โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“2 เมืองตัวตึง” จากสองฝั่งทวีป ที่มีระบบขนส่งสาธารณะดีจัดจนน่าอิจฉา

นิตยสารคิด

อัพเดต 25 ม.ค. 2567 เวลา 19.53 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. 2567 เวลา 19.53 น.
transportation-germany-japan-cover

ระบบขนส่งสาธารณะคือเรื่องพื้นฐานที่เป็นประเด็นถกเถียงในสังคมอยู่บ่อยครั้ง แถมเป็นสิ่งที่ทั้งเกี่ยวข้องและส่งผลกับชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก เพราะ “การมีขนส่งสาธารณะที่ดี” จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเราให้ดีขึ้นตามไปด้วย ไม่เพียงแค่ช่วยให้เราเดินทางไปสแกนนิ้วเข้างานได้ทันเวลา แต่ยังทำให้ผู้คนเข้าถึงสถานที่ต่าง ๆ ได้แสนง่ายดาย ทั้งช่วยเพิ่มพื้นที่เศรษฐกิจ และเกิดคอมมูนิตีใหม่ ๆ ที่ช่วยเพิ่มสีสันและคุณภาพของเมืองได้อีกมากมาย

แต่ว่าการมีระบบขนส่งสาธารณะที่ดี หลายคนยังมีความเห็นไม่ชัดเจนว่าหน้าตาของมันควรจะเป็นอย่างไร แค่มีรถเมล์ให้นั่ง มีรถไฟฟ้าให้ขึ้น ก็บอกว่าเป็นเมืองที่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีแล้วหรือเปล่า คำว่า “ดี” ในที่นี้เขาวัดกันจากตรงไหน และหากจะอธิบายให้เห็นภาพ “คิด” อยากลองชวนมาดูตัวอย่างจาก ตัวเต็ง 2 เมืองเด่นที่ได้รับการโหวตว่ามีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีที่สุดในโลก กัน

เริ่มจากแชมป์ชนะโหวตหลายสมัยอย่าง “เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี”
เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีระบบขนส่งสาธารณะดีอันดับต้น ๆ ของโลกมาอย่างยาวนานคือ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งสิ่งที่ทำให้เมืองนี้ได้รับการขนานนาม ไม่ได้เพียงแค่เพราะมีการคมนาคมหลายรูปแบบอย่างรถไฟใต้ดิน รถไฟชานเมือง รถราง หรือแม้กระทั่งมีการโดยสารโดยเรือ แต่เบอร์ลินนั้นยังเป็นเมืองที่มีการออกแบบเส้นทางการเดินรถและเรือได้อย่างครอบคลุม รองรับผู้โดยสารทุกกลุ่มได้ตลอดทั้งวัน แถมมีระบบที่ใช้งานได้ง่าย แม้จะเดินทางข้ามแพลตฟอร์ม แต่ก็สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้หมด แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีส่วนไหนของเบอร์ลินที่ไม่มีขนส่งสาธารณะเลย

Norbert Braun / Unsplash

ระบบขนส่งสาธารณะของเบอร์ลินที่คนใช้กันอยู่หลัก ๆ คือ U-Bahn, S-Bahn, รถประจำทาง และรถราง ทั้งหมดนี้ดำเนินการโดย Berliner Verkehrsbetriebe (BVG) และ Deutsche Bahn (รถไฟเยอรมัน) โดยที่การเดินทางแต่ละประเภทก็จะมีเส้นทางและรูปแบบแตกต่างกันออกไป อย่างเช่น…

1. U -Bahn (รถไฟใต้ดิน)
เป็นรถไฟฟ้าใต้ดินที่อยู่ในเขตเมืองเบอร์ลินที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ในปี 1902 และมีสัญลักษณ์ตัว “U” เป็นการบ่งบอกที่ตั้งสถานีต่าง ๆ ภายในเมือง โดยที่เส้นทางการเดินรถของ U-Bahn นั้นมีอยู่ทั้งหมด 10 สาย รวมกันแล้วมากถึง 170 สถานีเลย โดยจะให้บริการตั้งแต่ 4.30 น. ถึง 00.30 น. และเพิ่มเวลาเดินรถในวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เป็นการบริการแบบตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและสายปาร์ตี้ให้กลับดึกได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง

U-Bahn ยังมีวิธีใช้งานที่แสนง่าย เพราะสามารถซื้อตั๋วเดินทางในแพ็กเกจราคาต่าง ๆ จาก BVG ในสถานีได้เลย พร้อมกับมีแผนที่แสดงเส้นทางการเดินรถอย่างชัดเจน ใช้วิธีการกำหนดสายด้วยตัวเลขให้อ่านและจำได้ง่าย เรียงไปตั้งแต่ U1-U9 ภายในสถานีรถไฟก็มีการติดตั้งป้ายบอกข้อมูลของรถไฟและเวลาของขบวนถัดไปที่จะมาถึงอย่างชัดเจน ทำให้ผู้โดยสารไม่ต้องรีบวิ่งลงบันไดหน้าตั้งเพื่อไปยืนรอรถไฟแบบเก้อ ๆ นั่นเอง

