โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“หมิว สิริลภัส” ร่ายยาวชี้แจงโดนพาดพิงบลูลี่งานแต่งเพื่อน

INN News

อัพเดต 08 ก.ย 2568 เวลา 17.34 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2568 เวลา 10.34 น. • INN News

นักแสดงสาว “หมิว สิริลภัส” ร่ายยาวชี้แจงโดนพาดพิงบลูลี่งานแต่งเพื่อน ลั่นสิ่งไหนที่ทำผิด ขอโทษจากใจ

เรียกว่ามีดราม่าไม่พักเลยสำหรับ นักแดงสาว “หมิว สิริลภัส” ที่ก่อนหน้านี้ถูกพิธีกรชื่อดัง “แขก คำผกา” บูลลี่เรื่องที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจนต้องออกมาฟาดกลับ

ล่าสุดมีเรื่องอีกแล้ว เมื่อทางด้าน “เพจดัง” ออกมาแฉพฤติกรรมเจ้าตัวว่า บูลลี่คนเก่งมาก งานนี้ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์สนั่นเต็มออนไลน์

จึงทำให้สาว “หมิว” ต้องรีบออกมาชี้แจง โดยการแคปหลักฐาน พร้อมชี้แจงไทม์ไลน์ระเอียดว่า “ ขอสรุป timeline เกี่ยวกับเหตุการณ์งานแต่งงานของอดีตเพื่อนหมิวนะ จะแนบแชททั้งหมด เพื่อให้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ประเด็นแต่งงาน

⁃ วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 : คนนี้ได้มาแจ้งในกลุ่มว่าถ้าเขาแต่งงาน พวกหมิวจะไปกันไหม

⁃ แน่นอนเพื่อนๆดีใจ และเซอร์ไพรส์มากเพราะตลอดเวลาที่คบกันมา ตั้งแต่ปี 1 คนคนนี้ไม่เคยบอกเพื่อนว่าตัวเองมีแฟน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องส่วนตัว เราไม่ก้าวล่วงกันอยู่แล้ว แต่ก็มีการมาปรึกษากันตลอด หลังเรียนจบเวลานัดเจอ คุยกัน ก็จะมีประเด็นนี้ขึ้นมาเสมอ

⁃ ทุกคนเตรียมล็อควัน ลงปฏิทิน ถามก่อนเลยว่ามีอะไรให้ช่วยไหม จะได้ไปเตรียมตัวเผื่อมีอะไรให้ช่วย

⁃ คนนี้บอกว่าไม่ต้องเพราะเป็นฝ่ายเจ้าบ่าวที่รับผิดชอบงาน ถ้าอ่านจากแชท น่าจะเห็นได้ว่า ทุกคนดีใจ และ ตื่นเต้นมากๆ ในฐานะเพื่อนที่คบกันมา 20 ปี ผ่านอะไรมาด้วยกันก็เยอะ

⁃ ความตั้งใจของคนคนนี้คือ แต่ง 11 ส.ค. แต่จะบอกเพื่อนวันที่ 10 ส.ค. แต่โดนเพื่อนอีกคนบอกก่อนว่าไม่ควร

⁃ ถ้าหากว่าดูวันที่ จะเห็นได้เลยว่า เพื่อนที่ไป พยายามถามความคืบหน้าเองตลอด ว่าจองห้องหรือยัง ไปกันยังไง ไปกันวันไหน

⁃ เพื่อนคนนึงถามว่า มีผู้หลักผู้ใหญ่มาไหม เพราะคนนี้ก็เป็นคนมีหน้ามีตาในจังหวัด คนนี้บอกว่างานเล็กๆ มี สส สท กำนัน

