โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SOCIETY: วิจารณ์ยับ! หลังสารคดีดาวโป๊ ‘บอนนี บลู’ ฉายลงช่องเมนสตรีม ผู้ชมส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า “นี่มันหนังโป๊ชัดๆ” ซัดแรงช่องตกต่ำขนาดนี้แล้วหรือ?!

BrandThink

เผยแพร่ 06 ส.ค. 2568 เวลา 11.21 น.

“เหมือนหนังโป๊ชัดๆ” นี่คือเสียงสะท้อนจากผู้ชมจำนวนไม่น้อย หลังจากช่องฟรีทีวีชื่อดังของอังกฤษอย่าง ‘Channel 4’ ออกอากาศสารคดีความยาวหนึ่งชั่วโมงในชื่อ ‘1,000 Men and Me: The Bonnie Blue Story’ เรื่องราวของนักแสดงหนังผู้ใหญ่วัย 26 ปี ที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายกว่า 1,000 คน ภายในเวลาเพียง 12 ชั่วโมง

บอนนี บลู (Bonnie Blue) หรือชื่อจริงว่า เทีย บิลลิงเกอร์ (Tia Billinger) กลายเป็นชื่อที่คนทั้งสหราชอาณาจักรต้องพูดถึงอีกครั้ง เมื่อเธอถูกนำเสนอในรายการสารคดีในฐานะ ‘ผู้หญิงผู้สร้างอาชีพจากเรือนร่างของตนเอง’ แต่ประเด็นที่ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนักหน่วง กลับไม่ใช่แค่จำนวนชายที่เธอร่วมรักด้วย หากแต่เป็นเนื้อหาของสารคดีที่ผู้ชมหลายคนมองว่าโจ่งแจ้งเกินรับได้

ภาพเปลือยเต็มตัว ฉากเพศสัมพันธ์กับชายหลากหลายคน และเบื้องหลังการเตรียมการของเหตุการณ์ที่หลายคนเรียกว่า ‘สุดโต่ง’ ตั้งแต่การซื้อถุงยาง 1,600 ชิ้น

ผ้าคลุมหน้า 50 ชิ้น และเจลหล่อลื่นที่ทำให้ชา ทุกอย่างถูกบันทึกไว้ในสารคดีนี้ทั้งหมด ซึ่ง Channel 4 ยืนยันว่าการนำเสนอภาพเหล่านี้ ‘มีเหตุผลด้านบรรณาธิการและสอดคล้องกับกฎการออกอากาศของ Ofcom’ โดยชี้ว่าเป็นการเล่าเรื่องของอาชีพ

และทำในช่วงเวลาที่ได้รับอนุญาต

พร้อมมีคำเตือนผู้ชมชัดเจน

แต่ถึงอย่างนั้น เสียงบนโลกออนไลน์กลับไม่คลี่คลาย หลายคนถามหาความเหมาะสมว่าเพราะเหตุใดพฤติกรรมเช่นนี้ถึงถูกนำมาเผยแพร่ผ่านสถานีสาธารณะ บางคนถึงกับกล่าวว่า “Channel 4 ตกต่ำถึงขีดสุด” ขณะที่อีกหลายคนตั้งคำถามถึงการที่สารคดีหยิบยกตัวตนของบอนนี่มานำเสนอในฐานะ ‘เฟมินิสต์’ ที่ปลดแอกทางเพศ ทั้งที่ภาพหลายฉากและการกระทำของเธอกลับดู ‘ลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์’ อย่างน่ากังวล

ดร.ชาร์ล็อตต์ พราวด์แมน (Dr. Charlotte Proudman) ทนายความผู้ทำคดีความรุนแรงในครอบครัว ออกมาแสดงความกังวลอย่างหนัก โดยระบุว่าภาษาที่บอนนีใช้ในสารคดี เช่น ถูกมัด ปิดปาก และรัดคอ สะท้อนภาพความรุนแรงทางเพศในชีวิตจริงที่เหยื่อจำนวนมากต้องเผชิญในห้องพิจารณาคดี

ในขณะเดียวกัน แอนนี ไนท์ (Annie Knight) เพื่อนสนิทคนดังชาวออสเตรเลียของบอนนี ซึ่งเคยร่วมถ่ายทำวิดีโอล่อแหลมด้วยกัน ก็ออกมาเปิดใจว่าเธอตัดขาดความสัมพันธ์กับบอนนีแล้ว หลังอีกฝ่ายถูกแบนจาก OnlyFans อีกทั้งบอนนี่เคยออกมาพูดพาดพิงถึงเธอในเชิงลบ รวมถึงใช้ปัญหาสุขภาพของเธอ อย่างการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่เป็นเครื่องมือโจมตีอย่างไม่น่าให้อภัย

ไนท์กล่าวว่าเธอรู้สึกว่าเส้นทางของบอนนีในวงการผู้ใหญ่นั้นเริ่ม ‘ข้ามเส้น’ไปในทางที่อันตราย โดยเฉพาะแนวคิด ‘Petting Zoo’ ที่บอนนีเคยประกาศจัดอีเวนต์ให้ตัวเองถูกมัดไว้ในกล่องแก้วราวกับสัตว์ในสวนสัตว์ เพื่อให้ใครก็ตามที่อายุถึงเกณฑ์สามารถมาสัมผัสเธอได้ แน่นอนว่าแนวคิดนี้ถูกตีกลับอย่างรุนแรง ทั้งจากผู้ชมทั่วไปและ OnlyFans เอง ซึ่งระบุว่าเนื้อหาท้าทายสุดโต่งเช่นนี้ ‘ละเมิดนโยบายการใช้งาน’ ของแพลตฟอร์ม และนำไปสู่การปิดบัญชีของเธอในทันที

แม้ผู้สร้างสารคดีจะตั้งคำถามไว้ชัดเจนว่าบอนนี บลู คือนักล่าทางเพศที่ยิ่งตอกย้ำภาพฝันของชายเป็นใหญ่ หรือเป็นหญิงแกร่งผู้กล้าใช้ร่างกายตัวเองเป็นธุรกิจอย่างมีอำนาจ แต่สำหรับผู้ชมจำนวนมาก คำถามนั้นดูเหมือนไม่เคยได้รับคำตอบเลยจริงๆ

เรื่องราวของบอนนี บลู ไม่เพียงแต่ท้าทายเส้นแบ่งของศีลธรรมและการเซ็นเซอร์ในสื่อกระแสหลัก แต่ยังสะท้อนรอยร้าวที่ชัดเจนในสังคมปัจจุบัน ที่ยังไม่มีข้อสรุปว่าพรมแดนของ ‘สิทธิในร่างกาย’ กับ ‘ความเหมาะสมในที่สาธารณะ’ ควรอยู่ตรงไหนกันแน่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...