Bram Azink / Unsplash

2. S-Bahn (รถไฟชานเมือง)
เป็นรถไฟทั่วไปที่ไม่ได้วิ่งอยู่ในระบบใต้ดินและมีเส้นทางที่ต่างกับ U-Bahn เพราะขนส่งสาธารณะประเภทนี้จะรองรับการเดินทางในเมืองและการเดินทางไปยังชานเมือง ซึ่งเส้นทางการเดินรถของ S-Bahn จะมีอยู่ทั้งหมด 15 สาย มีสถานีรถไฟอยู่เกือบ 170 สถานีเช่นกัน โดยจะให้บริการตั้งแต่ 4.30 น. ถึง 01.30 น. และเพิ่มเวลาเดินรถในวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เป็นการบริการแบบตลอด 24 ชั่วโมง เหมือนกับเวลาเดินรถของ U-Bahn

การใช้งานของ S-Bahn ก็ใช้ตั๋วแบบเดียวกันกับ U-Bahn ที่ซื้อได้ที่ BVG ทำให้สะดวกในการเดินทาง ผู้โดยสารไม่ต้องคอยซื้อตั๋วหลาย ๆ ใบ และใช้วิธีการกำหนดสายด้วยตัวเลขให้อ่านและจำได้ง่ายเช่น S41-S42 พร้อมมีป้ายบอกข้อมูลรถไฟและเวลาของขบวนถัดไปที่จะมาถึง แม้จะไม่ได้ดูทันสมัยเหมือนกับรถไฟใต้ดิน แต่ก็สะดวกใช้งานไม่ต่างกันเลย


https://www.introducingberlin.com/s-bahn

3. Tram (รถราง)
หลายคนน่าจะเคยได้เห็นหรือรู้จักรถรางในเบอร์ลินกันอยู่บ้าง เพราะจุดเด่นที่ทำให้คนรู้จักกับเมืองนี้ ก็เพราะเอกลักษณ์ของการมีรถรางวิ่งอยู่ในเมือง ซึ่งสำหรับรถรางในเยอรมนีเองแล้ว ถือว่าเป็นเครือข่ายรถรางที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกก็ว่าได้ เพราะเริ่มมีการใช้งานตั้งแต่ปี 1865 จนถึงปัจจุบัน รถรางก็ยังเป็นขนส่งสาธารณะที่มีประโยชน์กับเบอร์ลินอยู่ดี

เส้นทางเดินรถรางจะอยู่ช่วงฝั่งตะวันออกของเมืองเบอร์ลิน โดยมีทั้งหมด 20 สาย พร้อมป้ายจอดกว่า 377 ป้ายเลยทีเดียว และที่สำคัญตลอดทั้ง 7 วัน รถรางจะมีให้บริการตลอดทั้ง 24 ชั่วโมงอีกด้วย

Julia Joppien / Unsplash

4. Bus (รถบัส)
มาต่อกันที่รถบัสหรือรถโดยสารประจำทางของเบอร์ลินที่มีเส้นทางเดินรถอยู่ในฝั่งตะวันตกของเมืองกันบ้าง และมักจะเป็นเส้นทางที่ดีสำหรับการนั่งรถชมเมืองเบอร์ลิน เพราะรถบัสจะวิ่งผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ ในเมืองอยู่มาก โดยรถโดยสารประจำทางของเบอร์ลินนั้น มีเส้นทางเดินรถมากถึง 350 เส้นทาง แถมยังมีป้ายรถเมล์มากกว่า 2,634 แห่ง

วิธีการใช้งานของรถบัสหรือรถโดยสารประจำทางนี้ก็ดูได้จากการแบ่งสายเส้นทางด้วยการกำหนดตัวเลข โดยมีหมายเลข 100 ถึง 399 และมีประเภทของรถบัสที่แบ่งแยกย่อยออกมาเพื่อให้ตอบโจทย์การเดินทางของคนในเมือง เช่น MetroBus, ExpressBus ที่เป็นบริการรถโดยสารด่วนซึ่งมีป้ายจอดน้อยกว่า และแบบที่ไป-กลับสนามบิน รวมไปถึง NightBuses ที่เป็นรถโดยสารประจำทางตอนกลางคืนเพื่อรองรับผู้โดยสารแทนระบบขนส่งประเภทอื่นที่หมดเวลาเดินรถแล้ว

