โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'ฮามาส' ฉะ แผนอพยพคนลงใต้กาซาของอิสราเอล ชี้ ใช้ปกปิดอาชญากรรมโหดร้าย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 18 ส.ค. 2568 เวลา 00.48 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2568 เวลา 07.30 น.

ฮามาส กลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ (17 ส.ค.) ว่า แผนการย้ายถิ่นฐานประชาชนออกจากกาซาซิตี้ของอิสราเอล เป็นคลื่นของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการอพยพครั้งใหม่ต่อประชาชนหลายแสนคนในพื้นที่

ฮามาสระบุว่า เต็นท์และอุปกรณ์พักพิงอื่นๆ ของอิสราเอลที่จะส่งไปยังตอนใต้ของกาซาเป็น “เรื่องหลอกลวงอย่างโจ่งแจ้ง”

ฮามาสระบุในแถลงว่า การส่งมอบเต็นท์ภายใต้หน้ากากของวัตถุประสงค์ด้านมนุษยธรรม เป็นการหลอกลวงอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อ “ปกปิดอาชญากรรมอันโหดร้ายที่กองทัพกำลังจะลงมือ”

ด้านกองทัพอิสราเอลเผย เริ่มส่งมอบเตนท์และอุปกรณ์อื่นๆ ให้ประชาชนในกาซา ตั้งแต่วันอาทิตย์ (17 ส.ค.) ที่ผ่านมา ก่อนอพยพประชาชนจากพื้นที่สู้รบไปยังพื้นที่ตอนใต้ของกาซาเพื่อความปลอดภัย

อิสราเอลกล่าวเมื่อต้นเดือนว่า จะปฏิบัติการรุกคืบครั้งใหม่เพื่อควบคุมทางตอนเหนือของกาซาซิตี้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางตัวเมืองที่ใหญ่ที่สุดของฉนวนกาซา แต่แผนการนี้ได้สร้างความกังวลในระดับนานาชาติเกี่ยวกับชะตากรรมของกาซา ซึ่งเป็นบ้านของประชากรกว่า 2.2 ล้านคน

ทั้งนี้ ตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 ที่ฮามาสบุกโจมตีตอนใต้ของอิสราเอล ส่งผลให้ประชาชนในอิสราเอลเสียชีวิต 1,200 ราย และมีคนถูกจับเป็นตัวประกัน 251 ราย และตอนนี้ฮามาสยังคงควบคุมตัวประกันอยู่ 50 ราย แต่คาดว่าตัวประกันยังมีชีวิตอยู่เพียง 20 ราย

ขณะที่ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในกาซาทำให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตมากกว่า 61,000 คน เกิดวิกฤติอดอยาก ประชากรส่วนใหญ่ต้องผลัดถิ่น และพื้นที่ส่วนใหญ่ในฉนวนกาซาหลายเป็นซากปรักหักพัง

อ้างอิง: Reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...