KaKeibo วิธีออมเงิน แบบคนญี่ปุ่น
ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…
Youtube| Facebook | TikTok | Instagram | Line
การแบ่งรายรับส่วนหนึ่งไปกับการออมเงินน่าจะเป็นสิ่งที่เราได้ยินและคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่พอโตขึ้น รายจ่ายเพิ่มขึ้น เราก็อาจจะหลงลืมการออมเงินกันไปบ้าง หรือบางคนพยายามเก็บเงินแล้วแต่ก็มีเผลอยืมเงินตัวเองออกมาใช้จ่ายอยู่ดี
วิธีเก็บออมเงินที่Wealth Me Up จะมาแนะนำวันนี้เป็นวิธีของประเทศญี่ปุ่น แต่แพร่หลายในฝั่งยุโรปสุดๆ เพราะช่วยให้การออมเงินมีประสิทธิภาพ และเห็นผลจริง ซึ่งวิธีการทำตามก็ง่ายมากๆ ด้วย เตรียมแค่สมุด1 เล่ม กับปากกา1 ด้าม หรือถ้าใครที่ถนัดใช้สมาร์ทโฟนมากกว่าก็เปิดแอปพลิเคชันจัดการการเงินแล้วลองทำตามกันได้เลย
Kakeibo คืออะไร?
คำว่าKakeibo อ่านว่า คะเคโบะ มาจากภาษาญี่ปุ่นแปลว่า สมุดบัญชีครัวเรือนKakeibo ถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกในปี1904 โดยฮานิ โมโตะโกะ นักหนังสือพิมพ์หญิงคนแรกของญี่ปุ่น ที่ต้องการหาวิธีการออมเงินและจัดการงบประมาณรายรับรายจ่ายให้ครอบครัวได้ดียิ่งขึ้น
ย้อนกลับไปยุคนั้น ผู้หญิงญี่ปุ่นยังไม่ได้รับการอนุญาตให้ทำงานนอกบ้านเหมือนทุกวันนี้ได้ เงินออมของพวกเธอในตอนนั้นจึงได้มาจากรายรับทางเดียวคือ เงินของสามีที่เหลือจากการใช้จ่ายภายในบ้านทั้งหมด และแม้ว่าปัจจุบันผู้หญิงญี่ปุ่นจะทำงานนอกบ้าน และมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยจัดการสภาพคล่องในครัวเรือนแล้ว แต่คนญี่ปุ่นก็ยังเลือกKakeibo เป็นตัวช่วยสำหรับการบันทึกรายรับรายจ่ายอยู่ดี
วิธีเก็บเงินแบบ‘Kakeibo’
หลักการของKakeibo ไม่ยาก แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความพยายามในช่วงแรก เริ่มต้นด้วยการจดบันทึกรายรับรายจ่ายแบบรายวัน และรายสัปดาห์ หรืออาจจะเปลี่ยนไปใช้แอปพลิเคชันจัดการแทนก็ได้ โดยให้แบ่งการบันทึกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เช่น ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น(ค่าเดินทาง, ค่าเช่าบ้าน, ค่าน้ำค่าไฟ, ค่าอาหาร) รายจ่ายเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ และรายจ่ายพิเศษอื่นๆ เป็นต้น
ยิ่งบันทึกรายรับรายจ่ายละเอียดมากเท่าไร ก็จะช่วยให้เราคำนวนเงินคงเหลือช่วงสิ้นเดือนได้ดี ยกตัวอย่างเช่น เงินซองที่ได้ช่วงปีใหม่หรือตรุษจีน ก็ควรจดบันทึกลงในส่วนของรายรับด้วย หรือการซื้อกินขนมจุกจิกช่วงระหว่างทำงานในแต่ละวัน ที่หากนำมารวมกันแล้วก็คงไม่ใช่จำนวนน้อยๆพวกนี้ก็สามารถบันทึกลงKakeibo ได้ด้วยเหมือนกัน
ปรัชญาของ‘Kakeibo’
สิ่งสำคัญและกลายเป็นข้อแตกจากการออมเงินด้วยวิธีอื่น คือ ปรัชญาของKakeibo เราต้องตอบคำถามแต่ละข้อก่อนซื้อของทุกครั้ง โดยแต่ละคำถามจะเน้นให้เราได้พูดคุยกับตัวเองทุกครั้งก่อนซื้อของสักชิ้นว่า เราซื้อสิ่งนี้เพราะจำเป็น หรือซื้อเพียงเพราะอยากได้กันแน่
- เราสามารถอยู่ได้โดยไม่มีของชิ้นนี้ได้ไหม?
- สถานการณ์ทางการเงินของเราตอนนี้ ซื้อของชิ้นนี้ได้หรือไม่?
- เราจะใช้สินค้าชิ้นนี้จริงๆ เหรอ?
- บ้านเรามีพื้นที่พอสำหรับมันรึเปล่า?
- เราเจอสินค้าชิ้นนี้ได้อย่างไร? (เคยเห็นมันตามแม็กกาซีน หรือเข้าไปพบโดยบังเอิญในช่วงเวลาที่กำลังเดินเบื่อๆ ในห้าง)
- อารมณ์ของเราในวันนี้เป็นแบบไหน? (ใจเย็น มีความเครียด อยู่ในช่วงเทศกาล หรือกำลังรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง)
- เรารู้สึกอย่างไรเมื่อซื้อมาแล้ว? (มีความสุข ตื่นเต้น เฉยเฉย)
จะเห็นได้ว่า การออมเงินแบบKakeibo ช่วยให้เราได้ทบทวนตัวเองเพิ่มขึ้นอีกหลายขั้น จากเดิมที่เห็นของชิ้นนี้แล้วอาจจะหยิบไปจ่ายตังในทันทีKakeibo จะทำให้เราฉุกคิดการใช้จ่ายแต่ละครั้ง และถึงแม้ว่าจะช่วยให้เราออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องตัดความสุขในการใช้จ่ายออกไปทั้งหมด อะไรที่ชอบ และยังอยากใช้เงินซื้อเพื่อให้รางวัลกับตัวเอง คุณยังสามารถทำได้ เพียงแต่ให้คิดก่อนซื้อ และไม่ตามใจตัวเองมากเกินไปเท่านั้นเอง