3 บุคคล ผู้ทำผิดต่อพระพุทธเจ้าจนโดน “ธรณีสูบ” มีใครบ้าง เรื่องราวเป็นอย่างไร?
3 บุคคล ผู้ทำผิดต่อพระพุทธเจ้าจนโดนธรณีสูบ มีใครบ้าง เรื่องราวเป็นอย่างไร?
ถ้าพูดถึงบุคคลที่โดน “ธรณีสูบ” เนื่องจากทำผิดอันใหญ่หลวงต่อพระพุทธเจ้า หลายคนอาจนึกถึงเพียงแค่“พระเทวทัต”แต่ความจริงแล้วยังมีอีก 2 คนที่ทำผิดจนเกิดเหตุการณ์นี้เช่นกัน
ขอเล่าถึงบุคคลแรกที่เอ่ยนามไปแล้วอย่าง “พระเทวทัต” ก่อน
พระเทวทัตมีศักดิ์เป็นพระญาติพระพุทธเจ้า หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ได้ประทานอุปสมบทแก่พระเทวทัตด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา เนื่องจากท่านอยากบวชตามพระพุทธเจ้า
แม้พระองค์จะทรงทราบว่าท้ายที่สุดพระเทวทัตจะทำผิดขนานใหญ่ต่อพระองค์ แต่พระองค์ก็ยังมีเมตตา เพราะทรงรู้ว่า หากว่าไม่ทรงบวชให้พระเทวทัต จะยิ่งทำให้พระเทวทัตกระทำผิดหนักขึ้นไปอีก
เหตุที่พระเทวทัตไขว้เขวจากทางธรรม เป็นเพราะว่าต้องการการยอมรับจากพุทธศาสนิกชน อยากเด่นดังกว่าพระภิกษุรูปอื่น ๆ จึงต้องตามหาผู้อุปถัมภ์
ขณะนั้นเองท่านเห็นเจ้าชายอชาตศัตรู (ต่อมาคือ พระเจ้าอชาตศัตรู) พระโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร กษัตริย์แคว้นมคธ กำลังไม่รู้เดียงสา จึงเข้าหา
วันเวลาผ่านไปก็ยุยงให้เจ้าชายปฏิวัติพ่อตัวเอง จับบิดาขังคุก ให้อดข้าวอดน้ำ ส่วนพระเทวทัตก็มีแผนกำจัดพระพุทธเจ้า
พระเทวทัตวางแผนจะสังหารพระพุทธเจ้า 2 ครั้ง ครั้งแรกคือจ้างคนถึง 33 คนให้ไปฆ่า วางแผนทุกอย่างเพื่อไม่ให้เรื่องสาวถึงตนเอง แต่ก็พลาดท่า
ส่วนแผนที่ 2 ท่านกระทำเอง ด้วยการกลิ้งหินลงมาให้ทับพระพุทธองค์ เหตุการณ์นี้โด่งดังมาก แต่อย่างที่ทราบกันดีคือไม่สำเร็จเช่นกัน
จากนั้นก็เกิดเรื่องชุลมุนวุ่นวาย ท้ายที่สุดท่านเทวทัตก็โดนลูกน้องตนเองทำร้าย เพราะโมโห จากนั้นท่านก็ป่วยออด ๆ แอด ๆ มาตลอด
วันหนึ่งท่านเกิดสำนึกผิดเลยขอร้องให้ศิษย์แบกใส่แคร่ไปหาพระพุทธเจ้า จนถึงสระโบกขรณีหน้าพระเชตวัน แต่ละคนก็พากันไปล้างมือ-เท้า ส่วนท่านเทวทัตก็เอาเท้าหย่อนลงพื้น ทว่าก็เกิดแผ่นดินแยกออกเป็นช่องโหว่ ร่างของพระเทวทัตก็หายไปภายในพริบตา
นี่คือเรื่องราวของพระเทวทัต
คนที่ 2 เป็นสตรี นางชื่อ“จิญจมาณวิกา” หรือจิญจา เรื่องเกิดขึ้นเพราะว่าพระพุทธศาสนาได้เข้ามาแทนที่ศาสนาอื่น ๆ ที่แต่เดิมคนในพื้นที่นับถือ (คาดว่าเป็นศาสนานิครนถ์ หรือศาสนาเชน)
พอเกิดเรื่องนี้คนในศาสนาหรือพวกอัญเดียรต่างต้องหาทางออก จึงส่งนางจิญจมาณวิกาไปหาพระพุทธเจ้า หวังทำลายชื่อเสียง
นางเริ่มแผนการด้วยการออกจากเมืองในเวลาค่ำ เมื่อเดินไปสักพัก คนถามว่าไปไหนก็บอกว่าไปอยู่ที่ของนาง พระศาสดาท่านอยู่ที่ไหน ฉันก็อยู่ที่นั่น ทำเอาคนงงไปหมด
ต่อมานางก็เอาไม้มาผูกท้อง เอาผ้าพันไว้ให้เหมือนตั้งครรภ์ แล้วก็ให้มันใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามวันเวลาที่เดินไป
เรื่องนี้บุคคลที่เป็นบัณฑิตต่างไม่เชื่อถือ เนื่องจากมีใจหนักแน่นต่อพุทธศาสนา ทว่าประชาชนบางกลุ่มกลับไขว้เขว ทำให้นางเกิดบาป ทั้งใส่ร้ายป้ายสีให้พระพุทธองค์ รวมถึงทำให้คนอื่นคิดไม่ดีต่อพระพุทธเจ้า
ครั้นสมควรแก่เวลา พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาแก่ประชาชนอยู่ ณ พระเชตวัน นางก็เดินเข้าไปพร้อมกับบอกว่า “เสด็จพี่ ดีแต่เทศน์อยู่นั้นแหละ ภรรยาท้องใกล้คลอดแล้ว ไม่เหลียวแลบ้างเลย”
