โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทองคำแท่ง VS ทองรูปพรรณ: ไขข้อสงสัยที่นักลงทุนต้องรู้

ฮั่วเซ่งเฮง

อัพเดต 19 ส.ค. 2568 เวลา 15.40 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2568 เวลา 09.25 น.

การลงทุนในทองคำเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรักษามูลค่าเงินในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจมีความผันผวน อย่างไรก็ตาม หลายคนที่สนใจเริ่มต้นลงทุนในทองคำมักมีข้อสงสัยว่าควรเลือกลงทุนในทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณดี ? เพราะทองคำทั้งสองประเภทมีคุณลักษณะและข้อดีที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราจึงจะมาช่วยไขข้อข้องใจกับ 5 คำถามยอดฮิตว่าระหว่างทองคําแท่ง vs ทองรูปพรรณ ว่าแบบไหนน่าสนใจ เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจเลือกได้ตรงกับเป้าหมายมากที่สุด

ทองคําแท่ง vs ทองรูปพรรณ ควรเลือกลงทุนอย่างไร

1. ทองคำแท่งและทองรูปพรรณต่างกันอย่างไร ?

ทองคำที่จำหน่ายในตลาดปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทหลัก ๆ ได้แก่ ทองคําแท่งและ ทองรูปพรรณ ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในด้านลักษณะทางกายภาพ การผลิต และจุดประสงค์ในการใช้งาน ดังนี้

  • ทองคำแท่ง

ทองคำแท่งเป็นทองคำในรูปแบบเรียบ ไม่มีลวดลาย หรือรายละเอียดตกแต่งใด ๆ มักผลิตในลักษณะแท่งหรือลิ่ม เพื่อให้สะดวกต่อการเก็บรักษาและซื้อขาย จุดเด่นของทองคำแท่งคือมีค่าความบริสุทธิ์สูง โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 96.5% ซึ่งเป็นมาตรฐานของประเทศไทย หรืออาจสูงถึง 99.99% ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล นอกจากนี้ ทองคำแท่งยังมีน้ำหนักมาตรฐาน เช่น 1 บาท, 5 บาท หรือ 10 บาท ซึ่งทำให้การประเมินมูลค่าง่ายและโปร่งใส

  • ทองรูปพรรณ

ตรงกันข้ามกับทองคำแท่ง ทองรูปพรรณถูกออกแบบมาให้สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ แหวน หรือกำไล โดยมักมีลวดลายหลากหลายตามความนิยมและความประณีตของช่างทอง แม้จะมีค่าความบริสุทธิ์ใกล้เคียงกัน (96.5%) แต่ด้วยกระบวนการผลิตและค่ากำเหน็จ ทำให้ราคาทองรูปพรรณมักสูงกว่าทองแท่งในขณะซื้อ

2. ซื้อทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณแบบไหนดีกว่า ?

คำถามนี้ไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับ “วัตถุประสงค์ของการซื้อ”

  • หาก คุณซื้อเพื่อการลงทุนล้วน ๆ และตั้งใจถือครองในระยะยาว ทองคำแท่งคือทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจาก

  • มีราคาซื้อ-ขายที่ใกล้เคียงกับราคาทองคำตลาดโลก

  • มีค่ากำเหน็จน้อย หรือบางร้านไม่คิดค่ากำเหน็จเลย

  • ง่ายต่อการขายคืนหรือใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

  • แต่หาก คุณต้องการใช้ทองคำเป็นเครื่องประดับ หรือมีจุดประสงค์ในการมอบเป็นของขวัญ ทองรูปพรรณย่อมเหมาะสมกว่า เพราะ

  • มีความสวยงาม และสามารถใช้ในชีวิตประจำวัน

  • มีมูลค่าในเชิงวัฒนธรรมและจิตใจ

  • เหมาะกับการใช้งานเฉพาะบุคคลมากกว่าเป็นเพียงทรัพย์สินลงทุน

โดยสรุปแล้วอาจกล่าวได้ว่า ทองคำแท่งคือ “ทองคำเพื่อการลงทุน” ส่วนทองรูปพรรณคือ “ทองคำเพื่อการใช้งาน”

3. ทองรูปพรรณขายคืนได้ราคาต่ำกว่าทองคำแท่งจริงหรือไม่ ?

