โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บทเรียนธุรกิจครอบครัว จากมรดก“ท่านผู้หญิงชนัตถ์”สู่ศึกชิงอาณาจักร“ดุสิตธานี"เกมอำนาจที่น่าจับตามอง

Thairath Money

อัพเดต 27 ส.ค. 2568 เวลา 08.56 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 07.11 น.
ภาพไฮไลต์

คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า “ดุสิตธานี” ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อของโรงแรมหรู แต่เป็นสัญลักษณ์ของธุรกิจครอบครัว มรดกทางวัฒนธรรม และความสง่างามแบบไทยที่อยู่คู่สังคมไทยมานานหลายสิบปี อย่างไรก็ตาม วันนี้ อาณาจักรแห่งนี้กำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากทีมผู้บริหาร กล้าตัดสินใจ ทุบโรงแรมเก่าในตำนาน เพื่อสร้างเป็นโปรเจ็กต์ใหม่ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” ในพื้นที่ประวัติศาสตร์เดิม มูลค่า 4.6 หมื่นล้านบาท

เพราะล่าสุด ต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดจากภายใน เมื่อมติบอร์ดของ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT (26 ส.ค.)ได้กลายเป็นข่าวช็อกวงการธุรกิจ หลังจากมีการอนุมัติจัดประชุมใหญ่ ในวันที่ 26 ก.ย. 2568 สำหรับ วาระ ถอดถอน “ชนินทธ์ โทณวณิก” 1 ในทายาทของผู้ก่อตั้ง (ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย) ให้ออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท

รวมไปถึง ขออนุมัติ การเปลี่ยนแปลงอำนาจลงนาม จากเดิมซึ่งประกอบไปด้วย ชนินทธ์ โทณวณิก, สินี เธียรประสิทธิ์ และศุภจี สุธรรมพันธุ์ ร่วมกัน 2 ใน 3 คน เปลี่ยนมาเป็นคณะกรรมการชุดใหม่ ซึ่งประกอบด้วย สินี เธียรประสิทธิ์, กฤษดา กวีญาณ และ ศุภศักดิ์ จิรเสวีนุประพันธ์

อ่านข่าว : ดุสิตธานี เสาหลัก “ท่องเที่ยวไทย” กับเส้นทาง 9 ปี ที่ไม่เคยง่าย ของ“ศุภจี สุธรรมพันธุ์"

ถอดถอนผู้บริหาร “ชนินทธ์ โทณวณิก” ออกจากตำแหน่ง

ซึ่งประเด็นนี้ กลายเป็นภาพขัดแย้งสวนทาง กับเลนส์ภายนอกของ "ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค" ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อเตรียมเปิดประตูสู่บทใหม่แห่งประวัติศาสตร์ แต่โครงสร้างภายในขององค์กรกลับกำลังสั่นคลอนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ก่อให้เกิดคำถาม ว่า การตัดสินใจครั้งนี้ คือ เรื่องของความจำเป็นทางธุรกิจเพื่อไปต่อ หรือเป็นเพียงฉากสุดท้ายของรอยร้าวที่เคยถูกซ่อนไว้ในตำนาน? และอาจจะเป็นอีกบทเรียนสำคัญของธุรกิจครอบครัวในยุคใหม่ที่น่าจับตามอง

ด้าน “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดุสิตธานี ระบุยืนยันว่าขณะนี้ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ อย่างเป็นทางการ แต่การมีวาระสำคัญดังกล่าวจริง อย่าง "พิจารณาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการ" และ "การถอดถอนและแต่งตั้งกรรมการใหม่"

ซึ่งบ่งชี้อย่างชัดเจนว่ากำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในองค์กร โดยเฉพาะเมื่อข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้กล่าวถึงการถอดถอน “ชนินทธ์ โทณวณิก” คำกล่าวของ “ศุภจี” เป็นเหมือนการส่งสัญญาณให้ผู้ถือหุ้นและตลาดเกิดความมั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นจะเป็นไปอย่างราบรื่นและโปร่งใส

โดยเธอย้ำว่าทีมบริหารปัจจุบันยังคงทำงานเต็มที่ และมุ่งมั่นที่จะนำพาบริษัทไปสู่ "Chapter ใหม่" ที่สำคัญ ซึ่งก็คือการรับรู้รายได้และกำไรในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจาก โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ที่เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสานขนาดใหญ่ และเป็นความหวังในการสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้กับบริษัทในอนาคตอันใกล้นี้