ถึงอย่างนั้นพระพุทธเจ้าก็ไม่สนพระทัย ทั้งยังแสดงธรรมต่อไป นางโกรธแค้นที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนก็ดิ้นเร่า ทำให้ไม้ที่ติดกับท้องหลุดออกมา (บ้างก็ว่าพระอินทร์ลงทัณฑ์ให้หนูมากัดเชือกให้ขาด)
หลังจากความลับเปิดเผย คนที่นั่งฟังธรรมก็วิ่งไล่นางจนนางต้องหนีตาย วิ่งไปสักพักแผ่นดินก็แยกออกเป็นช่อง และร่างของนางจิญจาก็หายลงไปในช่องอันไกลโพ้น
คนที่ 3 คือบุรุษ นั่นก็คือ “พระเจ้าสุปปพุทธะ” กษัตริย์ปกครองกรุงเทวทหะ แห่งแคว้นโกลิยะ บิดาของพระนางยโสธราหรือพระนางพิมพา พระชายาของเจ้าชายสิทธัตถะ หรือเรียกง่าย ๆ ก็คือพ่อตา
พระเจ้าสุปปพุทธะถูกดินสูบลงไปเพราะว่าเจ้าชายสิทธัตถะออกผนวช แล้วทิ้งพระชายาของตนไป นั่นคือลูกสาว ทำให้นางเป็นม่าย ถือเป็นการดูถูกลูกสาวและตัวพระเจ้าสุปปพุทธะเอง
พระเจ้าสุปปพุทธะทรงเก็บความรู้สึกเคียดแค้นของตนไว้ และยิ่งระเบิดออกมาเมื่อเห็นว่าพระเทวทัต ที่บวชตามพระพุทธเจ้าประสบกับเรื่องราวอันอนาถ ซึ่งมีต้นตอมาจากพระพุทธเจ้า
วันหนึ่งพระพุทธเจ้าจะเสด็จผ่านที่ที่สุปปพุทธะนั่งเสวยน้ำจัณฑ์อยู่ เมื่อมีคนไปทูลว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาแล้ว โปรดให้ทางแก่พระองค์ กษัตริย์พระองค์นี้ก็ทรงไม่ยอม ยังประทับนั่งอยู่เช่นนั้น ทำให้พระพุทธองค์เสด็จกลับในที่สุด
เมื่อเป็นเช่นนั้นพระเจ้าสุปปพุทธะก็ให้คนไปสอดแนมพระพุทธเจ้าว่าตรัสอะไรบ้าง ได้ความว่า “สุปปพุทธะจะถูกแผ่นดินสูบที่เชิงบันไดปราสาทเจ็ดชั้น”
พอทรงทราบเช่นนั้นก็หาทางไม่ให้เกิดขึ้น ทั้งย้ายพระองค์ไปประทับอยู่ปราสาทชั้นบนสุด ตระเตรียมอาหารให้เสวยได้เกิน 7 วัน รวมถึงสั่งให้ปิดประตูทุกชั้น หากพระองค์เผลอเสด็จลง ก็ให้ห้ามไว้
เรื่องนี้แพร่กระจายไปถึงพระอานนท์ จึงทูลให้พระพุทธเจ้าทราบ พระองค์ตรัสว่า“ไม่ว่าท่ามกลางท้องฟ้า ไม่ว่ากลางมหาสมุทร ไม่ว่าซอกเขา ไม่ว่าที่ไหนในโลกที่คนทำชั่วเข้าไปอาศัยอยู่แล้ว จะพ้นจากความตายไปไม่ได้”
พระองค์ตรัสต่อไปว่า“ตถาคตพูดไว้ไม่ผิดดอก เจ้าสุปปพุทธะจะต้องถูกแผ่นดินสูบ ณ เชิงบันไดปราสาทเจ็ดชั้นแน่นอน”
สุดท้ายแล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ เพราะพระเจ้าสุปปพุทธะโดนธรณีสูบที่เชิงบันไดปราสาทเจ็ดชั้นในวันสุดท้ายพอดิบพอดี
ทั้ง 3 บุคคลนี้จึงเป็นบุคคลที่โดนธรณีสูบ เนื่องจากทำผิดต่อพระพุทธเจ้า ซึ่งก็มีอีก 2 คนที่โดนธรณีสูบเช่นกัน แต่กระทำผิดต่อพระอัครสาวกและสาวกของพระพุทธเจ้า นั่นคือ นันทยักษ์และนันทมานพ นั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม :
- การแบ่งพระบรมสารีริกธาตุเป็น 8 ส่วน “พระอัฐิ” พระพุทธเจ้าไปอยู่ไหนบ้าง ?
- “ลุมพินีวัน” สังเวชนียสถาน สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ณ ประเทศเนปาล
- 7 แคว้นที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปแสดงธรรมด้วยพระองค์เอง มีที่ใดบ้าง?
- “งานพระบรมศพของพระพุทธเจ้า” เป็นอย่างไร จัดถึง 6 วัน?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_60643
https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_61598
https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_63513
https://www.matichon.co.th/columnists/news_587624
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 ตุลาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 3 บุคคล ผู้ทำผิดต่อพระพุทธเจ้าจนโดน “ธรณีสูบ” มีใครบ้าง เรื่องราวเป็นอย่างไร?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com