สรุปกองทุนแนะนำ คว้าโอกาสลงทุนรับกลยุทธ์ปี 2026
อัปเดตคำแนะนำการลงทุน Finnomena Funds รับกลยุทธ์ประจำปี 2026: The K-Shaped World เมื่อโลกถูกขับเคลื่อนด้วยความแตกต่างอย่างสุดขั้ว ! ลงทุนกองทุนอะไรดี เน้นคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการกระจายความเสี่ยง
Finnomena Funds มองว่าภาพรวมการลงทุนในปี 2026 จะต้องให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการกระจายความเสี่ยงพอร์ต ท่ามกลางโครงสร้างเศรษฐกิจที่กำลังถูกจัดระเบียบใหม่ ผ่าน 3 ธีมสำคัญ ดังนี้
ดาวน์โหลดฟรี Investment Outlook (Full Version)
→ เจาะ 3 ธีมการลงทุนสำคัญแห่งปี
→ มุมมองการลงทุนรายสินทรัพย์
→ กองทุนแนะนำ ! มองขาดทุกโอกาสการลงทุน
1. The AI CAPEX Divide
การเพิ่มขึ้นของงบลงทุน (CAPEX) ด้าน AI ในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี กำลังขับเคลื่อนสภาวะ K-Shaped Recovery ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและตลาดหุ้น ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในสหรัฐฯ แต่ครอบคลุมถึงในหลายตลาดที่อยู่ใน AI Supply Chain ทั้งจีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน โดยงบลงทุนมหาศาลจากกลุ่ม Big Tech ได้กลายเป็นรายได้หลักของบริษัทอื่น ๆ และได้สร้างฐานกำไร (Earnings Floor) รวมถึงลดความเสี่ยงขาลงของเศรษฐกิจ
กลยุทธ์: เน้นลงทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการคัดหุ้นแบบ Selective และใช้กลยุทธ์ Active Management ตลอดจนลงทุนในกลุ่ม Supply Chain ทั่วโลก
กองทุนแนะนำ:
B-INNOTECH (ความเสี่ยงระดับ 7)
กองทุนหุ้นเทคโนโลยีคุณภาพดี เน้นคัดเลือกหุ้น Value Play โดยเข้าซื้อหุ้นเติบโตในจังหวะที่ราคาไม่แพง ทำให้กองทุนมีความผันผวนที่ต่ำกว่ากองทุนหุ้น Growth อื่น ๆ
TEMXCH (ความเสี่ยงระดับ 6)
กองทุนหุ้นเอเชียตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน) เน้นลงทุนในเกาหลีใต้ ไต้หวัน และอินเดีย ซึ่งจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของ AI Supply Chain
FP CNGLOV (ความเสี่ยงระดับ 6)
กองทุนหุ้นจีนที่เฉพาะเจาะจงในกลุ่ม AI Hardware ในตลาด A-Share ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การลงทุนในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของรัฐบาลจีน
2. The Fiscal Revival
กลุ่มประเทศหลักอย่างสหรัฐฯ เยอรมนี และญี่ปุ่น กำลังเข้าสู่ยุคของการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายทางการคลังอย่างเต็มตัว แต่ตามมาด้วยภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น นำโดยโครงการ “ReArm Europe” ที่เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อหุ้นโครงสร้างพื้นฐานในยุโรป ขณะที่ Fed จะเจอแรงกดดันให้ดำเนินนโยบายแบบผ่อนคลายมากกว่าที่ตลาดคาด
กลยุทธ์: เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นยุโรป หุ้นญี่ปุ่น และโครงสร้างพื้นฐาน โดยหลีกเลี่ยงตราสารหนี้โลกกลุ่ม Long-duration เพราะอ่อนไหวต่อ Bond yield อายุยาว แต่เน้นตราสารหนี้คุณภาพดี พร้อมมองหาโอกาสจากแนวโน้มดอลลาร์อ่อนค่า
กองทุนแนะนำ:
ASP-NGF (ความเสี่ยงระดับ 6)
กองทุนหุ้นญี่ปุ่นสไตล์ Value โดยคงสัดส่วนการลงทุนสูงในกลุ่ม Financials และ Trading Companies โดยมีเป้าหมายคว้าโอกาสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น
ES-EG-A (ความเสี่ยงระดับ 6)
กองทุนหุ้นยุโรป เน้นกลยุทธ์ Active Management เลือกหุ้นกลุ่ม Quality Growth เพื่อรับมือกับการเติบโตของกำไรที่จำกัดในดัชนี
KKP GINFRAEQ-H (ระดับความเสี่ยง 6)
กองทุนโครงสร้างพื้นทั่วโลก ซึ่ง Valuation อยู่ในระดับที่ไม่แพง สะท้อนโอกาสการปรับตัวขึ้นได้ ในระยะต่อไปด้วยเม็ดเงินจากนโยบายการคลัง
K-GDBOND-A(A) (ความเสี่ยงระดับ 4)
กองทุนตราสารหนี้ทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนตามสภาวะตลาด ผ่านกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund ปัจจุบัน Duration เฉลี่ยอยู่ที่ 5 ปี
3. Fragmentation 2.0
แม้ความผันผวนเรื่องกำแพงภาษีจะลดลง แต่โลกยังอยู่ในภาวะแบ่งแยกอย่างชัดเจน ผ่านกระบวนการ Friendshoring, Nearshoring และกระแส De-dollarization ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำและเพิ่มความเสี่ยงด้าน Geopolitics
กลยุทธ์: เก็บสะสมทองคำและหุ้นเหมืองทอง เพื่อป้องกันความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง รวมถึงเข้าซื้อหุ้นเอเชียและตลาดเกิดใหม่ที่ได้รับอานิสงส์จากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า นอกจากนี้ ควรเน้นการกระจายความเสี่ยงใน Multi-Asset ที่มี Hedging Position เพื่อรับมือกับความผันผวนของโลกที่แบ่งขั้ว
กองทุนแนะนำ:
K-GOLD-A(A) (ระดับความเสี่ยง 8)
กองทุนทองคำ โดยลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust และมีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเกือบทั้งหมด ทำให้กองทุนเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาทองในตลาดโลก
A-RING (ระดับความเสี่ยง 7)
กองทุนหุ้นเหมืองทองคำ Pure-Play Gold Miners ซึ่งมีนโยบายลงทุนในบริษัทเหมืองทองคำขนาดใหญ่ทั่วโลก
TEMXCH (ความเสี่ยงระดับ 6)
กองทุนหุ้นเอเชียตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน) เน้นลงทุนในเกาหลีใต้ ไต้หวัน และอินเดีย ซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ทำให้มีเงินไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น
PRINCIPAL VNEQ-A (ความเสี่ยงระดับ 6)
กองทุนหุ้นเวียดนาม เน้นลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เหมาะกับการทะยอยเก็บสะสมในระยะยาว
ES-GAINCOME-A (ความเสี่ยงระดับ 5)
กองทุนที่มีกลยุทธ์ Global Multi-Asset Allocation กระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก เน้นสร้างกระแสเงินสด และช่วยลดความเสี่ยงในช่วงตลาดขาลง ด้วยการทำ Hedging
TGSMART (ความเสี่ยงระดับ 5)
กองทุนที่มีกลยุทธ์ Global Multi-Asset Allocation กระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก มีจุดเด่นที่ความยืดหยุ่นสูง ปรับสัดส่วนสินทรัพย์แบบไม่ตายตัว ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ทุกสภาวะตลาด
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299