โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักดาราศาสตร์ไทยร่วมทีมค้นพบ “พัลซาร์แมงมุมแม่ม่ายดำ” ดวงใหม่

SPACEMAN

อัพเดต 25 ก.ย 2568 เวลา 13.21 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2568 เวลา 14.06 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ดร.ติณณ์ ทองมีอาคม และ ดร.อดิพล โพธิ์ศรีสม นักดาราศาสตร์จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ได้ร่วมค้นพบพัลซาร์ชนิดพิเศษที่เรียกว่า "พัลซาร์แมงมุมแม่ม่ายดำ" (black-widow pulsar) ดวงใหม่ โดยพัลซาร์ดวงนี้มีชื่อว่า PSR J1544-2555 มีคาบการหมุนเร็วมากเพียง 2.4 มิลลิวินาที และมีคาบการโคจร 2.7 ชั่วโมง การค้นพบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระดับนานาชาติ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถของนักวิจัยไทยในเวทีโลก

พัลซาร์ คืออะไร? และทำไมถึงเรียกว่า "แมงมุมแม่ม่ายดำ"

พัลซาร์ (pulsar) คือซากดาวที่หลงเหลือจากการที่ดาวฤกษ์มวลมากสิ้นอายุขัยและยุบตัวลงกลายเป็น "ดาวนิวตรอน" (neutron star) ดาวนิวตรอนเหล่านี้จะหมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูงมาก และมีสนามแม่เหล็กที่ทรงพลัง ปล่อยคลื่นวิทยุออกมาเป็นลำแสงคล้ายกับประภาคารที่หมุนได้ เมื่อเราสังเกตการณ์จากโลกด้วยกล้องโทรทรรศน์วิทยุ (radio telescope) เราจะได้รับสัญญาณคลื่นวิทยุเป็นจังหวะ ซึ่งพัลซาร์บางดวงนั้นหมุนเร็วมากจนคาบการหมุนสั้นเพียงระดับมิลลิวินาที เราจึงเรียกว่า "พัลซาร์มิลลิวินาที" (millisecond pulsar; MSP)

สำหรับ "พัลซาร์แมงมุม" (spider pulsar) นั้น เป็นคำที่ใช้อธิบายพัลซาร์ที่อยู่ในระบบดาวคู่ โดยที่พัลซาร์ได้ดูดกลืนหรือเป่ามวลจากดาวคู่ของมันออกไป คล้ายกับพฤติกรรมของแมงมุมแม่ม่ายดำตัวเมียที่กินคู่ของมันเอง นักดาราศาสตร์จึงแบ่งพัลซาร์ประเภทนี้ออกเป็นสองกลุ่มตามมวลของดาวคู่ ได้แก่

  • พัลซาร์แมงมุมแม่ม่ายดำ (black-widow pulsar) มีมวลของดาวคู่น้อยกว่า 10% ของมวลดวงอาทิตย์
  • พัลซาร์แมงมุมหลังแดง (redback pulsar) มีมวลของดาวคู่ตั้งแต่ 10% ถึง 50% ของมวลดวงอาทิตย์

เบื้องหลังการค้นพบครั้งสำคัญ

การค้นพบพัลซาร์ PSR J1544-2555 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ TRAPUM (TRAnsients And Pulsars with MeerKAT) ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของนักดาราศาสตร์นานาชาติเพื่อค้นหาพัลซาร์โดยใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุ MeerKAT กล้องโทรทรรศน์วิทยุนี้ประกอบด้วยจานรับสัญญาณถึง 64 จาน กระจายอยู่กลางทะเลทรายในแอฟริกาใต้

ขั้นตอนการค้นหาเริ่มต้นจากการระบุตำแหน่งของพัลซาร์ที่อาจเป็นไปได้ด้วยรังสีแกมมาจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Fermi ของ NASA จากนั้นสังเกตลักษณะการแปรแสงด้วยอุปกรณ์ ULTRACAM จากกล้อง New Technology ของหอดูดาวท้องฟ้าซีกใต้แห่งยุโรป (ESO) ในประเทศชิลี และขั้นตอนสุดท้ายคือการยืนยันการค้นพบว่าเป็นพัลซาร์จริงด้วยกล้องโทรทรรศน์วิทยุ MeerKAT การค้นพบครั้งนี้จึงตอกย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาดาราศาสตร์แบบหลายความยาวคลื่น ทั้งคลื่นวิทยุ แสงที่ตามองเห็น และรังสีแกมมา

ปัจจุบัน นักดาราศาสตร์ทั่วโลกพบพัลซาร์แมงมุมแม่ม่ายดำเพียงประมาณ 50 ดวงเท่านั้น การค้นพบพัลซาร์ประเภทนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้เราเข้าใจฟิสิกส์พลังงานสูง ระบบดาวคู่ และวิวัฒนาการของพัลซาร์ได้ดียิ่งขึ้น

บทบาทของนักวิจัยไทยและอนาคตของดาราศาสตร์วิทยุในประเทศไทย

การศึกษาวิจัยดาราศาสตร์ในยุคปัจจุบันต้องอาศัยเครื่องมือที่มีความซับซ้อนและความร่วมมือระหว่างประเทศ กล้องโทรทรรศน์วิทยุ MeerKAT ที่ใช้ในการค้นพบนี้เป็นต้นแบบของกล้อง SKA-Mid ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Square Kilometre Array Observatory (SKAO) ที่กำลังจะกลายเป็นหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุที่ใหญ่ที่สุดในโลก

การที่นักวิจัยไทยมีส่วนร่วมในการค้นพบครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของประเทศไทยในเวทีดาราศาสตร์ระดับโลก ปัจจุบัน ประเทศไทยได้มีการพัฒนาด้านดาราศาสตร์วิทยุอย่างต่อเนื่อง เช่น การสร้างหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติขนาด 40 เมตร ที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ และการร่วมมือกับนานาชาติในการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ ซึ่งจะช่วยยกระดับวงการดาราศาสตร์ของไทยและสร้างบุคลากรที่มีความสามารถในอนาคต

ข้อมูลอ้างอิง: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...