คำตอบคือ “ใช่”
โดยทั่วไปแล้ว เวลานำทองคำไปขายคืน ร้านทองจะใช้ “ราคารับซื้อ” เป็นเกณฑ์ ซึ่งมักจะต่ำกว่าราคาขายประมาณ 100–200 บาท/บาททอง หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับตลาดในขณะนั้น
สำหรับทองคำแท่ง ร้านทองมักรับซื้อคืนในราคาที่ใกล้เคียงกับราคาตลาด และหักค่าธรรมเนียมน้อยมากหรือไม่มีเลย
แต่สำหรับทองรูปพรรณ จะมีการหักค่ากำเหน็จ ซึ่งอาจอยู่ในช่วง 200–500 บาทต่อ 1 บาท แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้

  • ความละเอียดของลวดลาย
  • สภาพของทอง (ขีดข่วน บุบ หรือชำรุด)
  • นโยบายของร้านทองแต่ละแห่ง

ด้วยเหตุนี้เอง ในแง่ราคาขายคืนทองคําแท่ง vs ทองรูปพรรณ นักลงทุนจึงมักเลือกทองคำแท่งหากต้องการผลตอบแทนสูงสุดในระยะยาว

4. ทองรูปพรรณมีข้อดีอะไรบ้างเมื่อเทียบกับทองคำแท่ง ?

แม้ในเชิงตัวเลขการลงทุน ทองคำแท่งอาจจะดูได้เปรียบกว่า แต่ทองรูปพรรณก็มีข้อดีที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาในมุมของ “การใช้ประโยชน์ร่วมกับมูลค่า”

  • สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

ทองรูปพรรณไม่เพียงแต่เป็นทรัพย์สิน แต่ยังสามารถสวมใส่เพื่อเสริมบุคลิก หรือใช้ในงานพิธีต่าง ๆ ได้ เช่น งานแต่งงาน หรือวันสำคัญทางศาสนา

  • เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษ

เนื่องจากมีความสวยงามและมีความหมายในเชิงวัฒนธรรม ทำให้ทองรูปพรรณได้รับความนิยมในการมอบให้คนรัก พ่อแม่ หรือบุตรหลานในโอกาสต่าง ๆ เช่น วันเกิด วันรับปริญญา หรือปีใหม่

  • ให้ความรู้สึกของ “ความมั่นคงที่จับต้องได้”

สำหรับบางคน การมีทองรูปพรรณเป็นทางเลือกที่ให้ความมั่นใจมากกว่า เพราะสามารถใช้ได้จริง เห็นมูลค่าจริง ไม่ใช่เพียงตัวเลขในพอร์ตการลงทุน

ควรซื้อทองคําแท่ง vs ทองรูปพรรณ สำหรับการเก็บสะสม

5. การเก็บรักษาทองทั้งสองประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไร ?

วิธีการเก็บรักษาก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หลายคนมองข้าม แต่ส่งผลอย่างมากต่ออายุการใช้งานและมูลค่าของทองคำในระยะยาว

  • ทองคำแท่ง : ทองคำแท่งมีข้อได้เปรียบในเรื่องของความเรียบง่าย ไม่มีลวดลายที่ต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษ วิธีการเก็บรักษาที่เหมาะสมคือ

  • เก็บไว้ในกล่องหรือซองซีลที่ได้จากร้านทอง

  • เก็บไว้ในที่ปลอดภัย เช่น ตู้นิรภัย หรือฝากธนาคารในรูปแบบตู้เซฟ

  • ทองรูปพรรณ : ทองรูปพรรณต้องการการดูแลมากกว่า เนื่องจาก

  • มีลวดลายที่อาจสึกหรอหรือเสียหายได้จากการใช้งานประจำวัน

  • มีโอกาสขีดข่วนหรืองอได้ง่ายกว่าทองแท่ง วิธีดูแลคือ ควรเก็บในกล่องแยกชิ้น ไม่สัมผัสกันโดยตรง และหมั่นทำความสะอาดเป็นระยะ

สำหรับผู้ที่สนใจอยากลงทุนทองคำและอยากซื้อขายทอง 96.5% หรือทองแท้ 99.99% อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะทองคำแท่งหรือทองคำรูปพรรณ แนะนำที่ “ฮั่วเซ่งเฮง” เพราะมากกว่า 75 ปีที่ร้านทองแห่งนี้อยู่คู่เมืองไทย โดยเรากำหนดราคาให้เป็นไปตามประกาศของสมาคมผู้ค้าทองคำ ซึ่งถือเป็นราคากลางที่ร้านทองส่วนใหญ่ใช้ในการอ้างอิง จึงมั่นใจได้ว่าในทุกการลงทุนและเบิกถอนจะเป็นไปตามราคากลางของท้องตลาดอย่างแน่นอน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-112-2222 ได้ตลอดเวลาทำการตั้งแต่วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.30 – 17.00 น.

แหล่งอ้างอิง
1. Gold Bars vs. Gold Jewellery: Which is the Better Buy?. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน จาก https://aubullion.ca/gold-bars-vs-gold-jewellery-which-is-the-better-buy/?srsltid=AfmBOoqWoFFOi9wrekdmcVDYQh0h4epEvXh2ETANTCACYECUXavyM3CQ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...