โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิโรจน์ เผย!! กรณีนายสิบมีอาการซึมเศร้า ถูกส่งกลับ และปลดออกจากราชการ

TOJO NEWS

อัพเดต 11 ต.ค. 2568 เวลา 21.36 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2568 เวลา 14.40 น. • Admin_Tojo

วิโรจน์ เผย กมธ.ทหารลุยตรวจสอบข้อเท็จจริง เตรียมเชิญ พล.ม.2 รอ. เข้าชี้แจง หลังพบเคสปลดนายสิบที่มีอาการซึมเศร้าออกจากราชการ

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

[ กมธ.ทหาร ตามสอบ โอนย้ายนายสิบที่มีอาการซึมเศร้าไปเป็นทหารมหาดเล็กได้อย่างไร พอถูกตรวจพบ แทนที่ต้นสังกัดจะรับผิดชอบ กลับปลดนายสิบออก? ]

คณะกรรมาธิการทหาร (กมธ.ทหาร) ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก สิบเอกปณิธาน พิลาภ และ สิบเอกปุณณวิชญ์ ปิยะลังกา ทหารในสังกัด กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ฯ (พล.ม.2 รอ.) โดยทั้งสองนายได้ร้องเรียนว่า ตนถูกปลดออกจากราชการโดยไม่เป็นธรรม

นายทหารทั้งสองระบุว่า ได้รับคำสั่งให้ปรับย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ.904) กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาะระองค์ (กบช.ทม.รอ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมีภารกิจในการถวายความปลอดภัยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งทั้งสองนายรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมากที่ได้รับมอบหมายภารกิจดังกล่าว

ต่อมา พล.ม.2 รอ. ได้ส่งตัวนายทหารทั้งสองไปตรวจสุขภาพตามระเบียบ ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 และแพทย์ได้ลงความเห็นว่า ทั้งสองนายมีอาการของโรคซึมเศร้า และได้นัดติดตามอาการรักษาต่อไป

นายทหารทั้งสองแจ้งว่า ตนเพิ่งทราบในวันตรวจสุขภาพว่าตนมีอาการของโรคซึมเศร้า แต่ยังคงเต็มใจและพร้อมที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ที่ กบช.ทม.รอ. ตามคำสั่ง โดยได้เข้ารับการฝึกยกระดับพื้นฐานที่ โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (รร.ทม.รอ.) อย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม ภายหลังทั้งสองนายได้ถูกผู้บังคับบัญชาที่ รร.ทม.รอ. เรียกตัวไปสอบถามข้อเท็จจริง ทั้งสองจึงได้แจ้งต่อผู้บังคับบัญชาว่า แพทย์ได้วินิจฉัยว่าตนมีอาการของโรคซึมเศร้า โดยมิได้ปฏิเสธการฝึก หรือการปรับย้าย และทั้งสองยังได้ยืนยันกับผู้บังคับบัญชาว่า จะปฏิบัติหน้าที่ที่ กบช.ทม.รอ. อย่างเต็มที่ต่อไป โดยจะเข้ารับการรักษาตามที่แพทย์นัดอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ปัญหาสุขภาพใจของตนส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่

ต่อมาผู้บังคับบัญชา กบช.ทม.รอ. ได้แจ้งว่า จะขอเปลี่ยนตัวทั้งสองนายกลับไปยังหน่วยเดิม เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ที่ กบช.ทม.รอ. เป็นภารกิจถวายการอารักขาที่ต้องการผู้มีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่ง กมธ.ทหาร เห็นด้วยกับการตัดสินใจของ กบช.ทม.รอ. เพราะภารกิจถวายความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเกิดความบกพร่องได้ ซึ่ง กมธ.ทหาร เห็นด้วยกับการตัดสินใจของ กบช.ทม.รอ. อย่างยิ่ง แต่ได้ตั้งข้อสังเกตต่อ พล.ม.2.รอ. ต้นสังกัดเดิมของนายทหารทั้ง 2 นายว่า ในเมื่อทราบว่านายทหารทั้ง 2 นายมีข้อจำกัดด้านสุขภาพใจตั้งแต่แรก เหตุใดจึงยังโอนย้ายทั้ง 2 นาย ให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

สิบเอกปณิธาน และสิบเอกปุณณวิชญ์ จึงถูกส่งตัวกลับตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา โดยทั้งสองยืนยันต่อ กมธ.ทหารว่า ไม่เคยประสงค์ที่จะขอกลับหน่วยเดิม เลย

