โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก Taobao กับโอกาสใหม่ในตลาดจีน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 เม.ย. 2567 เวลา 00.46 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2567 เวลา 00.46 น.

ในยุคที่ช่องทางอีคอมเมิร์ซเข้ามามีบทบาทกับการดำเนินธุรกิจมากขึ้น คู่แข่งของผู้ประกอบการไทยไม่ได้อยู่แค่ในประเทศอีกต่อไป แต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นโอกาสในขยายตลาดไปต่างประเทศของสินค้าไทยด้วยเช่นกัน

“กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ” นายกสมาคมอีคอมเมิร์ซแห่งประเทศไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า GDP ไตรมาสแรก 2567 ของจีนอยู่ที่ 29,629.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 5.3% ส่วนยอดการนำเข้า และส่งออกสินค้าอยู่ที่ 10,169.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 5.0% สะท้อนว่าการนำเข้า และส่งออกสินค้าโตต่อเนื่อง

ขณะที่รายได้ต่อหัวของผู้อยู่อาศัยทั่วประเทศอยู่ที่ 11,539 หยวน (57,695 บาท) เพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจจีนยังขยายตัวต่อเนื่อง มาจากการให้ความสำคัญกับ “เศรษฐกิจดิจิทัล” ภายในประเทศ เห็นได้จากนโยบาย World AI by 2030, นโยบาย Live Commerce กระจายสู่ทุกมณฑล ทุกชุมชน ชนบท, นโยบาย Metaverse Cities และนโยบาย CBEC Pilot Cross-border e-Commerce ซึ่งเศรษฐกิจดิจิทัลจะทำให้เกิดการกระจายรายได้ทั่วถึงทั้งประเทศ มีการแข่งขันทางการค้า ผู้เล่นไม่ผูกขาด เปิดกว้างกับประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในทวีปเอเชียที่เป็นคู่ค้ากับจีนมายาวนาน ถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะเริ่มเข้าไปทำธุรกิจในจีน

แม้การแข่งขันในจีนจะดุเดือด แต่หลายมณฑลมี e-Industrial Parks ที่ต้องการให้บริษัทต่างประเทศเข้าไปเปิดธุรกิจ โดยทางการจีนจะช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ เช่น มณฑลเจ้อเจียง เฉิงตู และเสฉวน รวมถึงเมืองที่หลายคนคุ้นเคยอยู่แล้ว เช่น เซี่ยงไฮ้ หางโจว และเสิ่นเจิ้น

“กุลธิรัตน์” แนะนำว่า ผู้ประกอบการไทยควรเริ่มเปิดตลาดนักท่องเที่ยวจีนในไทย และทำการตลาดให้ครอบคลุมเป้าหมาย เช่น นักท่องเที่ยวจีนที่กำลังมาไทย นักท่องเที่ยวจีนที่อยู่ในไทย นักท่องเที่ยวจีนที่เคยมาไทยอย่างน้อย 1 ครั้ง และกลับไปจีนแล้ว และนักธุรกิจหรือผู้บริหารคนจีนที่อยู่ในไทย รวมถึงต้องรู้จักแอปพลิเคชั่นที่คนจีนใช้อยู่เป็นประจำ เพื่อทำการขายสินค้าได้อย่างตรงจุด เช่น Douyin (TikTok), Pindoudou, Meituan Dianping, Alipay, Baidu, Taobao, Tmall, JD, Weibo เป็นต้น

สำหรับ “เถาเป่า” (Taobao) น่าจะเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่คนไทยจำนวนไม่น้อยรู้จัก และคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

ล่าสุดเมื่อเพจTaobao Thailand ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับแพลตฟอร์ม Taobao ในเครืออาลีบาบา ประกาศว่าจะเปิดตัวเว็บเวอร์ชั่นภาษาไทย 100% เพื่อให้บริการดูแลคำสั่งซื้อ ตรวจสอบสินค้า และประสานการจัดส่งสินค้ากับแพลตฟอร์ม Taobao Official ปรากฏว่าได้รับความสนใจจำนวนมาก