ทายาทผู้ก่อตั้ง "ดุสิต" เปิดใจกับสื่อ เดินหน้ารักษาเจตนารมย์

ซึ่งในที่สุด ช่วงสายของวันนี้ (27 ส.ค.)“ชนินทธ์ โทณวณิก” ผู้เปรียบเสมือน "รากแก้ว" ของดุสิตธานี ก็ได้ออกมาแถลงเปิดใจเพื่อคลายข้อสงสัยทั้งหมด และชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ไม่ได้เริ่มต้นจากภายในบริษัท แต่มาจากเรื่องราวภายในครอบครัวหลังการเสียชีวิตของ “ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย”

ซึ่งมีการให้ข้อมูลว่าปัญหาเกิดจาก ที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นใหญ่ ใช้เสียงโหวตเพื่อเปลี่ยนแปลงอำนาจของตนเองในบริษัทมาโดยตลอด ซึ่งท้ายที่สุดปัญหานี้ ได้ลุกลามมาสู่การพยายามถอดถอนเขาจากตำแหน่งกรรมการ อีกทั้งเจ้าตัว ยังมีความกังวลถึงการมีเจตนาที่แท้จริงของกลุ่มคนที่จะเข้ามาควบคุมอำนาจแทนที่ผู้บริหารเดิม

พร้อมย้ำว่า การแถลงการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การต่อสู้เพื่อตำแหน่ง แต่คือการปกป้องเจตนารมณ์ดั้งเดิมขององค์กรจากสิ่งที่เขาเรียกว่า "การพยายามเข้ามายึดกิจการโดยไม่เป็นธรรม"

ซึ่งในมุมมองของ “ชนินทธ์” ถึงการเปลี่ยนแปลงอำนาจในครั้งนี้คือการเปิดทางให้บุคคลที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับ "กลุ่มเซ็นทรัล" เข้ามามีบทบาทในบริษัท และเขาจะไม่ยอมให้สิ่งที่ครอบครัวสร้างมาตกไปอยู่ในมือของคนอื่นอย่างง่ายดาย

ส่วนประเด็น ข้อกล่าวหาว่า บริษัทขาดทุนต่อเนื่องและมีหนี้สินสูงนั้น ไม่ได้สะท้อนความจริงทั้งหมด “ชนินทธ์” ชี้ว่า การขาดทุนส่วนใหญ่เกิดจากภาระดอกเบี้ยของโครงการใหญ่ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” มูลค่า 46,000 ล้านบาท การลงทุนในโครงการต่างๆ ก่อนที่จะเกิดโควิด และความพยายามในการประคับประคองกิจการในช่วงโควิด

โดยที่เราไม่เคยเพิ่มทุนแม้แต่น้อย ไม่เคยที่จะผลักภาระต่างๆ ไปยังผู้ถือหุ้น แต่พยายามอย่างมากที่จะดูแล ประคับประคองกิจการ ดังนั้น นี่ไม่ใช่การล้มเหลวทางธุรกิจ แต่เป็นรากฐานในการสร้างธุรกิจให้เติบโตต่อไป

“ ผมไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง แต่ผมเห็นว่าสิ่งที่น่าห่วงคือ การที่คนที่มีประวัติด่างพร้อย หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน เข้ามานั่งเป็นกรรมการของดุสิตธานี นั่นคืออันตรายต่ออนาคตของบริษัทและผู้ถือหุ้นทั้งหมด ผมเพียงปกป้องความถูกต้อง”

" ในความเห็นผม ความเสี่ยงคือ ทิศทางบริษัทอาจจะไม่เป็นอิสระ และอาจเสียเอกลักษณ์ที่เราสร้างมากว่า 76 ปี ผมเชื่อว่าดุสิตธานีควรเป็นแบรนด์ไทยที่ขับเคลื่อนด้วยเจตนารมณ์ดั้งเดิม"

ทั้งนี้ ปัจจุบัน บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) มีสินทรัพย์รวม 38,218 ล้านบาท โดยงบการเงิน ปี 2567 มีรายได้รวมอยู่ที่ 11,077 ล้านบาท เป็นเจ้าของธุรกิจกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ท ,กลุ่มการศึกษาด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยว ,พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ,กลุ่มอาหาร และ บริการอื่น ๆ

ประชุมผู้ถือหุ้น DUSIT 26 กันยายน วันชี้ชะตา

เมื่อความขัดแย้งถูกเปิดเผยอย่างชัดเจนและมีตัวละครเพิ่มขึ้นจากทั้งฝั่งบริษัทและทายาทผู้ก่อตั้ง ทำให้เรื่องราวของดุสิตธานีกลายเป็นอีกหนึ่ง "คดีประวัติศาสตร์" ที่น่าติดตาม และไม่ได้มีแค่เรื่องธุรกิจ แต่เป็นเรื่องของอำนาจและวิสัยทัศน์ที่ปะทะกันอย่างดุเดือด สิ่งที่เราต้องจับตามองจากนี้ไปคือ