ภายหลัง ทั้งสองนายกลับถูกกล่าวหาว่า ปฏิเสธการฝึก และการคัดเลือกเข้ารับราชการใน กบช.ทม.รอ. และถูกปลดออกจากราชการในข้อหา “ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง” ซึ่งทั้งสองนายยืนยันว่าไม่เป็นความจริง แม้จะได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมถึง ผู้บัญชาการทหารบก แล้ว ก็ยังได้รับการยืนยันคำสั่งปลดออกเช่นเดิม

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา กมธ.ทหารได้เชิญผู้แทนจาก พล.ม.2 รอ. ซึ่งเป็นอดีตต้นสังกัดของนายทหารทั้งสอง มาชี้แจงข้อเท็จจริง แต่พอถึงวันนัดหมาช พล.ม.2 รอ. กลับไม่ได้มาชี้แจงต่อ กมธ.ทหาร

กมธ.ทหารเห็นว่า หากคำให้การของสิบเอกทั้งสองเป็นความจริง ย่อมมีข้อกังวลอย่างน้อย 2 ประเด็น ได้แก่

1.พล.ม.2 รอ. ย่อมทราบดีว่าการปฏิบัติหน้าที่ที่ กบช.ทม.รอ. เป็นภารกิจถวายความปลอดภัยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งต้องการความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เหตุใดจึงยังอนุมัติให้สิบเอกปณิธาน และสิบเอกปุณณวิชญ์โอนย้าย ทั้งที่ทราบว่า ทั้งสองนายมีอาการของโรคซึมเศร้า แม้จะยังไม่สามารถระบุระดับความรุนแรงได้ก็ตาม แต่ถ้าหาก กบช.ทม.รอ. ไม่ได้คัดกรองซ้ำ และปล่อยให้ทั้งสองนายเข้าปฏิบัติหน้าที่จนเกิดความบกพร่องขึ้น พล.ม.2 รอ. จะรับผิดชอบอย่างไร การปรับย้ายคนที่หน่วยงานทราบในเบื้องต้นแล้วว่า มีข้อจำกัดด้านสุขภาพใจ แม้แต่เพียงเล็กน้อย ให้มาทำหน้าที่อารักขาสถาบันพระมหากษัตริย์ นั้นจะถือเป็นความจงรักภักดี ได้อย่างไร

2.หากเป็นจริงว่าสิบเอกปณิธาน และสิบเอกปุณณวิชญ์ ทั้งสองนายไม่เคยปฏิเสธคำสั่ง ไม่เคยขอย้ายกลับ และปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดทุกประการ พล.ม.2 รอ. จำเป็นต้องชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจนว่า เหตุใดจึงต้องปลดนายทหารทั้งสองออกจากราชการ

ในระหว่างที่ กมธ.ทหาร สอบข้อเท็จจริงนายทหารทั้ง 2 นาย คุณแม่ของ สิบเอกปุณณวิชญ์ ซึ่งระบุว่าตนกำลังป่วยด้วยโรคมะเร็ง ถึงกับร้องไห้ พร้อมกับระบายความทุกข์ในใจแก่ กมธ.ทหารว่า ตนไม่สามารถรับกับข้อกล่าวหาที่ระบุว่าลูกของตนประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงได้ เพราะในฐานะแม่ยืนยันได้ว่าสิบเอกปุณณวิชญ์ มีความเต็มใจในการปฏิบัติหน้าที่ทุกอย่างตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และรู้สึกภาคภูมิใจในการที่ได้ถูกปรับย้ายไปทำหน้าที่ถวายความปลอดภัยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ คุณแม่จึงคิดว่าข้อกล่าวหาว่าลูกชายของตนละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่ และประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เป็นข้อกล่าวหาที่ตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิง และเป็นการป้ายสีมลทิน ที่ไม่สามารถยอมรับได้

ทั้งนี้ กมธ.ทหารจะเชิญ พล.ม.2 รอ. มาชี้แจงอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบหลักฐานจากฝั่ง พล.ม.2.รอ. และจะรวบรวมข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายอย่างรอบคอบรอบด้าน และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างประณีตที่สุด หากพบความอยุติธรรมหรือการประพฤติมิชอบ จะสรุปข้อเท็จจริง และจัดส่งให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาไต่สวนและชี้มูลความผิด พร้อมจัดส่งข้อมูลให้ สิบเอกปณิธาน และสิบเอกปุณณวิชญ์ เพื่อใช้ประกอบการฟ้องศาลปกครอง และถวายฎีกาเพื่อขอความเป็นธรรมต่อไป

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...