Mykhailo / Unsplash

จริง ๆ นอกจาก 4 รูปแบบขนส่งสาธารณะหลักของเมืองแล้ว ในเบอร์ลินก็ยังมีรูปแบบขนส่งสาธารณะอย่าง “เรือข้ามฟาก” ด้วย เพราะความสะดวกในการเดินทางนี้เอง จึงทำให้เบอร์ลินเป็นหนึ่งในเมืองที่ผู้คนไม่ค่อยใช้รถยนต์ส่วนตัวกันเท่าไร แต่ถ้าหากจะมีใครสักคนที่ซื้อยานพาหนะมาใช้เอง ก็มักจะไปเน้นกันที่การมี “รถจักรยาน” ส่วนตัวกันเสียมากกว่า เพราะเบอร์ลินเองก็ให้ความสำคัญกับการเดินทางด้วยจักรยานไม่น้อยไปกว่าระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ เลย

“โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น” แชมป์ระบบขนส่งฝั่งเอเชีย
อีกหนึ่งเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องรถไฟเป็นอย่างมาก ทั้งเป็นเมืองที่มีสถานีรถไฟเยอะจนเล่นเอานักท่องเที่ยวตาลาย เมืองที่การเดินทางด้วยรถไฟในยามเช้าและเย็นของวันทำงานนั้นดุเดือดสุด ๆ รวมไปถึงความเข้มงวดของระบบรถไฟที่ตรงต่อเวลายิ่งกว่าอะไร คงไม่ต้องเสียเวลาเดาให้ยาก เพราะการไม่ตรงเวลานั้นเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับ “ชาวญี่ปุ่น” ฉะนั้นแล้วขนส่งสาธารณะในเมืองหลวงอย่าง “โตเกียว” จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพที่สุด เหมาะสมที่สุด และสะดวกสบายที่สุดในโลก

การเดินทางในโตเกียวนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบขนส่งสาธารณะด้วยระบบรถไฟเป็นหลัก ทำให้รถไฟในโตเกียวรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 14,000 ล้านคนในแต่ละปี แค่เฉพาะในเมืองโตเกียวเอง จะมีรถไฟทั้งหมด 3 รูปแบบ และมีรถโดยสารประจำทางอีกหนึ่งรูปแบบที่มีเส้นทางการเดินรถครอบคลุมอยู่รอบเมือง และเชื่อมต่อกันทั้งหมด

BERK OZDEMIR / Pexels

1. Tokyo Metro (รถไฟฟ้าใต้ดิน)
เป็นขนส่งสาธารณะในรูปแบบรถไฟฟ้าใต้ดิน และยังเป็นผู้ให้บริการรถไฟใต้ดินรายใหญ่ที่สุดในเมืองอีกด้วย เพราะเส้นทางเดินรถของโตเกียวเมโทรนั้นจะมีให้บริการรถไฟ 9 สาย ทั้งหมด 180 สถานี ครอบคลุมการเดินทางรอบเมืองตั้งแต่ชานเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือไปจนถึงย่านทางตะวันออกของเมือง ทำให้โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้โดยสารเกือบ 5.95 ล้านคนต่อวันจะเลือกเดินทางด้วยการใช้บริการของรถไฟฟ้าใต้ดินของโตเกียวเมโทร

และหนึ่งในสถานีรถไฟฟ้าของโตเกียวเมโทรอย่าง “ชินจูกุ” ก็ถือว่าเป็น “สถานีที่ใหญ่ที่สุดในโลก” เพราะแค่ในสถานีนี้ที่เดียวก็มีชานชาลามากถึง 36 ชานชาลาที่ให้บริการรถไฟหลายสิบสาย รวมถึงรถไฟใต้ดิน รถไฟโดยสาร และรถไฟทางไกลพร้อมกับทางออกที่มีมากถึง 200 ทาง โดยที่ในทุก ๆ วันจะมีผู้คนมากกว่า 3.5 ล้านคนที่เดินผ่านสถานีนี้

Jay Lo /Unsplash

2. Toei Lines (รถไฟฟ้าใต้ดิน)
เป็นอีกหนึ่งขนส่งสาธารณะในรูปแบบรถไฟฟ้าใต้ดินของเมืองโตเกียวเช่นกัน เพียงแต่เป็นผู้ให้บริการเป็นคนละเจ้ากันกับรถไฟฟ้าใต้ดินโตเกียวเมโทร ซึ่ง Toei Lines นั้น เป็นมีผู้ให้บริการรายใหญ่เช่นเดียวกัน เพราะเส้นทางเดินรถของ Toei Lines จะมีให้บริการรถไฟ 4 สาย ทั้งหมด 106 สถานี แยกเป็นสายที่ให้บริการเดินรถวนรอบเมือง และสายที่ให้บริการเชื่อมต่อกับรถไฟสายอื่น ๆ ทำให้โดยเฉลี่ยแล้วผู้โดยสารเกือบ 2.82 ล้านคนต่อวัน จะเดินทางด้วยการใช้บริการของรถไฟฟ้าใต้ดินนี้