⁃ หมิวก็คิดแล้วว่าต้องแต่งตัวยังไง งานสเกลขนาดไหน ถ้าแต่งเยอะไปจะโดนด่ามั้ยว่าแต่งตัวเว่อร์เกินงาน เพราะหมิวให้ความสำคัญกับงานแต่งงานที่หมิวไปทุกงาน ว่าธีมสีอะไร มีอาฟเตอร์ไหม เพราะจะได้เอาชุดไปเปลี่ยน ชุดที่ใส่ออกงานจะได้ไม่ต้องเลอะเทอะ การแต่งตัวไปงานคือการให้เกียรติเจ้าของงาน หมิวเตรียมเดรสสั้นสีส้มอิฐไป และ เตรียมเบลเซอร์กับยีนส์ไปอีก 1 เพราะเผื่อไปดูหน้างานก่อนว่าควรแต่งแบบไหน

⁃ วันที่ 6 สิงหาคม เพื่อนทักถาม เพราะไม่รู้กำหนดการของงานเลย สิ่งที่ได้รับคำตอบกลับมาคือ “พิธีพระ 7.30 มากินก็ 10 โมงมั้ง”

⁃ มั้ง ? คือสรุปว่าจะยังไง ให้ไป 7.30 หรือจะให้ไป 10.00 วันที่กินข้าวที่ตั๊กบ้านโตน ก็เลยต้องถามกันให้เคลียร์ว่าต้องยังไง มีอะไรในงานให้ช่วยมั้ย

⁃ ที่ต้องถามเพราะเพื่อความชัดเจน เพื่อนหมิวแต่งงานครั้งเดียว เราก็อยากให้เพื่อนมีวันที่ดี หน้างานก็ไม่อยากให้มาเจอปัญหาอะไร อันนี้ก็ยอมรับผิดค่ะที่คิดแทนมากไปหน่อย เพราะไปงานแต่งเพื่อนบางคนที่มีการจัดการหน้างานไม่ดี เพื่อนที่เป็นเจ้าสาวก็เครียด ทั้งๆที่เป็นวันที่เขาควรจะมีความสุขที่สุด

⁃ เข้าใจว่าเพื่อนไม่ได้จัดงานเอง เพราะก็มีการบอกกันในกลุ่ม ว่าไม่ได้อยากแต่ง ไปเห็นงานแล้วอย่าขำ เพราะตัวเองขำนำไปก่อนแล้ว ในวงกินข้าวก็คุยกันสนุกสนาน ไม่ได้มีบรรยากาศตึงอะไรเลย

ประเด็นที่บอกว่าหมิว bully เจ้าบ่าว จะมาเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านั้นบทสนทนามันเป็นยังไง

⁃ วันที่นั่งกินข้าว เราก็ถามว่าไหนเล่าหน่อยว่ามันยังไง ไปเจอกับเจ้าบ่าวได้ยังไง ประทับใจอะไรในตัวเขา บลาๆ คนนี้ก็บอกว่า เขาทำให้หมดทุกอย่าง งานบ้าน อะไรก็ทำให้ หมิวก็บอกว่า มึงต้องทำบ้าง ไม่งั้นมึงไม่คิดอะไรไม่ใช้สมอง มึงสมองตายนะ กล้ามเนื้อตายนะ คือเป็นการพูดกันแบบที่พูดกันมาตั้งแต่คบกันตั้งแต่มหาลัย หมิวคิดน้อยไปหน่อยว่าสุดท้ายเวลากลับมาเจอกันเมื่อไหร่เราก็ยังคุยกันได้แบบภาษาเดิม อันนี้หมิวผิดเองค่ะ

⁃ มีรุ่นพี่ที่มหาลัย ก็บอกว่า คนนี้ไปขอคู่ที่ต่างประเทศ มีการยื่นเรฟว่า อยากได้แฟนแบบสูง 180 หน้าให้เหมือนพระเอกดังท่านหนึ่ง

⁃ หมิวก็บอกว่าขอดูรูปได้มั้ยเพราะยังไม่เคยเห็นหน้าเลย คนคนนี้ยังเป็นคนพูดเองว่า เออ มึงดูไว้ก่อนเลย วันพรุ่งนี้ไปเจอตัวจริงมึงจะได้ไม่ขำ

