โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดูเลย! ใครชอบกินมะเขือเทศ ต้องดูประโยชน์และอันตรายที่มาพร้อมกัน

News In Thailand

เผยแพร่ 17 ก.พ. 2567 เวลา 07.14 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ดูเลย! ใครชอบกินมะเขือเทศ ต้องดูประโยชน์และอันตรายที่มาพร้อมกัน

เรียกได้ว่า ผลไม้และผัก จำเป็นต่อร่างกายมาก และหนึ่งในนั้นคือ มะเขือเทศ อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยเฉพาะวิตามินซีและไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระ และอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็งได้อีกด้วย

คุณค่าทางโภชนาการของมะเขือเทศ

มะเขือเทศ 100 กรัม อาจมีคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้

-พลังงาน 18 กิโลแคลอรี่

-คาร์โบไฮเดรต 3.89 กรัม

-ไฟเบอร์ 1.2 กรัม

-โปรตีน 0.88 กรัม

-โพแทสเซียม 237 มิลลิกรัม

-วิตามินซี 13 มิลลิกรัม.

ประโยชน์ของมะเขือเทศ

1.ดีต่อสุขภาพผิว มะเขือเทศอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในการบำรุงสุขภาพผิวให้ดียิ่งขึ้น จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients เมื่อปี พ.ศ. 2560 เรื่องบทบาทวิตามินซีต่อสุขภาพผิว พบว่า วิตามินซีมีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจน โปรตีนชนิดหนึ่งที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแรงของสุขภาพผิว ช่วยให้ผิวคงความยืดหยุ่น และอาจช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ มะเขือเทศยังมีสารไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจสามารถช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีในแสงแดด

จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Journal of Nutrition พ.ศ. 2544 ที่ศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการรับประทานมะเขือเทศเพื่อป้องกันผื่นแดงที่เกิดจากแสงแดด โดยทำการทดลอง ให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบรับประทานซอสมะเขือเทศเข้มข้น 40 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 10 สัปดาห์ พบว่า อาการผื่นแดงลดลงประมาณ 40% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานซอสมะเขือเทศเข้มข้น

2.ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ สารต้านอนุมูลอิสระต่าง เช่น ไลโคปีน วิตามินซี อาจสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ จากรายงานทบทวนงานวิจัย ที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของมะเขือเทศและสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือด ที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Critical Reviews in Food Science and Nutrition เมื่อปี พ.ศ. 2546 พบว่า สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้อาจสามารถช่วยป้องกันหลอดเลือดหัวใจจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation) ที่ส่งผลทำให้เซลล์เสื่อมสภาพ

นอกจากนี้ มะเขือเทศยังมีโพแทสเซียมที่อาจช่วยลดปริมาณของไขมันไม่ดี (LDL) ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และอาจช่วยลดความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกด้วย

3.อาจช่วยป้องกันมะเร็ง ไลโคปีนที่พบได้ในมะเขือเทศ อาจสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ จากการศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของไลโคปีนในการยับยั้งมะเร็งต่อมลูกหมาก ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Biomedicine & Pharmacotherapy เมื่อปี พ.ศ. 2563 พบว่า ไลโคปีนอาจสามารถช่วยยับยั้งการลุกลามและการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก และอาจช่วยกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากตายไวขึ้น จึงอาจมีประโยชน์ต่อการรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพที่แน่ชัดในการรับประทานมะเขือเทศเพื่อป้องกันโรคมะเร็งต่อมลูกหมากหรือโรคมะเร็งชนิดอื่น

ข้อควรระวังในการรับประทานมะเขือเทศ

-มะเขือเทศ โดยเฉพาะมะเขือเทศสด อาจมีการปนเปื้อนของสารเคมีและยาฆ่าแมลง ดังนั้น จึงควรเลือกซื้อมะเขือเทศจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และควรล้างทำความสะอาดมะเขือเทศให้ดีทุกครั้งก่อนรับประทาน นอกจากนี้ ยังควรหลีกเลี่ยงการรับประทานส่วนใบของมะเขือเทศ เนื่องจากอาจเป็นพิษต่อร่างกาย และทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ท้องเสีย อาเจียน ระคายเคืองปากและคอ ปวดหัว วิงเวียนศีรษะ จนอาจทำให้เสียชีวิตได้หากรับประทานในปริมาณมาก ผู้ป่วยโรคไต ควรระมัดระวังการรับประทานมะเขือเทศ เนื่องจากมะเขือเทศมีโพแทสเซียมสูง การรับประทานมะเขือเทศมากเกินไปอาจทำให้ไตไม่สามารถกำจัดโพแทสเซียมส่วนเกินออกไปได้ ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดปกติ และอาจทำให้หัวใจวายได้

-หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ยังไม่มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงอันตรายจากการรับประทานมะเขือเทศในผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานมะเขือเทศในปริมาณเหมาะสม และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...