทราบกันดีว่าแสงแดดและรังสียูวีทำร้ายผิว โดยปัจจุบันค่าดัชนีความเข้มข้นของรังสีอัลตราไวโอเลตของประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 11-12 เกือบทั้งปี ซึ่งเป็นระดับที่สูงมาก ช่วงเวลาที่ควรเลี่ยง คือ 10.00-15.00 น. หากผิวสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน โดยผลกระทบระยะสั้นอาจทำให้ผิวไหม้แดด เกิดอาการแสบ แดง ร้อนผิว ไปจนผิวเกิดอาการแพ้แสง ซ้ำร้ายไปกว่านั้นอาจส่งผลกระทบระยะยาว ทำให้ผิวแก่ก่อนวัยอันควร แสงจะเข้าลึกไปทำลายชั้นผิวทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ ลามไปถึงโรคผิวหนังต่างๆ ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือการเลือกทาผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดให้เหมาะสมกับสภาพผิวและกิจกรรมระหว่างวันด้วย

“แสงแดดที่ทำร้ายผิวประกอบด้วย รังสีอินฟราเรดและรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ 1. UVA1 ความยาวคลื่นอยู่ระหว่าง 340-400 นาโนเมตร (75% ของรังสียูวีในแสงแดด) เรียกว่าระยะ Immediate Tan ทำให้ผิวคล้ำในทันทีหลังจาก 8 ชั่วโมงจึงจะค่อยๆ จางลง

2. UVA2 ความยาวคลื่นอยู่ระหว่าง 320-340 นาโนเมตร (20% ของรังสียูวีในแสงแดด) เรียกว่าระยะ Persistent Tan ทำให้ผิวคล้ำในทันทีหลังจาก 8-24 ชั่วโมงจึงจะค่อยๆ จางลง แต่จะส่งผลให้ก่อเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร

3. UVB ความยาวคลื่นอยู่ระหว่าง 280-320 นาโนเมตร (5% ของรังสียูวีในแสงแดด) เรียกว่าระยะ Delay Tan ทำให้ผิวคล้ำในทันทีหลังจาก 24-72 ชั่วโมงจึงจะค่อยๆ จางลง ความร้อนระดับนี้จะส่งผลให้เกิดอาการผิวไหม้แดด และลามไปสู่โรคมะเร็งผิวหนังในอนาคต”

แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์แนะนำว่า สิ่งสำคัญที่หลายคนยังไม่ทราบ คือ วิธีการทาครีมกันแดดให้มีประสิทธิภาพ ดังนั้นควรทาครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสม โดยการเกลี่ยให้ทั่วบริเวณที่คาดว่าจะต้องสัมผัสแดด ในส่วนหน้าใบควรใช้ครีมกันแดดประมาณ 2 ข้อนิ้ว หรือประมาณเหรียญ 10 บาท ทั้งนี้ หากเป็นครีมกันแดดชนิดที่ไม่สามารถกันน้ำได้ ควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง และอย่าลืมทาให้ครอบคลุมทั้งบริเวณลำคอ ใบหู และบ่า เพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น

สำหรับการเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดให้เหมาะกับสภาพผิว “ผิวมันหรือเป็นสิวง่าย” ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีเนื้อบางเบาอ่อนโยน เช่น โลชั่นหรือเจล และควรเลือกเป็นสูตร Oil-free ส่วน “ผิวแห้ง” ควรเลือกใช้แบบชนิดของเนื้อครีม เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว แต่หาก “ผิวแพ้ง่าย” ก็ควรเลี่ยงครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ และสารกันเสีย

นอกจากนี้ยังสามารถเลือกใช้ครีมกันแดดให้เหมาะกับแต่ละกิจกรรมที่ทำในแต่ละวันได้ อย่างวันที่อยู่บ้าน ทำงานในออฟฟิศ หรือไม่ได้เผชิญกับแสงแดดจัด สามารถเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 และ PA+++ ก็เพียงพอแล้ว

หากวันที่ต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 และ PA++++ หากเป็นกิจกรรมกลางแจ้งที่มีเหงื่อออก หรือว่ายน้ำ ควรเลือกครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติกันน้ำได้เป็นอย่างดี (Very Water Resistant)

อย่าชะล่าใจว่า“มะเร็งผิวหนัง” เป็นเรื่องไกลตัว เมื่อเราต้องเจอกับแสงแดดทุกวัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์ชี้แดดแรง เสี่ยง ‘มะเร็งผิวหนัง’ แนะเทคนิคเลือก ‘ครีมกันแดด’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...