⁃ พอเปิดรูปมาดู หมิวเลยแซวไปว่า ของที่มึงไหว้ไม่ครบรึป่าว ไม่เป็นไร เพื่อนกูเป็นเศรษฐินีอยู่แล้ว พาผัวไปทุบหน้าได้ (ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้เรื่องกูมึงเป็นปกติอยู่แล้ว คนคนนั้นยังบอกเองว่ากูบอกแล้วผัวกูไม่ไป

⁃ หมิวเลยบอกไปว่า ไม่เป็นไรครั้งหน้าไปไหว้ใหม่แล้วไหว้ของให้ครบเผื่อมึงจะโน้มน้าวได้ ทุกคนก็หัวเราะ คนนั้นก็หัวเราะ หลังจากนั้นไม่มีการทักมาบอกว่าไม่โอเคกับสิ่งที่หมิวพูด หมิวจึงไม่รู้ว่าเขาโกรธ พอรู้ว่าเขาไม่โอเค ก็ขอโทษในแชทไปเพราะรู้สึกไม่ดีจริงๆ

⁃ ในวันที่เห็นการ์ด คือวันก่อนแต่ง เพื่อนทักไปหา ไปขอกำหนดการ สิ่งที่ได้มาคือ กระดาษเขียนมือ และตัวหมิวเอง ไม่ได้อะไรเลย การ์ดไม่มี กำหนดการไม่มี

วันงานแต่ง

⁃ หมิวเจอพี่ชาดาจริง หมิวกับพี่ชาดาไม่เคยมีปัญหาอะไรต่อกัน แกเอ็นดูหมิวเป็นน้องคนนึง เจอที่สภาก็ทักทายกันดี มาเจอที่งานแกยัง งง เลยว่ามาได้ยังไง หมิวก็บอกแกไปว่า หมิวเป็นเพื่อนฝั่งเจ้าสาวค่ะ ฝากดูแลด้วยนะพี่ แกยังบอกเลยว่า ไม่ต้องห่วงนี่บ้านติดกัน ยังคุยเล่นกันปกติ

⁃ ตอนที่พี่ชาดาขึ้นพูด หมิวเดินออกไปที่รถ ก่อนพี่ชาดาขึ้นพูด เพราะหมิวไม่ได้รู้ว่ากำหนดการยังไง และที่เดินออกไปไม่ใช่ว่าหนี แต่ไม่รู้จริงๆ ตอนกลับมาเพื่อนในโต๊ะยังบอกอยู่เลยว่า มึงไปไหนมา พี่ชาดาเขาพูดถึงมึง หมิวยังบอกเลยว่า อ่าวกูไม่รู้ว่าเขาขึ้นพูดตอนที่กูออกไป

⁃ วันงานที่ไปคือ พิธีสงฆ์ตักบาตรพระ รดน้ำ แห่ขันหมาก รับไหว้ หลังจากนั้นก็ไม่รู้

⁃ หลังจากนั้นพี่ชาดายังชวนไปกินก๋วยเตี๋ยวที่บ้านแกอยู่เลย แต่หมิวต้องรีบกลับก่อน เจอกันที่สภาแกยังแซวเลยว่า วันนั้นอุตส่าห์ทำก๋วยเตี๋ยวรอ หมิวก็ยังขอโทษและแซวกันอยู่เลย

หลังงานแต่ง สิ่งที่คุยกันในกลุ่มไลน์

⁃ เพื่อนในกลุ่มรู้สึกไม่พอใจ มีการพิมพ์กันในกลุ่มว่ารู้สึกยังไง กับการที่อย่างน้อยตัวเองไม่ได้จัดงาน เราไม่ได้ว่าอะไร แต่สิ่งที่ควรรับผิดชอบคือการดูแลแขกในฝั่งตัวเอง

