โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Longevity Economy สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และการลงทุน

Finnomena

อัพเดต 23 ก.ย 2568 เวลา 09.25 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2568 เวลา 09.15 น. • Finnomena Funds

รู้จักกับเทรนด์สุขภาพ Longevity พลังทางเศรษฐกิจของประชากรสูงวัย พร้อมโอกาสการลงทุนผ่านบริษัท Health Care ชั้นนำระดับโลก ทั้งฝั่งสหรัฐฯ อย่างกองทุน KKP GHC-A และฝั่งจีนกับกองทุน UCHI

ในโลกยุคปัจจุบันที่การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว “เศรษฐกิจอายุยืน” หรือ Longevity Economy กำลังกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจโลก การเข้าใจและวิเคราะห์ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมศาสตร์หรือสาธารณสุข แต่ยังเป็นโอกาสที่นักลงทุนไม่สามารถมองข้ามได้

Longevity Economy มากกว่า Silver Economy

หลายคนคุ้นเคยกับคำว่า Silver Economy ซึ่งหมายถึงตลาดสำหรับผู้สูงวัย แต่ Longevity Economy คือกรอบเศรษฐกิจที่กว้างกว่านั้นมาก มันไม่ใช่แค่การมองผู้สูงวัยเป็นผู้บริโภค แต่เป็นการปรับมุมมองทางเศรษฐกิจและสังคมให้สอดคล้องกับชีวิตที่ยืนยาวขึ้น โดยให้ความสำคัญกับ Healthspan ช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีและสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างต่อเนื่อง

โลกกำลังเปลี่ยนจากวงจรชีวิต “เรียน-ทำงาน-เกษียณ” ไปสู่ “ชีวิตหลายช่วง” (Multi-Stage Life) ซึ่งผู้คนอาจกลับมาเรียนรู้หรือเปลี่ยนอาชีพหลายครั้งตลอดชีวิต

ความยืดหยุ่นนี้ส่งผลต่อโครงสร้างการเงิน การวางแผนชีวิต และรูปแบบการบริโภค ทำให้เกิดโอกาสลงทุนใหม่ ๆ ในสินทรัพย์และบริการที่ตอบโจทย์ชีวิตยืนยาว

พลังทางเศรษฐกิจของประชากรสูงวัย

Longevity Economy

Source: Ben Franklin Learning Center

ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าประชากรวัย 50 ปีขึ้นไปเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ทรงพลังที่สุด ในปี 2020 กลุ่มนี้สร้างรายได้รวม 45 ล้านล้านดอลลาร์ (1,400 ล้านล้านบาท) หรือประมาณ 34% ของ GDP โลก และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 118 ล้านล้านดอลลาร์ (3,700 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2050 ซึ่งคิดเป็นเกือบ 40% ของ GDP โลก

ประชากรกลุ่มนี้ยังครองการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั่วโลกสูงถึง 50% หรือประมาณ 35 ล้านล้านดอลลาร์ (1,100 ล้านล้านบาท) ในปี 2020 โดยส่วนใหญ่ใช้จ่ายกับสุขภาพ นันทนาการ การเงิน ที่อยู่อาศัย และการขนส่ง ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มผู้สูงวัยไม่ใช่ภาระทางเศรษฐกิจ แต่เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่นักลงทุนสามารถเข้าถึงได้อย่างตรงจุด

เทรนด์สำคัญในตลาด Longevity สุขภาพและเทคโนโลยีชีวภาพ

Longevity

Source: Market Research Future

ตลาด Longevity ครอบคลุมเทคโนโลยีชีวภาพและเภสัชภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการยืด Healthspan หรือช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีและสามารถสร้างคุณค่าได้ โดยในปี 2024 มีมูลค่าประมาณ 21,290 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเติบโตถึง 63,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2035

นวัตกรรมที่น่าจับตามอง ได้แก่ Senolytics (ยากำจัดเซลล์ชรา) เวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม (Rehabilitation Medicine) และ AI ทางการแพทย์เชิงป้องกัน (Preventive & Personalized Medicine)