www.kotsu.metro.tokyo.jp/eng/services/pdf/main_route_map_eng.pdf

3. JR Trains (รถไฟทั่วไป)
นอกจากขนส่งสาธารณะทั้ง 2 แบบที่เล่าไปข้างต้นแล้ว ในเมืองโตเกียวยังมีอีกหนึ่งระบบรถไฟที่คอยให้บริการอยู่รอบเมือง นั่นคือรถไฟเจอาร์ที่จะแบ่งเส้นทางการเดินรถเพียงแค่ 2 สาย คือ JR Yamanote เป็นสายที่มีเส้นทางเดินรถรอบใจกลางโตเกียวและเชื่อมต่อกับสถานีศูนย์กลางในเมือง และสาย JR Chuo ที่มีเส้นทางการเดินรถแบบตัดผ่านเมืองโตเกียว โดยวิ่งจากตะวันออกไปยังตะวันตก โดยที่รถไฟของทั้ง 2 สายนั้นมีสถานีที่เปิดให้บริการรวมกันกว่า 132 สถานี

Rafael Hoyos Weht / Unsplash

4. Toei Bus (รถโดยสารประจำทาง)
โทเอบัส หรือ โทเอบาสุ เป็นรถโดยสารประจำทางของเมืองโตเกียวที่ให้บริการเส้นทางรถประจำทางในเขตปกครองพิเศษของโตเกียวเป็นหลัก มีเส้นทางจากใจกลางเมืองไปยังบริเวณชิตะมาจิใน 23 เขตของโตเกียว ซึ่งรวมถึงเขตเอโดะกาวะและบริเวณทามะด้วย ซึ่ง Toei Bus มีเส้นทางให้บริการจำนวนมากกว่า 200 เส้นทาง และมีป้ายรถเมล์รับส่งมากถึง 1,639 ป้าย สามารถรองรับผู้คนในเมืองรวมถึงนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายได้ตั้งแต่ใจกลางเมืองไปยังรอบเมืองได้สะดวก

SBS6577P / commons.wikimedia.org

นี่ก็คือคำตอบของคำถามที่ว่า “การมีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร” เพราะระบบขนส่งสาธารณะที่ดีไม่ได้หมายความว่า จะต้องมีการเดินทางหลากหลายรูปแบบเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นระบบที่ครอบคลุม เชื่อมต่อถึงกันได้ทั้งเมืองเหมือนอย่างโตเกียว และเป็นระบบการใช้งานที่สะดวกจนครองใจและรองรับผู้คนได้ทั้งเมืองเหมือนกับเบอร์ลินนั่นเอง

ที่มา : บทความ “It’s official: this European city has the world’s best public transport” โดย Beril Naz Hassan
บทความ “19 cities with the best public transport in the world – according to locals” โดย John Bills
บทความ “Where Are The Best Public Transportation Systems In The World?” จาก modeshift.com
บทความ “The ‘world’s best’ cities for public transit, according to Time Out” โดย Lilit Marcus
บทความ “Berlin Has Best Public Transport in the World” จาก reason-why.berlin
บทความ “Berlin’s Public Transportation: The Complete Guide” โดย Erin Porter
บทความ “HOW DOES TOKYO MANAGE 14 MILLION PEOPLE ON THE MOVE EVERY DAY?” โดย M. Martínez Euklidiadas
บทความ “How to use the Tokyo subway system - with map” จาก gotokyo.org
บทความ “The Tokyo Underground, De-mystified” จาก japanstartshere.com
บทความ “The Ultimate Tokyo Train Station Guide” จาก japanstartshere.com

เรื่อง : นัฐวรรณ วุทธะนู

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

“แพรวไพลิน–พชรพรหม” นำทีมคนรุ่นใหม่ พลิกโฉมผ้าไทย สู่รันเวย์โลกใน Finale Wedding Studio

สยามรัฐ

ชมโชว์ “ซ้างว่ายน้ำ” สุดน่ารัก มีไม่กี่แห่งในโลกที่ “สวนสัตว์เปิดเขาเขียว”

Manager Online

ถ่ายทอดสด บาร์เซโลน่า พบ แอต. มาดริด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันนี้

PostToday

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด เปแอสเช พบ ลิเวอร์พูล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันนี้

PostToday

The Showcase Festival by POL HUIPRASERT เวทีทดลองที่พา T-POP ไทย มาเล่นคอนเสิร์ตตามคาแรกเตอร์ของตัวเอง

ONCE

พังงาติดท็อป! หนึ่งใน ‘จุดหมายปลายทางที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวดีที่สุดของโลก’ จากรางวัล Traveller Review Awards 2026 โดย Booking.com

TODAY
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...