โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สั่งจำคุกผู้ต้องหาคดี “อนาจารออนไลน์” ชี้ภัยคุกคามเด็กในโลกดิจิทัลเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด

Manager Online

เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 10.34 น. • MGR Online

MGR Online - "ดีเอสไอ" เผยคำพิพากษาจำคุก ไม่รอลงอาญาผู้ต้องหาคดีอนาจารออนไลน์ เตือนการล่อลวงเด็กให้ถ่ายภาพโป๊เปลือยเป็นความผิด แม้ไม่เคยพบเหยื่อ

วันนี้ (22 ส.ค.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยแพร่คำพิพากษาศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อทย 54/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อทย 390/2568 คดีขบวนการผลิต เผยแพร่ และส่งต่อภาพ/คลิปวิดีโอลามกผ่าน Website และ Telegram เมื่อวันที่ 21 พ.ค.68 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษา ผู้ต้องหาจำนวน 3 ราย ได้แก่ 1 นายธัชพล (จำเลยที่1) ให้การปฏิเสธ ศาลมีคำสั่งให้แยกฟ้องเป็นคดีใหม่

โดยนายธนากรฯ (จำเลยที่ 2) พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ได้มีคำสั่งฟ้องในความผิดฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ฐานชักจูง ยุยง ส่งเสริม ให้เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปี แสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจารเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ศาลได้พิพากษาให้ลงโทษทุกกรรม จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกรวมทั้งสิ้น 1 ปี 12 เดือน และริบของกลางทั้งหมด

นายทรงวุฒิฯ (จำเลยที่ 3) พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ได้มีคำสั่งฟ้องในความผิดฐานยินยอมให้บุคคลอื่น ใช้บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน (บัญชีม้า) ข้อหายินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ศาลได้พิพากษาให้ลงโทษทุกกรรม จำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกรวมทั้งสิ้น 2 เดือน และริบของกลางทั้งหมด

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 27 พ.ย.67 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ นำคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่กองปฏิบัติการพิเศษ ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) และสนธิกำลังร่วมกับลิฟท์อินเตอร์เนชั่นแนล (LIFT INTERNATIONAL) องค์การโอเปอร์เรชั่น อันเดอร์กราวน์ เรลโรด (OUR Rescue) , มูลนิธิไซเอนเทียโปรแกรม (The Scientia Program) และมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย (ThaiHotline) ลงพื้นที่ตามหมายค้นและหมายจับ 4 จุดพร้อมกัน ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี จ.ราชบุรี และ จ.ตรัง เปิดปฏิบัติการจับกุมและตรวจค้นขบวนการผลิต เผยแพร่ และส่งต่อภาพ/คลิปวิดีโอลามกผ่าน Website และ Telegram ผู้ต้องหาทั้งหมด 4 ราย จับกุมตัวได้ 3 ราย ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ระหว่างติดตามให้ได้ตัวต่อไป

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอเตือนว่าการล่อลวงเด็กให้ถ่ายภาพโป๊เปลือย ถือเป็นการ “กระทำอนาจาร” แม้ไม่เคยพบเหยื่อในชีวิตจริง แต่หากกระทำผ่านสื่อออนไลน์ก็มีความผิดและถูกลงโทษตามกฎหมาย อีกทั้งหากมีการรวมกลุ่มหรือสนับสนุนธุรกรรมใดๆ ให้เครือข่ายดังกล่าว ศาลถือว่าเข้าข่าย “องค์กรอาชญากรรม” มีโทษทางกฎหมายทั้งสิ้น จึงขอให้ผู้ปกครอง ครู และสังคมทุกภาคส่วนร่วมกันเฝ้าระวัง และหากพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน DSI 1202 กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ส่วนคดีละเมิดทางเพศเด็ก เพื่อให้เด็กได้รับการคุ้มครองอย่างทันท่วงที

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...