1. การเผชิญหน้าในที่ประชุมผู้ถือหุ้น : ศึกตัดสินอำนาจ

การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 26 กันยายน 2568 จะเป็นจุดชี้ชะตาที่สำคัญที่สุด เพราะนี่คือเวทีที่ผู้ถือหุ้นจะลงคะแนนเสียงตัดสินอนาคตขององค์กร

  • ฝ่ายไหนจะเป็นผู้ชนะ? คำถามสำคัญคือกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยจะโหวตไปในทิศทางใด? พวกเขาจะเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของทีมผู้บริหารปัจจุบันที่พร้อมพาบริษัทไปสู่ "Chapter ใหม่" และรับรู้กำไรก้อนโตจากโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค หรือจะเห็นด้วยกับ “ชนินทธ์” ที่ออกมาปกป้องกิจการจากสิ่งที่เขาเรียกว่า "การเข้ามายึดอำนาจ"?
  • อำนาจการโหวตที่ซ่อนอยู่: ต้องจับตาดูว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งนี้จะมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจอย่างไร และมีกลุ่มทุนอื่นใดอีกหรือไม่ที่อาจจะเข้ามามีส่วนร่วมในการลงคะแนนเสียงครั้งนี้

2. ปมข้อกล่าวหา "ยึดกิจการ" และ "กลุ่มเซ็นทรัล"

การเปิดประเด็นเรื่องการเข้ามาของบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนอื่น ทำให้ความขัดแย้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องภายในครอบครัวอีกต่อไป และถ้าใช่ อะไรคือ แรงจูงใจที่แท้จริง

ความโปร่งใสของธรรมาภิบาล หากอ้างอิงจากคำกล่าวของ “ชนินทธ์” ที่ว่าเป็นการเข้ามายึดกิจการโดยไม่เป็นธรรม จะกลายเป็นประเด็นร้อนที่ท้าทายหลักธรรมาภิบาลของบริษัทและตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าจะมีการตรวจสอบและสร้างความชัดเจนในเรื่องนี้อย่างไร เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจในความโปร่งใสขององค์กร

3. อนาคตของแบรนด์ "ดุสิตธานี" และการเปลี่ยนผ่านที่สมบูรณ์แบบ

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร องค์กรที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ "ดุสิตธานี"

  • การเปลี่ยนผ่านที่ไร้รอยต่อ ทีมผู้บริหารชุดใหม่จะสามารถนำพาบริษัทไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่นหรือไม่? และจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า ลูกค้า และพนักงานได้อย่างไรในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้
  • ความสมดุลระหว่าง "กำไร" และ "คุณค่า" ดุสิตธานีจะยังคงรักษาจิตวิญญาณของแบรนด์ที่เน้นการบริการแบบไทยและคุณค่าทางวัฒนธรรมไว้ได้หรือไม่ ในยุคที่ต้องให้ความสำคัญกับตัวเลขทางการเงินและผลกำไรมากขึ้น?

จึงอาจกล่าวได้ว่า การปะทะกันของทั้งสองฝ่ายไม่ได้เป็นแค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นภาพสะท้อนของธุรกิจครอบครัวไทยที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งเป็นการวัดใจผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดว่า สุดท้ายแล้วจะเลือกเดินไปบนเส้นทางไหน และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร นี่จะเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของธุรกิจครอบครัวไทย ที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน

ล่าสุด เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ออกหนังสือชี้แจง กรณีข่าวการถือหุ้นในดุสิตธานี โดย CPN ยืนยันว่าการร่วมลงทุนกับดุสิตธานีเป็นไปอย่างโปร่งใส ตั้งแต่ปี 2560 ในโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค มูลค่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบัน CPN ถือหุ้นในดุสิตธานี 17.09% แต่ไม่มีอำนาจควบคุมกิจการ เพียงเข้าร่วมในฐานะผู้ลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจเท่านั้น

การเสนอชื่อผู้แทนเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ เป็นไปตามสิทธิ์ตามสัดส่วนการถือหุ้น เพื่อช่วยสนับสนุนการดำเนินงาน ไม่ใช่เพื่อครอบงำการบริหาร ทั้งนี้ CPN ย้ำว่า ยึดหลักธรรมาภิบาล ให้ความสำคัญกับการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นใหญ่ของดุสิตธานีแต่อย่างใด

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บทเรียนธุรกิจครอบครัว จากมรดก“ท่านผู้หญิงชนัตถ์”สู่ศึกชิงอาณาจักร“ดุสิตธานี"เกมอำนาจที่น่าจับตามอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...