โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กัมพูชายุคปลดแอก เมื่อ “กษัตริย์สีหนุ” ที่ฝรั่งเศสแต่งตั้ง นำเขมรสู่เอกราชเสียเอง!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 10 ต.ค. 2568 เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2568 เวลา 09.09 น.
พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ เมื่อครั้งทรงขึ้นครองราชย์ครั้งแรก เมื่อ ค.ศ. 1941-1955 (พ.ศ. 2484-2498) (ภาพ : Wikimedia Commons)

เส้นทางแห่งเอกราชของกัมพูชา เมื่อ “กษัตริย์สีหนุ” ที่ฝรั่งเศสตั้งใจแต่งตั้งเป็นพระเจ้าแผ่นดินเขมรด้วยเหตุผลทางการเมือง กลับเป็นผู้ผลักดันการเป็นเอกราชเสียเองหลังฝรั่งเศสสูญเสียอำนาจในอินโดจีน

น่าเศร้าที่ตลอดห้วงเวลาที่กัมพูชาเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เจ้าหน้าที่ระดับกลางและสูงล้วนเป็นชาวฝรั่งเศสและเวียดนาม คนเขมรไม่ได้รับการสนับสนุนหรือฝึกฝนให้ขึ้นมาทำหน้าที่ด้านการปกครองประเทศของตนด้วยซ้ำ

แต่แล้วความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นในทศวรรษ 1940 เมื่อปัญญาชนและสถาบันทางสังคมในกัมพูชาตื่นตัวด้านชาตินิยมกันมากขึ้น ความคิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงสังคม และกำจัดความอยุติธรรมจากการปกครองของต่างชาติจึงเบ่งบานอย่างยิ่ง

ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ หนังสือพิมพ์นครวัดที่คัดค้านการครองตำแหน่งของชาวเวียดนามในระบอบปกครองฝรั่งเศส ประณามความไม่จริงจังของฝรั่งเศสในการปฏิรูปการศึกษา และต่อต้านการครอบครองระบบเศรษฐกิจของชาวจีน มียอดพิมพ์สูงถึง 5,000 ฉบับ ถือเป็นการบ่อนเซาะทำลายการปกครองของฝรั่งเศส เอกราชของกัมพูชาจึงเป็นสิ่งที่ปัญญาชนกลุ่มต่าง ๆ ตั้งไว้ร่วมกัน

การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเกิดขึ้นใน ค.ศ. 1940 เมื่อ ปก คุณอดีตข้าราชการในระบบการปกครองของฝรั่งเศส และเป็นเขยบ้านอภัยวงศ์ จัดตั้งกลุ่ม “เขมรอิสระ”ขึ้นที่พระตะบอง เพื่อต่อต้านอำนาจฝรั่งเศสและเรียกร้องเอกราชให้กัมพูชา

หลังจากฝรั่งเศสยอมยกพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณให้ไทยใน ค.ศ. 1941 ปก คุณ ยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระตะบอง (ของไทย) รัฐบาลไทยได้ให้การสนับสนุนทั้งด้านอาวุธ ทุน ฐานที่ตั้ง และอื่น ๆ แก่เขมรอิสระที่ยังคงเคลื่อนไหวในกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง จนกลุ่มนี้กลายเป็นกองกำลังติดอาวุธต่อต้านฝรั่งเศสแบบเต็มตัว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความพ่ายแพ้ต่อเยอรมนีของฝรั่งเศสในปีเดียวกันนั้น ทำให้อำนาจเหนืออาณานิคมอินโดจีน (เวียดนาม กัมพูชา ลาว) ของฝรั่งเศสลดลงอย่างมาก สรรพกำลังทั้งหลายถูกระดมไปแนวหน้าที่จำเป็นและเร่งด่วนกว่า ฝรั่งเศสจึงยอมให้ญี่ปุ่นเข้ามาควบคุมอินโดจีนในห้วงสงครามมหาเอเชียบูรพา (ส่วนหนึ่งของสงครามโลกครั้งที่ 2, ค.ศ. 1939-1945) แต่โดยดี โดยในปี 1941 มีทหารญี่ปุ่นถึง 8,000 นายเข้ามาประจำการในแผ่นดินเขมร

ถึงอย่างนั้นรัฐบาลวิชีแห่งฝรั่งเศส (รัฐหุ่นเชิดนาซีเยอรมัน) ไม่ได้ยอมสละกัมพูชาไปเสียทีเดียว ระบอบการปกครองของพวกเขายังคงอยู่ โดยใช้ “สถาบันกษัตริย์”เป็นเครื่องมือในการธำรงอำนาจเอาไว้

ฝรั่งเศสจึงต้องมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมกษัตริย์เขมรได้