Wellness และไลฟ์สไตล์สูงวัย

ผู้สูงวัยในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต(Wellness) และมีเวลาว่างมากขึ้น ทำให้ธุรกิจที่ตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ท่องเที่ยวระยะยาว และผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพ ตัวอย่างเช่น Estee Lauder แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามระดับโลก ที่เปิดไลน์ผลิตภัณฑ์“Aging Gracefully” และ Nestlé ที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้สูงวัย สะท้อนถึงโอกาสลงทุนในสินค้าและบริการที่ตรงกับช่วงชีวิตและความสนใจด้านสุขภาพ

Age-Tech และ AI สำหรับผู้สูงวัย

ตลาด Age-Tech มีมูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ครอบคลุมตั้งแต่การแพทย์ทางไกล อุปกรณ์สวมใส่ (Wearables) บ้านอัจฉริยะ (Smart Home) ไปจนถึง AI เพื่อการดูแลส่วนบุคคล เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้ช่วยเพียงผู้สูงวัยเท่านั้น แต่ยังเพิ่มคุณค่าให้ผู้ดูแลและครอบครัวด้วย

โอกาสลงทุนผ่านบริษัท Health Care ชั้นนำ

เพื่อให้เข้าใจโอกาสลงทุนในกลุ่ม Health Care อย่างชัดเจน บริษัทต่าง ๆ ถูกจัดแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก พร้อมตัวอย่างเด่นจากสหรัฐฯ และจีน ดังนี้

กองทุน Healthcare

กองทุนแนะนำโดย Finnomena Funds

มีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของ Janus Global Life Sciences Fund ไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่า NAV ซึ่งจะลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสุขภาพ (Healthcare) เน้นบริษัทที่สร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ หรือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการแพทย์ เช่น กลุ่ม Biotechnology

มีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของ Global X China Biotech และ Kraneshares MSCI All China Health Care Index ETF โดยจะลงทุนหุ้น Health Care ของจีนที่โดดเด่นด้านการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพ (Healthcare Innovation)

คำแนะนำหุ้นกลุ่ม Health Care

คำแนะนำหุ้นกลุ่ม Health Care

Source: Bloomberg as of 09/09/2025

ก่อนหน้านี้หุ้นกลุ่ม Health Care ปรับตัวลงจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายของ Trump ที่มีเป้าหมายลดราคายาในสหรัฐฯ ซึ่งตลาดคาดว่าจะกระทบกับรายได้ของหุ้นผู้ผลิตยา แต่ในปัจจุบันเราคาดว่าตลาดได้ price-in ความไม่แน่นอนดังกล่าวไปเยอะแล้ว

ในขณะที่ยา Orforglipron ของ Eli Lilly ที่เพิ่งประกาศผลการทดสอบ Clinical Trial ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้โดยเฉลี่ย 12.4% ถึงแม้ผลทดสอบจะไม่ดีเท่าที่ตลาดคาด แต่ก็เป็นยา GLP-1 ที่มีจุดเด่นเรื่องการผลิตและการบริโภคที่ทำได้ง่ายกว่ายาตัวเก่า ซึ่งคาดว่าจะเป็น flagship ของบริษัทในอนาคต

ภาพรวมดัชนี MSCI World Health Care Index ก่อนหน้านี้ถูกปรับประมาณการกำไรลง แต่ล่าสุดประมาณการกำไรเริ่มทรงตัว และ Valuation อยู่ในระดับเดียวกันกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง ประกอบกับ P/E Ratio ยังอยู่ในระดับที่ถูก เมื่อเทียบกับภาพรวมหุ้น Developed Market

ดังนั้น จึงปรับคำแนะนำหุ้นกลุ่ม Health Care จาก Neutral เป็น Slightly Positive แนะนำ “ทยอยสะสม”

อ้างอิง: Ben Franklin Learning Center, EIN Presswire, AARP, The Gerontechnologist, Market Research Future

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...