“ยูโร” อ่อนค่า หลังฟิทช์หั่นอันดับเครดิตฝรั่งเศส จับตาธนาคารกลางหลายแห่งประชุมสัปดาห์นี้
"ยูโร" อ่อนค่า หลังฟิทช์ปรับลดอันดับเครดิตฝรั่งเศส อ้างหนี้สาธารณะพุ่งสูง นักลงทุนรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ญี่ปุ่น อังกฤษ และยุโรป ในสัปดาห์นี้ โดยตลาดคาดเฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25%
วันที่ 15 กันยายน 2568 เวลา 16.28 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อวันจันทร์ (15 ก.ย.) เมื่อเทียบกับดอลลาร์ สเตอร์ลิง และเงินเยน หลังจากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือฟิทช์ (Fitch Ratings) ปรับลดอันดับเครดิตของฝรั่งเศสปลายสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักลงทุนหันไปให้ความสนใจกับการตัดสินใจนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายแห่งในสัปดาห์นี้
ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวที่ 1.1725 ดอลลาร์ ลดลงราว 0.2% เมื่อเทียบกับสเตอร์ลิงและเงินเยน ส่วนดัชนีดอลลาร์ที่วัดค่าเงินสหรัฐเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักอยู่ที่ 97.5 ลดลงเล็กน้อย
ฟิทช์ประกาศลดอันดับเครดิตพันธบัตรรัฐบาลของฝรั่งเศส โดยให้เหตุผลว่าหนี้สาธารณะของรัฐบาลมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยูโรโซน สูญเสียอันดับ AA- นักวิเคราะห์ระบุว่าตลาดได้สะท้อนข่าวนี้ไปแล้วก่อนหน้า จึงทำให้ปฏิกิริยาของค่าเงินยูโรค่อนข้างจำกัด
แม้ความกังวลด้านการคลังของฝรั่งเศสอาจกดดันการแข็งค่าของยูโรในระยะสั้น แต่นักวิเคราะห์เห็นว่าไม่น่าจะทำให้ค่าเงินร่วงลงแรง โดยข้อมูลระบุว่าตำแหน่งการถือครองสัญญาซื้อสุทธิ (net long positions) ของเก็งกำไรในยูโรเทียบกับดอลลาร์สหรัฐยังคงสูงต่อเนื่อง อยู่ที่ 18.4 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 8 ก.ย. ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี
ความแข็งแกร่งของยูโรยังได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ขณะที่แนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ลดลง นักวิเคราะห์ MUFG ระบุว่า“ความแตกต่างด้านนโยบายที่กว้างขึ้นระหว่าง ECB และเฟดในช่วงปลายปี จะช่วยหนุนให้คู่เงิน EUR/USD ขยับไปสู่ระดับ 1.2000 แม้ว่าตอนนี้ยังติดกรอบการซื้อขายที่ 1.1500–1.1800”
นักลงทุนกำลังจับตาการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสำคัญ ได้แก่ สหรัฐ ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร แคนาดา และนอร์เวย์ โดยการประชุมเฟดในวันพุธถือเป็นจุดสนใจหลัก ตลาดการเงินคาดการณ์เต็มที่ว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% และมีโอกาส 6% ที่จะลดแรงถึง 0.50% ขณะที่นักลงทุนยังรอฟังการประเมินเศรษฐกิจในแผนภาพ dot plot และสัญญาณจากประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ เกี่ยวกับแนวทางการลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง
แครอล คอง นักกลยุทธ์ค่าเงินจากธนาคาร Commonwealth Bank of Australia กล่าวว่า “เพื่อให้มีผลต่อค่าเงิน พาวเวลล์ต้องส่งสัญญาณผ่อนคลายที่มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยอาจต้องแย้มชัดเจนถึงการลดดอกเบี้ยรอบถัดไป”
ในตลาดเงินปอนด์ สเตอร์ลิงแข็งค่าขึ้น 0.3% แตะ 1.3593 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งที่สุดในรอบ 1 เดือน ส่วนดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.1% เมื่อเทียบกับเงินเยน อยู่ที่ 147.47 เยน โดยทั้งธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ ขณะที่นักวิเคราะห์จับตาแผน BOE ในการชะลอการลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาล และการส่งสัญญาณจาก BOJ ถึงความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยช่วงที่เหลือของปี
สำหรับค่าเงินอื่น ๆ ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับโครนนอร์เวย์และโครนสวีเดน ส่วนเงินหยวนจีนในตลาดในประเทศปรับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 7.1213 หยวนต่อดอลลาร์ แม้ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดชี้ว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกเดือนสิงหาคมเติบโตต่ำสุดนับตั้งแต่ปีก่อน
นอกจากนี้นักลงทุนยังจับตาการเจรจาการค้าระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐและจีน ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นการหารือวันแรกที่กรุงมาดริดเมื่อวันอาทิตย์ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าที่ตึงเครียด และเส้นตายที่ใกล้เข้ามาในการหาข้อยุติสำหรับแอป TikTok ของจีน ท่ามกลางแรงกดดันจากวอชิงตันที่ต้องการให้พันธมิตรเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน เนื่องจากการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย
อ้างอิง : www.reuters.com