โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

EV โตต่อเนื่องดันยอดขายรถยนต์ในประเทศโต 4 เดือนติด สวนทางยอดผลิต-ยอดส่งออก

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 17.26 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 10.26 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- ส.อ.ท. เผยยอดผลิตรถยนต์ ก.ค.68 อยู่ที่ 110,616 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 11.39% ขณะที่การส่งออกรถยนต์ตกฮวบเหลือเพียง 72,439 คัน ลดจากปีที่แล้ว 13.27% ขณะที่รถไฟฟ้ายังโต ส่งผลให้ยอดขายในประเทศโตต่อเนื่อง 4 เดือนติดต่อกัน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดผลิตรถยนต์ในเดือน ก.ค. 2568 มีทั้งสิ้น 110,616 คันลดลงจากเดือนมิ.ย. 2568 ที่ 15.06% และลดลงจากเดือน ก.ค. ปี 2567 ที่ 11.39% โดยเฉพาะรถยนต์นั่งที่ใช้น้ำมันลดลง 31.80% เนื่องจากการเลิกเพื่อส่งออกในบางรุ่น

ส่วนรถกระบะยังผลิตลดลงต่อเนื่อง ทั้งการผลิตขายในประเทศ และผลิตเพื่อส่งออกเนื่องจากความไม่แน่นอนในการค้าโลก ส่งผลให้รถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือน ม.ค.-ก.ค. มีทั้งสิ้น 835,331 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.73% ส่วนยอดผลิตเพื่อส่งออก ในเดือน ก.ค. ผลิตได้ 74,100 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 15.35% ส่วนยอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศในเดือน ก.ค. ผลิตได้ 36,516 คัน ลดลง 2.08% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ ม.ค.-ก.ค. ผลิตได้ 286,218 คัน เพิ่มขึ้น 1.37%

ส่วนยอดขายรถยนต์ภายในประเทศในเดือน ก.ค. มีทั้งสิ้น 49,102 คัน เพิ่มขึ้น 5.84% โดยเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 4 เดือน เนื่องจากยอดขายรถยนต์นั่งโดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาเข้าถึงได้มากกว่ารถยนต์ใช้น้ำมัน ขณะที่รถกระบะยังคงขายลดลงต่อเนื่องมากกว่า 30 เดือน เหลือแค่ 11,022 คัน จากความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถกระบะจากหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง และเศรษฐกิจในประเทศที่ยังขยายตัวในอัตราต่ำ 2.8% ในไตรมาส 2 การลงทุนของเอกชนเติบโตแค่ 4.1% สาขาอุตสาหกรรมเติบโตแค่ 1.7% จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนลดลงมาก ทำให้สาขาพักแรมและอาหารเติบโตแค่ 2.1%

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การส่งออก รถยนต์สำเร็จรูป เดือนกรกฎาคม 2568 ส่งออกได้ 72,439 คัน ลดลงจากเดือนที่แล้ว 17.76% และลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2567 ที่ 13.27% จากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งใช้น้ำมันบางรุ่นเพราะจะเปลี่ยนรุ่นรถ รถยนต์นั่งและรถกระบะไฟฟ้ายังส่งออกอีกในเดือนนี้ 167 คัน ปีนี้จึงเป็นปีประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่ส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้า และรถกระบะไฟฟ้าดังที่รัฐบาล และเอกชนร่วมมือกันให้ประเทศไทยเป็นฐานผลิตยานยนต์ใช้น้ำมัน และยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าที่มีนโยบาย และความพร้อมของโครงสร้างแตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน และการเข้มงวดในเรื่องการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยขับเพื่อความปลอดภัยในรถยนต์ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพของรถยนต์ของประเทศคู่ค้า ทำให้การส่งออกรถยนต์เดือนนี้ลดลงในตลาดเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย และอเมริกาเหนือ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถยนต์ยังคงส่งออกเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงหวังว่ารัฐบาลจะเร่งใช้งบประมาณปี 69 เพื่อนกระตุ้นเศรษฐกิจ และกำลังซื้อให้ฟื้นขึ้นมาได้ ส่วนยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือน ก.ค. จดทะเบียนใหม่ 12,124 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 45.51% ส่งผลให้ 7 เดือน มียอดจดทะเบียนใหม่สะสม 81,179 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 35.08%

“ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยในช่วงที่เหลือของปี2568 คาดว่าเหมือนช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา คงไม่ทรุดไปมากกว่านี้ เนื่องจากบอร์ดบีโอไอได้ให้สิทธิประโยชน์ในด้านการลงทุนต่าง ๆ ส่วนที่ กนง.ที่มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงช่วยให้ผู้กู้ลดภาระค่าดอกเบี้ยลง สามารถชำระคืนเงินกู้ได้มากขึ้น หนี้ครัวเรือนจะได้ลดลง และขอบคุณทีมไทยแลนด์ที่เจรจากับทีมงานประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จนได้อัตราภาษี 19% ซึ่งน่าจะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และในประเทศได้มากขึ้น และสร้างงานสร้างรายได้ให้คนไทยมากขึ้น หนี้ครัวเรือนจะได้ลดลงจากการชำระหนี้ ไม่ใช่ลดลงเพราะสถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อซึ่งลดลงมาหลายไตรมาสแล้ว อย่างไรก็ดีแม้อัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯที่เก็บจากสินค้าไทยอยู่ที่ 19% ก็ถือว่าพอสู้กับประเทศคู่แข่งได้ และคาดว่าน่าจะทำให้ส่งออกของไทยและประเทศคู่ค้าดีขึ้น” นายสุรพงษ์ กล่าว. -517-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...