โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ผู้การฯ ภาค 8 ค้นโกดังเก็บรถเช่าชาวต่างชาติในภูเก็ต คาดใช้คนไทยเป็นนอมินี ยึดรถกว่า 100 คัน เชื่อเกี่ยวข้องเช่าอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุด ทำธุรกิจผ่านแอปฯ

สวพ.FM91

อัพเดต 19 มี.ค. 2567 เวลา 23.04 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2567 เวลา 18.10 น.

ผู้การฯ ภาค 8 ค้นโกดังเก็บรถเช่า ชาวต่างชาติในภูเก็ต คาดใช้คนไทยเป็นนอมินี ยึดรถกว่า 100 คัน เชื่อเกี่ยวข้องเช่าอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุด ทำธุรกิจผ่านแอปฯ

วันที่ 19 มี.ค.2567 ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ประชุมร่วมกับ พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง มาตรการการจับกุมปราบปรามการกระทำผิดของคนต่างด้าวในจังหวัดภูเก็ต พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบขยายผลการกระทำความผิดของชาวต่างชาติ ในพื้นที่ จ. ภูเก็ต หลังพบว่าในพื้นที่ จ.ภูเก็ตมีการกระทำความผิดของชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตามหลังประชุมและลงพื้นที่ ได้มีการแถลงสรุปผลการดำเนินการต่อสื่อมวลชน โดย พล.ต.ท.สุรพงษ์ กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจากการดำเนินการพบว่า มีการกระทำความผิดของคนต่างชาติ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตสูงขึ้น เช่น ความผิดเมาแล้วขับ ประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต การหลบหนีเข้าเมือง การกระทำที่ผิดต่อชีวิตและทรัพย์สิน การกระทำความผิดที่เกี่ยวกับเพศ รวมไปถึงการต่อสู้และขัดขวางเจ้าพนักงาน

ในช่วง 6 เดือน แรกของปีงบประมาณ 67 พบว่าชาวต่างชาติมีการกระทำความผิด จำนวน 614 ราย โดยมีการรวบรวมพฤติกรรมต่าง ๆ ส่งไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ มีการเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักร ไปแล้ว 98 ราย แต่ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ การเข้ามาประกอบอาชีพของชาวต่างชาติ โดยชาวต่างชาติเข้าไปถือหุ้นตามอัตราและ สัดส่วน ตามที่กฎหมายกำหนด แต่หลังจากถือหุ้นแล้ว มีการนำนิติบุคคล ไปว่าจ้างให้ชาวต่างชาติประกอบอาชีพ

ซึ่งจะนำไปสู่การขอใบอนุญาตทำงานยังสำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ต หลังจากได้รับอนุญาตทำงานมาแล้วก็จะไปเปิดบัญชีเงินฝาก เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินและเริ่มอยู่ในฐานะคนทำงาน มีรายได้ต่าง ๆ ที่น่าห่วงคือ ไปเช่าหรือเช่าในระยะยาวอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ หลังจากเช่าแล้วก็จะนำมาประกอบกิจการ เมื่อดูจากเอกสารจะเห็นได้ว่าเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย ดำเนินการโดยคนไทย แต่เมื่อดูเชิงลึกจะพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย แล้วใช้คนต่างชาติทำงาน แต่ใบอนุญาตจะไม่ตรงกับการอนุญาต ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบกันอย่างละเอียด

พล.ต.ท.สุรพงษ์ ยังได้กล่าวต่อไปว่า วันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายต้องสงสัย ใช้เป็นสถานที่ให้เช่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ ของบริษัทซึ่งมีชาวต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้น และเคยมีการจับกุมชาวต่างชาติ ไปก่อนหน้านี้ในพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าสืบสวนขยายผล จนเป็นที่มาของการเข้าตรวจค้นสถานที่เก็บรถเช่าในครั้งนี้ ซึ่งจากการตรวจค้นพบรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ จำนวนมาก กว่า 100 คัน ทางเจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดรถทั้งหมดไว้ตรวจสอบ ว่าที่มาของรถเหล่านี้เป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตามระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเอกสารของบริษัทต่างชาติที่ให้เช่ารถอยู่นั้น ก็ยังมีชาวต่างชาติเข้ามาเช่ารถ โดยผ่านแอฟพิเคชั่น 2-3 แอฟ ซึ่งการให้เช่ารถดังกล่าวผิดเงื่อนไขที่อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ซึ่งการปฏิบัติงานครั้งนี้มีการสนธิกำลังจากหลายหน่วยงาน เช่น ตำรวจภูธรภาค 8 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตม.และตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต เป็นต้น โดยมีการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ และ เมื่อพบการกระทำความผิดเราจะเสนอต่อศาลขอหมายค้นและเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี โดยกำหนดให้ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต รายงานผลการปฏิบัติงานดังกล่าวทุก 10 วัน

พล.ต.ท.สุรพงษ์ จากการตรวจสอบเชื่อได้ว่า การเข้าไปใช้พื้นที่จอดรถน่าจะเป็นชาวต่างชาติเป็นผู้ลงทุน และเชื่อว่าเป็นการทำเป็นเครือข่าย ซึ่งนอกจากจะทำเรื่องของรถเช่าแล้ว ยังมีเรื่องของการเช่าอสังหาริมทรัพย์ประเภทห้องชุดด้วย เช่าห้องพัก ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลแต่ แต่พบว่าเป็นการเช่าระยะยาว ส่วนจะไปให้เช่าช่วงหรือเปล่ากำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามในการตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้าข่ายต้องสงสัย ขณะนี้มีเป้าหมายในการตรวจสอบ 5 เป้าหมาย

ด้าน พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร.กล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีได้เล็งเห็นและมีความห่วงใยการท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ต เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเป็นจำนวนมาก บางส่วนอาจมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตมีการระดมกำลังออกกวาดล้างอาชญากรรม ซึ่งผลการปฏิบัติงานนั้นเป็นที่น่าพอใจ มีการจับกุม มีการเพิกถอนวีซ่านักท่องเที่ยว ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวจริง ๆ มีความสบายใจ ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว และสิ่งหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วง คือเรื่องของความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน จึงได้สั่งการให้มีการอบรมยุทธวิธีในการต่อสู้ การเข้าจับกุม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

เครดิต Phuket Hotnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...