โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มีลูกยาก..ไม่ใช่เรื่องยาก! “ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก” รพ.จุฬารัตน์ 11 อินเตอร์ พร้อมให้คำปรึกษาแบบครบวงจร

Wealthy Thai

อัพเดต 01 ส.ค. 2566 เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2565 เวลา 05.39 น.

จากปัญหาภาวะการมีบุตรยากในปัจจุบัน ถือเป็นปัญหาใหญ่ของคู่สมรสหลายคู่ที่ต้องการมีบุตร โดยสาเหตุหลักๆส่วนใหญ่มักเกิดจากไม่ได้การวางแผนการมีบุตรก่อน และคิดที่อยากมีบุตรเมื่อพร้อมและมีความมั่นคงในชีวิตก่อน โดยปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไป ในที่สุดก็พบว่ากลายเป็นผู้มีบุตรยาก แต่การมีบุตรยากนั้นสามารถรักษาได้ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11อินเตอร์ ศูนย์เฉพาะทางการรักษาภาวะมีบุตรยาก (Chularat 11 IVF Center) ที่ครบวงจรแห่งเดียวในจังหวัดฉะเชิงเทรา ภูมิภาคตะวันออก คือหนึ่งในผู้ให้คำปรึกษาและพร้อมช่วยให้คู่สมรสได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ

3 ปัจจัยหลักที่ทำให้มีบุตรยาก”

นพ.มฆวัน ธนะนันท์กูล ผู้อำนวยการศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์ เปิดเผยว่า การมีบุตรยากถือเป็นอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย โดยคู่รักที่แต่งงานแล้ว 1 ปี มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอและไม่ได้มีการคุมกำเนิด ถือว่าเข้าสู่ภาวะมีบุตรยาก ซึ่งปัจจุบันพบว่าคู่รักที่แต่งงานจำนวน 100 คู่ จะมีจำนวน 12-15 คู่ ไม่มีบุตร ขณะที่สาเหตุของการมีบุตรยากในปัจจุบันของคู่สมรสนั้น มีทั้งหมด 3 ปัจจัยหลัก คือ
1.ฝ่ายหญิง โดยเฉพาะอายุของฝ่ายหญิงที่มากกว่า 35 ปี มีโอกาสสูงที่ทำให้มีบุตรยาก หากแต่งงานเกิน 6 เดือนแล้วไม่ท้อง แสดงว่าเป็นบุคคลที่มีลูกยาก อาจเกิดขึ้นจากภาวะไข่ไม่ตก, ท่อนำไข่ตัน, มีเนื้องอกต่างๆ, โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ฯลฯ
2.ฝ่ายชาย จำนวนของอสุจิน้อย รวมถึงปัญหาอวัยวะเพศที่ไม่แข็งตัว เป็นต้น สำหรับอายุที่มากขึ้นของฝ่ายชายอาจมีผลทำให้ตัวอสุจิลดน้อยลงบ้าง แต่ไม่มีผลทำให้มีบุตรยากหากเทียบกับฝ่ายหญิง
3.ปัจจัยร่วมทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย
“แน่นอนว่าภาวะการมีบุตรยากโอกาสจะเกิดขึ้นจากฝ่ายหญิงนั้นมีมากกว่าฝ่ายชาย ด้วยหลายปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะอายุของฝ่ายหญิง หากอายุมากขึ้นความสามารถในการตั้งครรภ์ของจะน้อยลง รวมถึงปัญหาทางด้านอารมณ์ ที่เกิดจากความผิดปกติของสมอง จะมีผลทำให้ระบบการตกไข่มีปัญหา และการเป็นไทรอยด์(thyroid) ต่างๆ ซึ่งหากเราสามารถตรวจพบสาเหตุที่ทำให้มีบุตรยากแล้ว โอกาสที่จะเกิดการตั้งครรภ์ก็มีสูง” นพ.มฆวัน กล่าว

“ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์ ความหวังของผู้มีบุตรยาก”

สำหรับแนวทางการรักษาของภาวะการมีบุตรยากในส่วนของ “ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์” ซึ่งเป็นศูนย์เฉพาะทางการรักษาภาวะมีบุตรยากครบวงจรแห่งเดียวในจังหวัดฉะเชิงเทรา ภูมิภาคตะวันออก นพ.มฆวัน กล่าวว่า ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์ ก่อตั้งขึ้นด้วยเป้าหมายที่ต้องช่วยให้คู่สมรสสามารถมีบุตรสมตามปรารถนา ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางรักษาการมีบุตรยาก รวมถึงทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญและทีมพยาบาลคอยดูแลตลอดการรักษา ตั้งแต่การให้คำปรึกษาตรวจหาสาเหตุมีบุตรยากทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ไปจนถึงกระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยาก ด้วยการฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูก(IUI), การทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธีอิ๊กซี่ (IVF/ICSI), การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว (NGS) และการฝากแช่แข็งไข่(Egg freezing) เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีห้องปฏิบัติการวิเคราะห์อสุจิ ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่ได้มาตรฐานสากล มีเทคโนโลยีทันสมัยด้วยเครื่องเลี้ยงตัวอ่อนระบบปิด Geri+(Plus) ที่ใช้เลี้ยงตัวอ่อนโดยไม่รบกวนเซลล์ตัวอ่อนสามารถดูการเจริญเติบโตของตัวอ่อนได้อย่างต่อเนื่อง ลดการรบกวนตัวอ่อนทำให้ตัวอ่อนมีความสมบูรณ์ เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น
ในส่วนของการบริการที่ทางโรงพยาบาลมีจะประกอบไปด้วย
1.ตรวจหาสาเหตุมีบุตรยาก ทั้งชายและหญิง Fertility check up โดยจะรวมการตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้ออสุจิ ตรวจอัลตร้าซาวน์ดูความผิดปกติในมดลูกและรังไข่ ตรวจเลือดเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตร
2.การฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูกเป็นวิธีรักษาที่คล้ายวิธีธรรมชาติ โดยนำน้ำเชื้ออสุจิของฝ่ายชายมาปั่นและคัดเลือกเอาตัวที่แข็งแรง ฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกในวันที่ตกไข่ของฝ่ายหญิง
3.การทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธีอิ๊กซี่ เป็นการรักษาด้วยวิธีฉีดยากระตุ้นไข่ในฝ่ายหญิงแล้วเก็บไข่ออกมาผสมกับน้ำเชื้ออสุจิภายนอกร่างกายจากนั้นนำไปเลี้ยงในตู้เลี้ยงตัวอ่อนระบบปิดจนถึงระยะบลาสโตซีสแล้วจึงย้ายตัวอ่อนเข้าไปในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิงเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ต่อไป โอกาสสำเร็จตั้งครรภ์มากที่สุด
4.ฝากแช่แข็งไข่ เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ยังไม่พร้อมจะมีบุตร สามารถฝากไข่แช่แข็งไว้เพื่อเตรียมมีลูกในอนาคต

“พบโอกาสสำเร็จตั้งครรภ์สูง 68%”

นพ.มฆวัน กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (ปี2561-2565) รักษาคู่สมรสที่มีบุตรยากมากกว่า 5,000 ครอบครัว ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์การรักษามีบุตรยาก รวมถึงการมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยของศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์ ทำให้อัตราการประสบความสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธีอิ๊กซี่สูงถึง 68% ขณะที่ข้อมูลจากราชวิทยาลัยสูตินรีเวชแห่งประเทศไทย พบอัตราร้อยละความสำเร็จโดยเฉลี่ยของการทำเด็กหลอดแก้ว อยู่ที่ 35 %

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...