โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

พบ ฟันมนุษย์โบราณ 1.3แสนปี ในถ้ำสปป.ลาว หลังเคยพบที่เทือกเขาอัลไต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 พ.ค. 2565 เวลา 05.16 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2565 เวลา 18.48 น.
mde

การขุดค้นของนักวิจัยที่พบ ฟันมนุษย์โบราณ ในถ้ำห่างไกลของ สปป.ลาว อาจช่วยเปิดขุมทรัพย์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับที่มาของมนุษย์

วันที่ 18 พฤษภาคม 2565 ซีเอ็นเอ็น รายงานผลการศึกษาของนักวิจัยประจำสถาบันการศึกษาในฝรั่งเศส ซึ่งเผยแพรในวารสาร Nature Communications ฉบับวันที่ 17 พ.ค.2022 ถึงการค้นพบฟันมนุษย์โบราณ เชื่อว่าเป็นเพศหญิง เคยมีชีวิตอยู่เมื่อ 130,000 ปีก่อนเป็นอย่างน้อย

ที่สำคัญคือ ดูเหมือนว่าฟันซี่นี้จะเป็นมนุษย์สายพันธุ์เดนิโซวาน (Denisovan) กลุ่มมนุษย์โบราณที่ยังคงลึกลับอยู่จนถึงทุกวันนี้ โดยฟันกรามล่างเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่พบมนุษย์เดนิโซวานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นชิ้นที่สองของโลก ซึ่งอาจช่วยไขปริศนาคาใจผู้เชี่ยวชาญด้านวิวัฒนาการของมนุษย์

สำหรับฟอสซิลมนุษย์เดนิโซวานชิ้นแรก และมีเพียงชิ้นเดียวในเอเชียเหนือ พบภายในถ้ำเดนิโซวาน ของเทือกเขาอัลไต แถบไซบีเรียของรัสเซีย ได้รับการยืนยันโดยนักวิจัยชาวอเมริกันและชาวยุโรป เมื่อปี 2010 (พ.ศ.2553) ด้วยการตรวจดีเอ็นเอ

หลักฐานทางพันธุกรรมดังกล่าวระบุว่ามนุษย์โบราณมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับพื้นที่ทางตอนใต้ ซึ่งในปัจจุบัน คือ ฟิลิปปินส์ ปาปัวนิวกินีและออสเตรเลีย

เดนิโซวานแห่งอาเซียน

เคลมองต์ ซาโนลลี นักวิจัยบรรพชีวินมนุษย์วิทยา ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศสและมหาวิทยาลัยบอร์กโดซ์ กล่าวว่าหลักฐานใหม่ที่พบในลาวแสดงให้เห็นว่ามนุษย์เดนิโซวานเคยอาศัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งสนับสนุนงานวิจัยด้านพันธุศาสตร์ที่กล่าวว่ามนุษย์ยุคใหม่และเดซิโนวานอาจจะเคยพบกันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นักโบราณคดีค้นพบฟันในถ้ำงูเห่า แขวงหัวพัน ซึ่งอยู่ห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ ไปทางเหนือประมาณ 260 กิโลเมตรโดยขุดค้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2018 (พ.ศ.2561)

ระบุว่าฟันกรามล่างน่าจะมีอายุประมาณ 131,000-164,000 ปี จากการวิเคราะห์เทียบเคียงตะกอนในถ้ำ กระดูกสัตว์ 3 ชิ้นที่พบในปีเดียวกันและอายุของหินที่วางทับฟอสซิล

นักวิจัยซาโนลลีกล่าวว่า ฟันเป็นเหมือนกล่องดำของบุคคลเพราะมีข้อมูลมากมายตลอดอายุขัยและข้อมูลด้านชีวภาพ นักบรรพชีวินใช้ข้อมูลนี้เพื่อเจาะจงสปีชีส์หรือแยกแยะระหว่างสายพันธุ์ สำหรับบรรพชีวินมนุษย์วิทยาฟันก็มีประโยชน์อย่างยิ่งเช่นกัน

เทียบกับ ฟันมนุษย์โบราณ อื่น

นักวิจัยนำฟันที่พบในถ้ำงูเห่าไปเปรียบเทียบกับร่องฟันและความเอียงของฟอสซิลฟันที่เป็นของมนุษย์โบราณสกุลโฮโม พบว่าไม่สัมพันธ์กับฟันของโฮโมเซเปียนส์ หรือ โฮโมอิเร็กตัส ซึ่งเป็นมนุษย์ที่เดินหลังตั้งตรงและพบไปทั่วเอเชีย