จากรายงานของ Alizila ศูนย์ข่าวของเครืออาลีบาบา ระบุว่าTaobao เปิดตัวในปี 2546 เพื่อให้บริการผู้บริโภคชาวจีนในพื้นที่เมืองใหญ่ และเมืองเล็ก มีการพัฒนาประสบการณ์ซื้อสินค้าให้เข้ากับแต่ละบุคคลด้วยดาต้า และเทคโนโลยี โดยผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลของผลิตภัณฑ์ และเทรนด์ใหม่ ๆ ได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงมีฟีเจอร์สำหรับการไลฟ์ และสร้างคอนเทนต์วิดีโอสั้นที่ช่วยให้ผู้ขายสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น

ส่วน Taobao Live เริ่มให้บริการในเดือน พ.ค. 2559 จากความสำเร็จของการถ่ายทอดสดงาน Alibaba’s 11.11 Shopping Festival โดยในปี 2563 สร้างยอดขายสินค้าโดยรวม (Gross Merchandise Value หรือ GMV) ได้ถึง 6.1หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรม KOLs (Key Opinion Leaders) หรือผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ของจีนเติบโตมากขึ้นด้วย

จุดเด่นที่สำคัญของ Taobao คือการสนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กให้มีพื้นที่ในการขายสินค้า เห็นได้จากโครงการ “Taobao Village” หรือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการในชุมชนใช้อีคอมเมิร์ซเป็นเครื่องมือในการประกอบธุรกิจของตนเองได้ โดยชุมชนที่เข้าร่วมโครงการนี้จะต้องมีปริมาณการทำธุรกรรมต่อปีอย่างน้อย 10 ล้านหยวน และมีร้านค้าออนไลน์อย่างน้อย 100 ร้าน (10% ของครัวเรือนในหมู่บ้าน) ที่ขายสินค้าบน Taobao

รายงานจาก AliResearch กลุ่มธุรกิจวิจัยในเครืออาลีบาบาระบุว่า ในเดือน ส.ค. 2562 มี Taobao Village อยู่ที่ 4,310 หมู่บ้านจาก 25 จังหวัด โดยยอดขายรวมในรอบ 12 เดือน (สิ้นสุด ณ มิ.ย. 2562) อยู่ที่ 7 แสนล้านหยวน สร้างงานในจีนกว่า 6.8 ล้านตำแหน่ง ซึ่งจำนวนร้านค้าออนไลน์ที่ดำเนินการโดย Taobao Village ในปี 2561 มีอยู่ 660,000 ร้าน เพิ่มขึ้นจาก 70,000 ร้าน ในปี 2557

ในช่วงแรก Taobao ยังอำนวยความสะดวกให้ผู้ขายโดยเชื่อมต่อระบบการชำระเงินเข้ากับ “อาลีเพย์” (Alipay) และเปิดให้นำสินค้ามาขายบนเว็บไซต์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปิดร้านค้าออนไลน์ ทำให้สินค้ามีราคาถูก เพราะนอกจากจะลดต้นทุนค่าเปิดร้านยังเป็นการซื้อสินค้าโดยตรงจากผู้ผลิต เจ้าของโรงงาน และร้านค้าปลีกทั่วไป โดยมีรายการสินค้าบนแพลตฟอร์มกว่า 2 ล้านรายการ ครอบคลุมสินค้าทุกหมวดหมู่ เช่น สินค้าออริจินอล สินค้าจากแบรนด์ชั้นนำ พืชผลทางการเกษตร เป็นต้น

ปัจจุบัน Taobao ไม่ได้เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับสั่งซื้อสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็น“One-Stop Super App” ที่ครอบคลุมบริการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการสั่งอาหาร จองตั๋วเครื่องบิน แพลตฟอร์มเพื่อความบันเทิง และพื้นที่สำหรับพูดคุยกับ KOLs คนโปรดอีกด้วย

ในหนังสือ “It’s Live Time รวยด้วย Live Commerce ทะลุล้าน” เขียนโดย “กุลธิรัตน์”ระบุว่า Taobao คือ

แพลตฟอร์มซื้อของออนไลน์ C2C ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิก ด้วยจำนวนผู้ใช้กว่า 892 ล้านคน ซึ่งกลุ่มผู้ใช้กว่า 70% เป็นคนรุ่นใหม่อายุไม่เกิน 30 ปี ขณะที่ร้านค้าส่วนใหญ่เป็นร้านค้าท้องถิ่น ขนาดเล็กถึงกลาง ไปจนถึงร้านขายของมือสอง จึงเหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลองตลาดในประเทศจีน และต้องการเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก Taobao กับโอกาสใหม่ในตลาดจีน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...