⁃ หมิวก็พิมพ์ไปเสริมว่า ไม่ว่าจะยังไง คุณอย่าชุ่ยในการดูแลในแขกฝั่งคุณ เราไม่ได้ต้องการให้คุณมาอยู่กับเราหรือมาแทคแคร์ดูแล แค่ก่อนหน้านั้น กับวันงาน ให้ความชัดเจนพอว่า มากี่โมง ต้องทำอะไร แค่ธีมในงานเพิ่งจะมาบอกก่อนวันแต่ง เพื่อนๆมากันหมดแล้ว ใครจะเตรียมตัวอะไรทัน

⁃ หลังจากนั้นก็ตามรูป ว่าเพื่อนทุกคนรู้สึกยังไง

⁃ ในส่วนนี้ก็อยากให้ทุกคนพิจารณากันเอาเองว่า สิ่งที่เพื่อนในกลุ่มทุกคนได้พูดไป คนคนนั้นเขาตอบกลับอะไรมาบ้าง หรือ รู้สึกอะไรหรือไม่ เพราะเพื่อนในกลุ่มคือ 1 คนที่พูดตรงๆมีอะไรไม่โอเคก็บอกเลย จะได้เคลียร์ให้จบ 2 คนที่เอา fact มาพูดให้ฟัง เผื่อจะได้เข้าใจอะไรมากขึ้น 3 คนที่ไม่เคยว่าอะไรเลย ชิวๆ เอาไงเอากัน แต่ถึงกับออกมาพูดว่า ตอนไปงานกูเคว้ง ไม่รู้จะทำตัวยังไง

คิดว่าเคลียร์กันแล้วจบ

⁃ เมื่อมีเพื่อนคนนึง ออกจากกลุ่มไป หมิวเองยังบอกว่า เออรอให้ทุกอย่างมันเบาลง แล้วค่อยนัดใหม่ คนคนนี้ก็ยังบอกเองว่า เคลียร์แล้ว

⁃ แต่เมื่อวาน พอมีข่าวเรื่องหมิวโดนด่าว่าเป็นซึมเศร้า อยู่ก็มีใครไม่รู้ไปให้ข้อมูลกับเพจนึง โดยเล่าได้แบบละเอียดเหมือนอยู่ในเหตุการณ์

⁃ หมิวส่งไปในกลุ่ม เพราะหมิวเสียใจมาก ไม่คิดว่าเพื่อนที่คบกันมาจะมาทำอะไรแบบนี้ ตอนแรกก็ยังเชื่อว่าเป็นคนอื่นด้วยซ้ำ

⁃ หลังจากนั้นก็ตามภาพค่ะ เขาบอกว่าไม่ใช่เขา แต่แชทที่ออกมา จะเหลือจากใครได้ หลังจากนี้เหตุผลหรืออะไรที่ออกจากปากคนนี้ มันหมดความน่าเชื่อถือสำหรับหมิวไปแล้ว

⁃ วันนี้ที่หมิวเปิดแชททั้งหมดเพราะอยากให้ทุกคนได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ไม่ใช่จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

⁃ สิ่งไหนที่หมิวทำไปแล้วผิด หมิวขอโทษจากใจค่ะ

⁃ แต่สิ่งไหนที่หมิวจะต้องปกป้องตัวเอง หมิวก็ต้องทำ

ปล. แชทนี้ได้รับความยินยอมจากเพื่อนอีก 2 คน แล้ว

ปล.2 การตัดใครซักคนออกจากชีวิตเป็นเรื่องที่เสียใจนะคะ แต่คนที่พร้อมจะแทงข้างหลังคนที่เรียกว่าเพื่อนแบบนี้หมิวไม่เสียใจ

ใครรู้จักหมิวคงรู้ว่ากับเพื่อนหมิวให้ใจขนาดไหน พอมาเจอแบบนี้ก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน

ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ

แชทที่นำมาโพสต์เพื่อเป็นหลักฐานในการให้ข้อมูลที่รอบด้าน ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงหรือทำให้ผู้อื่นเสียหาย

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...