แต่ฟันที่พบในลาวมีความใกล้เคียงกับกระดูกขากรรไกรเดนิโซวาน ซึ่งพบบนที่ราบสูงทิเบต เขตเซี่ยเหอ มณฑลกานซู่ ประเทศจีน ขณะที่ผู้เขียนงานวิจัยกล่าวว่าอาจเป็นไปได้น้อยกว่าว่าจะฟันซี่นี้จะเป็นของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัล

ซาโนลลีกล่าวว่าอาจเป็นไปได้ว่าสปีชีส์นี้เดินทางระหว่างหุบเขาและเทือกเขาซึ่งเป็นเรื่องปกติ ส่วนการวิเคราะห์โปรตีนและเคลือบฟันทำให้ระบุได้ว่าเป็นของเพศหญิง

ลูกครึ่งเมื่อ5หมื่นปีก่อน

ทุกวันนี้ ดีเอ็นเอของเดซิโนวานยังคงอยู่ในมนุษย์บางคนเพราะครั้งหนึ่ง บรรพบุรุษโฮโมเซเปียนส์เคยมีเพศสัมพันธ์กับเดนิโซวานและให้กำเนิดทารก เป็นสิ่งที่เรียกทางพันธุศาสตร์ว่า “การผสม” ซึ่งมองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของมนุษย์โดยการวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรมในปัจจุบันได้

การผสมนี้เกิดขึ้นเมื่อกว่า 50,000 ปีก่อน มนุษย์ยุคใหม่ย้ายจากแอฟริกาและข้ามเส้นทางไปเจอกับมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลและเดนิโซวาน แต่ยากที่จะระบุให้ชัดเจนว่าเกิดขึ้นที่ไหน โดยเฉพาะในกรณีของเดนิโซวาน

ผศ.คาเธอรินา โดวกา นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์โบราณคดี ภาควิชามานุษยวิทยาวิวัฒนาการ มหาวิทยาลัยเวียนนา ประเทศออสเตรีย กล่าวว่าไม่ได้มีส่วนร่วมวิจัยและอยากจะเห็นหลักฐานมากกว่านี้และกว้างกว่านี้ที่ระบุว่าฟันซี่ที่พบเป็นของเดนิโซวานจริง

แม้มีข้อสันนิษฐานที่มากมายที่ผู้เขียนงานวิจัยยืนยันว่าเป็นฟอสซิลของเดนิโซวาน แต่ความจริงแล้ว ไม่อาจรู้ได้เลยว่าฟันกรามซี่เดียวและไม่ได้เก็บรักษาไว้อย่างดีนั้นเป็นของเดนิโซวานหรือไม่ หรือเป็นลูกผสม หรืออาจจะเป็นกลุ่มลิงใหญ่ที่ไม่รู้จัก ฟันอาจเป็นของเดนิโซวานก็ได้ซี่งตนอยากจะให้เป็นเช่นนั้น แต่ต้องหาหลักฐานที่น่าเชื่อถือมากประกอบ

อากาศร้อนเป็นอุปสรรค

โดวกากล่าวว่านักวิจัยนำฟันที่พบในลาวไปศึกษาเทียบเคียงกับขากรรไกรที่พบในเซี่ยเหอ หลายคนคิดว่าเป็นของเดนิโซวาน แต่ยังไม่มีการดึงข้อมูลดีเอ็นเอมาใช้ มีเพียงหลักฐานว่ามีโปรตีนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ดังนั้น คนที่ทำงานเกี่ยวกับกลุ่มลิงใหญ่จึงยังมีปริศนาที่ไขไม่ออกและต้องการเพิ่มจุดในแผนที่ ความยากอยู่ที่การระบุว่าเป็นฟอสซิลของเดนิโซวาน เนื่องจากยังขาดข้อมูลชีวโมเลกุลที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้ง การทำงานในเขตร้อนเต็มไปด้วยความยากลำบาก

ด้านผู้เขียนงานวิจัยกล่าวว่ามีแผนที่จะพยายามสกัดดีเอ็นเอจากฟันและอาจจะได้คำตอบที่ชัดเจนขึ้น แต่การทำงานในสภาพอากาศอบอุ่นทำให้ต้องใช้เวลาและมีแผนขุดค้นต่อ หลังจากสถานการณ์โควิดซาลง ท่ามกลางคยวามหวังว่าจะค้นพบมนุษย์โบราณที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มากขึ้น

ส่วนฟาบริซ เดเมเตอร์ จาก Lundbeck Foundation GeoGenetics Center ในเดนมาร์ก กล่าวว่าในภาพแวดล้อมเช่นนี้ ทำให้เก็บรักษาดีเอ็นเอได้ไม่ดีนัก แต่จะพยายามให้ดีที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...