โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘est Cola’ เจาะกลุ่มวัยรุ่น Gen Z ใช้ AI Co-Pilot มาสร้างสีสัน ตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาด 11%

TODAY

อัพเดต 19 มี.ค. 2567 เวลา 13.16 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2567 เวลา 06.10 น. • workpointTODAY

ปีที่ผ่านมาตลาดน้ำอัดลมไทยมีมูลค่าสูงถึง 66,000 ล้านบาท ภาพรวมตอนนี้กลุ่มสินค้าน้ำอัดลมถือว่าแข่งขันกันคึกคัก เพราะตลาดกลุ่มนี้กลับมาเติบโตแอคทีฟได้ดีอีกครั้ง

โดยมีผู้นำตลาดคือกลุ่มโคคา-โคล่า ผู้ผลิตโค้ก สไปรท์ ฯลฯ ในเครือเดียวกัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 51% ตามมาด้วยเป๊ปซี่ครองส่วนแบ่งตลาด 30%

ขณะที่ เบอร์ 3 ของตลาดคือแบรนด์น้ำอัดลมที่เปิดตัวมาแล้ว 12 ปี อย่าง est Cola มีส่วนแบ่งตลาด 9% เติบโตจากปีก่อนหน้า 15% เป็นการเติบโตที่สูงกว่าตลาดน้ำอัดลมทั้งประเทศที่เติบโตเฉลี่ย 12% เมื่อปีที่แล้ว หรือพูดง่ายๆ est มีตัวเลขเติบโตเป็นอันดับ 1 ของตลาดน้ำอัดลมในประเทศเมื่อปีที่แล้ว (ข้อมูลจากนีลเส็นไอคิว ระหว่างกุมภาพันธ์ 2566 – มกราคม 2567)

เมื่อมาดูสัดส่วนยอดขายแต่ละพื้นที่ของ est Cola ในประเทศไทยมีดังนี้

  • กรุงเทพมหานคร 37%
    [            * ภาคกลาง 28% ,             * ภาคอีสาน 19% ,             * ภาคเหนือ 10% ,             * ภาคใต้ 5% ]

ในภาพจำของแบรนด์ มีผู้บริโภคพูดถึง est Cola เพิ่มขึ้น 65% และมีกลุ่มลูกค้าประจำที่ดื่มซ้ำบ่อยที่ 7% โดยกลุ่ม Gen Z เป็นฐานลูกค้าสำคัญของแบรนด์ด้วยสัดส่วน 36% และคาดว่ากลุ่มผู้บริโภค Gen Z จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ แบรนด์ยังมียอดขายเติบโตในการขยายตลาดไปต่างประเทศ อาทิ กัมพูชา และจีน

[ est ทำยอดขายแบบขวด PET และกรุงเทพดีสุด ]

โดยในปีที่ผ่านมายอดขายของผลิตภัณฑ์ est ทั้งหมดแบ่งออกเป็น ดังนี้

  • ขวด PET มียอดขาย 70%
    [            * ขวดแก้ว 18% ,             * กระป๋อง 12% ]

[ ทุ่ม 200 ล้านเปิดตัวแคมเปญ est Awaken Awesome Senses ]

น่าสนใจว่ากลุ่มลูกค้าหลักของ est คือวัยรุ่น Gen Z ที่คิดเป็นสัดส่วนเป็น 36% จากยอดขายทั้งหมด ทำให้แบรนด์ต้องหันมาเจาะกลุ่ม Gen Z ที่เป็นฐานลูกค้าหลักมากขึ้น

‘สุภรณ์ เด่นไพศาล’ ผู้อำนวยการสำนักการตลาด สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ประเทศไทย บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด เล่าว่า หลังจากที่แบรนด์มียอดขายมากขึ้นในแต่ละพื้นที่และชนะใจกลุ่มวัยรุ่น Gen Z เราจึงทุ่มงบการตลาดกว่า 200 ล้านบาท เพื่อส่งแคมเปญ est Awaken Awesome Senses มาสร้างสีสันและความตื่นเต้นให้กับช่วงซัมเมอร์ กับการก้าวสู่ทศวรรษใหม่ (ปีที่ 12) ของแบรนด์

[ เล่นกับ Gen Z สแกนข้างกระป๋องแล้วพูด ให้ Ai Co-Pilot วิเคราะห์เสียง ]

โดยในแคมเปญนี้ ทางแบรนด์ได้นำ Ai Co-Pilot และความครีเอทีฟมาสร้างความแตกต่างทางการตลาดกับคนรุ่นใหม่ Gen Z ผ่านกิจกรรมหลัก อาทิ

  • ‘เอสเช็กฟีลซ่า’ ลองเอสเซย์ดังๆ AI รู้ทันใน 3 วิ โดยทุกข้างกระป๋องหรือขวด est จะมีคิวอาร์โค้ดให้สแกน โดยเราสามารถลองพูดอะไรก็ได้เพื่อให้ AI ประเมินออกมาเป็นคะแนนความซ่าหลังดื่ม
    [            * รอบนี้แบรนด์ est วางกลยุทธ์เลือก ‘พรีเซ็นเตอร์’ คนรุ่นใหม่ที่สะท้อนถึงการปลดปล่อยแพชชั่นในตัวเองกล้าเป็นตัวเอง คือ ‘เจฟ ซาเตอร์’ และ ‘อิ้งค์ วรันธร’ ที่ทำงานด้านดนตรีที่รักจนประสบความสำเร็จในระดับเอเชีย พร้อมส่งภาพยนตร์โฆษณาสะท้อนความซ่า 8 ประสาทสัมผัส ผ่านพรีเซ็นเตอร์ใหม่ทั้ง 2 คน ที่ทำได้และทำถึง มาชวนเจนซ่าในประเทศไทยและทั่วเอเชียให้ทดลองดื่มและมาเป็น Gen Zest \(Gen Z\+est\) ]

การนำ AI Co-Pilot มาใช้ในงานโฆษณาเพื่อสร้างสรรค์มุมมองใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคและแบรนด์ พร้อมนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า Speech Analysis and Voice Burst Analysis มาอ่านโทนเสียงรวมเข้ากับหลักจิตวิทยาให้ออกมาเป็นความรู้สึกในการดื่ม est ถือเป็นเจ้าแรกของตลาดน้ำอัดลมไทยที่มีการสร้างสรรค์การตลาดรูปแบบนี้

และเพื่อตอกย้ำความเชื่อของแบรนด์ที่พร้อมสนับสนุนทุกแพชชั่นของคนรุ่นใหม่ ให้มีความกล้าในการแสดงออกถึงความ ‘ออซั่ม’ (Awesome) ในแบบของตัวเอง

“ในปีนี้เราตั้งเป้าหมายที่จะขยับส่วนแบ่งตลาดขึ้นมาเป็น 11 % และมุ่งเจาะกลุ่ม Gen z ให้มากขึ้น ผ่านการแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ให้ถึง 1 ล้านชิ้นตลอดปี พร้อมทั้งออกเดินสายจัดคอนเสิร์ตของเจฟ ซาเตอร์ ในชื่อ ‘est Cola Presents JEFF SATUR: SPACE SHUTTLE NO.8 ASIA TOUR’ ตาม 5 เมืองใหญ่ทั่วเอเชียอีกด้วย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...