GCAP GOLD ชี้ 3 ปัจจัยป่วนสหรัฐฯ หนุนราคาทองคำทะยานต่อ
GCAP GOLD มองราคาทองคำแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาจากนโยบายการค้าทรัมป์ ความปั่นป่วนภายในเฟดและตัวเลขตลาดแรงงานที่ชะลอตัวลง ส่งสัญญาณบวกต่อราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด เปิดเผยว่า 3 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินและราคาทองคำ มีดังนี้
- ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของโดนัลด์ ทรัมป์ : แม้ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ จะตัดสินว่านโยบายภาษีศุลกากรทั่วโลกของทรัมป์นั้นผิดกฎหมายจากการใช้อำนาจเกินขอบเขต แต่ยังคงอนุญาตให้บังคับใช้ชั่วคราวและส่งเรื่องกลับไปพิจารณาใหม่ในศาลชั้นต้น คาดว่าทรัมป์จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุด ส่งผลให้สถานการณ์ยังคงไม่แน่นอน ซึ่งอาจกดดันตลาดหุ้นและค่าเงินดอลลาร์ และเป็นแรงหนุนให้ทองคำได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
- ความปั่นป่วนภายในเฟด : กรณีที่ทรัมป์สั่งปลดกรรมการเฟดอย่างนางลิซา คุก สร้างความกังวลว่าการทำงานของเฟดอาจถูกแทรกแซงทางการเมือง แม้ศาลจะยังไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว แต่ความไม่แน่นอนนี้อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น
- ตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ ชะลอตัว : ตลาดกำลังจับตาการประกาศตัวเลขการจ้างงานเดือนสิงหาคม ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 75,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานอาจเพิ่มขึ้นแตะ 4.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง ซึ่งอาจบีบให้เฟดต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคต และเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ
จากปัจจัยเหล่านี้ ฝ่ายวิจัยของ GCAP GOLD แนะนำกลยุทธ์ "รอย่อตัวเข้าซื้อ" โดยมองแนวรับที่ระดับ $3,445 และ $3,415 โดยมีจุดเฝ้าระวังหากราคาหลุด $3,400 เพราะอาจเป็นสัญญาณการเบรกหลอก ส่วนแนวต้านสำหรับการทำกำไรอยู่ที่ $3,500 และ $3,535 ทั้งนี้ ราคาทองคำไทยอาจอยู่ที่ประมาณ 52,800 - 52,500 บาท และมีโอกาสขยับขึ้นไปใกล้ระดับ 54,000 บาท หากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงจากปัจจัยการเมืองในประเทศ