กัมพูชายุคปลดแอก เมื่อ “กษัตริย์สีหนุ” ที่ฝรั่งเศสแต่งตั้ง นำเขมรสู่เอกราชเสียเอง!
เส้นทางแห่งเอกราชของกัมพูชา เมื่อ “กษัตริย์สีหนุ” ที่ฝรั่งเศสตั้งใจแต่งตั้งเป็นพระเจ้าแผ่นดินเขมรด้วยเหตุผลทางการเมือง กลับเป็นผู้ผลักดันการเป็นเอกราชเสียเองหลังฝรั่งเศสสูญเสียอำนาจในอินโดจีน
น่าเศร้าที่ตลอดห้วงเวลาที่กัมพูชาเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เจ้าหน้าที่ระดับกลางและสูงล้วนเป็นชาวฝรั่งเศสและเวียดนาม คนเขมรไม่ได้รับการสนับสนุนหรือฝึกฝนให้ขึ้นมาทำหน้าที่ด้านการปกครองประเทศของตนด้วยซ้ำ
แต่แล้วความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นในทศวรรษ 1940 เมื่อปัญญาชนและสถาบันทางสังคมในกัมพูชาตื่นตัวด้านชาตินิยมกันมากขึ้น ความคิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงสังคม และกำจัดความอยุติธรรมจากการปกครองของต่างชาติจึงเบ่งบานอย่างยิ่ง
ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ หนังสือพิมพ์นครวัดที่คัดค้านการครองตำแหน่งของชาวเวียดนามในระบอบปกครองฝรั่งเศส ประณามความไม่จริงจังของฝรั่งเศสในการปฏิรูปการศึกษา และต่อต้านการครอบครองระบบเศรษฐกิจของชาวจีน มียอดพิมพ์สูงถึง 5,000 ฉบับ ถือเป็นการบ่อนเซาะทำลายการปกครองของฝรั่งเศส เอกราชของกัมพูชาจึงเป็นสิ่งที่ปัญญาชนกลุ่มต่าง ๆ ตั้งไว้ร่วมกัน
การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเกิดขึ้นใน ค.ศ. 1940 เมื่อ ปก คุณอดีตข้าราชการในระบบการปกครองของฝรั่งเศส และเป็นเขยบ้านอภัยวงศ์ จัดตั้งกลุ่ม “เขมรอิสระ”ขึ้นที่พระตะบอง เพื่อต่อต้านอำนาจฝรั่งเศสและเรียกร้องเอกราชให้กัมพูชา
หลังจากฝรั่งเศสยอมยกพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณให้ไทยใน ค.ศ. 1941 ปก คุณ ยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระตะบอง (ของไทย) รัฐบาลไทยได้ให้การสนับสนุนทั้งด้านอาวุธ ทุน ฐานที่ตั้ง และอื่น ๆ แก่เขมรอิสระที่ยังคงเคลื่อนไหวในกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง จนกลุ่มนี้กลายเป็นกองกำลังติดอาวุธต่อต้านฝรั่งเศสแบบเต็มตัว
ปฏิเสธไม่ได้ว่าความพ่ายแพ้ต่อเยอรมนีของฝรั่งเศสในปีเดียวกันนั้น ทำให้อำนาจเหนืออาณานิคมอินโดจีน (เวียดนาม กัมพูชา ลาว) ของฝรั่งเศสลดลงอย่างมาก สรรพกำลังทั้งหลายถูกระดมไปแนวหน้าที่จำเป็นและเร่งด่วนกว่า ฝรั่งเศสจึงยอมให้ญี่ปุ่นเข้ามาควบคุมอินโดจีนในห้วงสงครามมหาเอเชียบูรพา (ส่วนหนึ่งของสงครามโลกครั้งที่ 2, ค.ศ. 1939-1945) แต่โดยดี โดยในปี 1941 มีทหารญี่ปุ่นถึง 8,000 นายเข้ามาประจำการในแผ่นดินเขมร
ถึงอย่างนั้นรัฐบาลวิชีแห่งฝรั่งเศส (รัฐหุ่นเชิดนาซีเยอรมัน) ไม่ได้ยอมสละกัมพูชาไปเสียทีเดียว ระบอบการปกครองของพวกเขายังคงอยู่ โดยใช้ “สถาบันกษัตริย์”เป็นเครื่องมือในการธำรงอำนาจเอาไว้
ฝรั่งเศสจึงต้องมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมกษัตริย์เขมรได้
เมื่อสมเด็จพระสีสุวัตถิ์มุนีวงศ์ กษัตริย์กัมพูชาเสด็จสวรรคตในเดือนเมษายน ค.ศ. 1941 แทนที่ราชสมบัติจะตกทอดสู่สายพระโลหิตสายตรงของพระองค์ ฝรั่งเศสได้ใช้โอกาสดังกล่าวส่งบัลลังก์ให้เจ้าชายหนุ่มอีกพระองค์ที่กำลังศึกษาอยู่ในไซ่ง่อน (นครโฮจินมินห์) นั่นคือ “นักองค์ราชวงศ์นโรดมสีหนุ”
กระทั่ง ค.ศ. 1945 กองทัพญี่ปุ่นปลดปล่อยอินโดจีนจากฝรั่งเศสอย่างสมบูรณ์ เอกราชครั้งแรกของกัมพูชาจึงเกิดขึ้นในวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 1945 กัมพูชาประกาศเอกราชโดยการยกเลิกสนธิสัญญาและพันธกรณีทั้งหลายที่มีต่อฝรั่งเศส แล้วทำข้อตกลงความร่วมมือกับญี่ปุ่น ผู้ประกาศในวันนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นสมเด็จพระนโรดมสีหนุนั่นเอง
แต่ “เอกราช” ของกัมพูชายังอยู่ภายในการกำกับของกองทัพญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ช่วงนี้เองที่เขมรเปลี่ยนชื่อประเทศจาก “กัมโบช” (ฝรั่งเศสถ่ายเสียงจากคำว่า กัมโพช) มาเป็น“กัมปูเจีย”คำอ่านออกเสียงในภาษาเขมรของคำว่า กัมพูชาพร้อมกันนั้น ความคิดชาตินิยมและความเคลื่อนไหวทางการเมืองในกัมพูชาก็รุ่งเรืองสุดขีดภายใต้ความยินยอมของญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างสมเด็จพระนโรดมสีหนุกับญี่ปุ่นไม่ได้ราบรื่นนัก จากความสัมพันธ์แต่ดั้งเดิมระหว่างพระองค์กับฝรั่งเศส ขณะเดียวกันญี่ปุ่นก็ต้องการเสียงสนับสนุนจากลุ่มชาตินิยมเขมร จึงสนับสนุน เซิง ง๊อก ทัญ นักชาตินิยมผู้ต่อต้านฝรั่งเศสอย่างเปิดเผย มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ก่อนพรรคพวกของเขาจะรัฐประหารในวันที่ 9-10 สิงหาคม ค.ศ. 1945 และบีบให้ “กษัตริย์สีหนุ” สละราชย์
หลังการรัฐประหาร เซิง ง๊อก ทัญ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาช่วงสั้น ๆ เพราะไม่กี่วันต่อมาญี่ปุ่นก็ยอมแพ้ต่อฝ่ายสัมพันธมิตร ฝรั่งเศสจึงเข้ามาสถาปนาอำนาจในกัมพูชาอีกครั้ง แต่คราวนี้ยอมให้กัมพูชามีรัฐธรรมนูญและสิทธิ์ในการตั้งพรรคการเมืองได้
การเลือกตั้งครั้งแรกในประวัติศาสตร์กัมพูชา จึงเกิดขึ้นใน ค.ศ. 1946 เพื่อหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาถวายคำแนะนำแด่กษัตริย์เกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ
พรรคการเมืองที่เข้าร่วมการเลือกตั้งครั้งนั้นมีอยู่ 3 พรรค ล้วนแต่นำโดยเจ้านายจาก “ราชสกุลสีสุวัตถิ์” และ “ราชสกุลนโรดม”กับแนวนโยบายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่ ฝ่ายที่ต้องการให้กัมพูชาเป็นเอกราชโดยเร็ว ฝ่ายที่ต้องการให้ฝรั่งเศสปกครองกัมพูชาไประยะหนึ่งระหว่างการเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป และฝ่ายอนุรักษนิยมที่น่าจะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มของสมเด็จพระนโรดมสีหนุ
ปรากฏว่าฝ่ายแรกภายใต้การนำของ นักองค์มจะสีสุวัตถิ์ยุทธวงศ์ แห่งราชสกุลสีสุวัตถิ์ ชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น กวาด 50 จาก 67 ที่นั่ง สร้างความไม่พอใจแก่ฝรั่งเศส รวมถึงสมเด็จพระนโรดมสีหนุ ทำให้รัฐบาลใหม่นี้ไม่สามารถผลักดันเรื่องเอกราชได้ เพราะฝรั่งเศสไม่ยอมเจรจาด้วย กระทั่งนักองค์มจะสีสุวัตถิ์ยุทธวงศ์สิ้นพระชนม์ในปี 1947 จากพระโรควัณโรค ขณะมีพระชันษาเพียง 35 ปี ท่ามกลางเสียงเล่าลือว่าฝรั่งเศสมีส่วนในการสิ้นพระชนม์
ในที่สุดฝรั่งเศสก็ยอมทำสนธิสัญญาที่เป็นการปูทางไปสู่เอกราชของกัมพูชาใน ค.ศ. 1949 สมเด็จพระนโรดมสีหนุทรงเรียกสนธิสัญญาฉบับนี้ในเวลาต่อมาว่า “เอกราชห้าสิบเปอร์เซ็นต์”โดยมีคู่เจรจา (ที่ฝรั่งเศสเลือก) คือพระองค์เอง ผลของสนธิสัญญาฉบับดังกล่าว คือ ฝรั่งเศสยอมให้กัมพูชามีอิสระด้านการต่างประเทศ แต่พวกเขาจะยังคงควบคุมด้านการเงิน การคลัง และการทหารต่อไป
3 ปีต่อมา (ค.ศ. 1952) สมเด็จพระนโรดมสีหนุก็ทรงเริ่มดำเนินการทางการเมืองอย่างจริงจัง ทรงสัญญาว่าจะนำเอกราชสมบูรณ์มาสู่กัมพูชาภายใน 3 ปี
การรณรงค์ดังกล่าวเป็นจังหวะเหมาะเจาะอย่างยิ่ง เพราะในปีต่อมา คือเดือนตุลาคม ค.ศ. 1953 การพ่ายแพ้ในสงครามประกาศเอกราชเวียดนาม ทำให้ฝรั่งเศสยอมสละอำนาจในการควบคุมกิจการทางการเงิน การคลัง และการทหารในกัมพูชา เว้นไว้เฉพาะเรื่องทางเศรษฐกิจบางประการเท่านั้น
กระทั่งการประชุมที่เจนีวาเสร็จสิ้นในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1954 กัมพูชาจึงได้เอกราชอย่างสมบูรณ์
แต่สำหรับชาวเขมร เอกราชแห่งชาติกัมพูชาเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม ค.ศ. 1953 แล้ว เพราะเมื่อ “กษัตริย์สีหนุ” เสด็จกลับจากเสียมราฐในเดือนเดียวกันนั้น มีประชาชนนับหมื่นแห่แหนมารอต้อนรับพระองค์ในฐานะ “วีรบุรุษแห่งชาติ-บิดาแห่งเอกราชของกัมพูชา” ทั้งที่อาจไม่รู้ด้วยซ้ำความหมายของเอกราชที่ป่าวประกาศคืออะไร…
อ่านเพิ่มเติม :
- “สมเด็จพระนโรดม สีหนุ” สละราชสมบัติมาเป็นนายกฯ เกิดอะไรในกัมพูชาบ้าง?
- “เจ้าสีหนุ” สร้างปรากฏการณ์ใหม่แก่ราชวงศ์ทั่วโลก ด้วยการสละราชบัลลังก์ให้ “พระราชบิดา”
- “เพลงชาติกัมพูชา” กับการรำลึกอดีตอันยิ่งใหญ่ ทั้ง 4 เวอร์ชันล้วนมีปราสาทหิน-เมืองพระนคร
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ธิบดี บัวคำศรี, ผศ. ดร. (2547).ชุดประวัติศาสตร์สำหรับประชาชน ประวัติศาสตร์กัมพูชา. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 ตุลาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กัมพูชายุคปลดแอก เมื่อ “กษัตริย์สีหนุ” ที่ฝรั่งเศสแต่งตั้ง นำเขมรสู่เอกราชเสียเอง!
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com