เมื่อสมเด็จพระสีสุวัตถิ์มุนีวงศ์ กษัตริย์กัมพูชาเสด็จสวรรคตในเดือนเมษายน ค.ศ. 1941 แทนที่ราชสมบัติจะตกทอดสู่สายพระโลหิตสายตรงของพระองค์ ฝรั่งเศสได้ใช้โอกาสดังกล่าวส่งบัลลังก์ให้เจ้าชายหนุ่มอีกพระองค์ที่กำลังศึกษาอยู่ในไซ่ง่อน (นครโฮจินมินห์) นั่นคือ “นักองค์ราชวงศ์นโรดมสีหนุ”

กระทั่ง ค.ศ. 1945 กองทัพญี่ปุ่นปลดปล่อยอินโดจีนจากฝรั่งเศสอย่างสมบูรณ์ เอกราชครั้งแรกของกัมพูชาจึงเกิดขึ้นในวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 1945 กัมพูชาประกาศเอกราชโดยการยกเลิกสนธิสัญญาและพันธกรณีทั้งหลายที่มีต่อฝรั่งเศส แล้วทำข้อตกลงความร่วมมือกับญี่ปุ่น ผู้ประกาศในวันนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นสมเด็จพระนโรดมสีหนุนั่นเอง

แต่ “เอกราช” ของกัมพูชายังอยู่ภายในการกำกับของกองทัพญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ช่วงนี้เองที่เขมรเปลี่ยนชื่อประเทศจาก “กัมโบช” (ฝรั่งเศสถ่ายเสียงจากคำว่า กัมโพช) มาเป็น“กัมปูเจีย”คำอ่านออกเสียงในภาษาเขมรของคำว่า กัมพูชาพร้อมกันนั้น ความคิดชาตินิยมและความเคลื่อนไหวทางการเมืองในกัมพูชาก็รุ่งเรืองสุดขีดภายใต้ความยินยอมของญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างสมเด็จพระนโรดมสีหนุกับญี่ปุ่นไม่ได้ราบรื่นนัก จากความสัมพันธ์แต่ดั้งเดิมระหว่างพระองค์กับฝรั่งเศส ขณะเดียวกันญี่ปุ่นก็ต้องการเสียงสนับสนุนจากลุ่มชาตินิยมเขมร จึงสนับสนุน เซิง ง๊อก ทัญ นักชาตินิยมผู้ต่อต้านฝรั่งเศสอย่างเปิดเผย มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ก่อนพรรคพวกของเขาจะรัฐประหารในวันที่ 9-10 สิงหาคม ค.ศ. 1945 และบีบให้ “กษัตริย์สีหนุ” สละราชย์

หลังการรัฐประหาร เซิง ง๊อก ทัญ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาช่วงสั้น ๆ เพราะไม่กี่วันต่อมาญี่ปุ่นก็ยอมแพ้ต่อฝ่ายสัมพันธมิตร ฝรั่งเศสจึงเข้ามาสถาปนาอำนาจในกัมพูชาอีกครั้ง แต่คราวนี้ยอมให้กัมพูชามีรัฐธรรมนูญและสิทธิ์ในการตั้งพรรคการเมืองได้

การเลือกตั้งครั้งแรกในประวัติศาสตร์กัมพูชา จึงเกิดขึ้นใน ค.ศ. 1946 เพื่อหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาถวายคำแนะนำแด่กษัตริย์เกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ

พรรคการเมืองที่เข้าร่วมการเลือกตั้งครั้งนั้นมีอยู่ 3 พรรค ล้วนแต่นำโดยเจ้านายจาก “ราชสกุลสีสุวัตถิ์” และ “ราชสกุลนโรดม”กับแนวนโยบายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่ ฝ่ายที่ต้องการให้กัมพูชาเป็นเอกราชโดยเร็ว ฝ่ายที่ต้องการให้ฝรั่งเศสปกครองกัมพูชาไประยะหนึ่งระหว่างการเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป และฝ่ายอนุรักษนิยมที่น่าจะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มของสมเด็จพระนโรดมสีหนุ

ปรากฏว่าฝ่ายแรกภายใต้การนำของ นักองค์มจะสีสุวัตถิ์ยุทธวงศ์ แห่งราชสกุลสีสุวัตถิ์ ชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น กวาด 50 จาก 67 ที่นั่ง สร้างความไม่พอใจแก่ฝรั่งเศส รวมถึงสมเด็จพระนโรดมสีหนุ ทำให้รัฐบาลใหม่นี้ไม่สามารถผลักดันเรื่องเอกราชได้ เพราะฝรั่งเศสไม่ยอมเจรจาด้วย กระทั่งนักองค์มจะสีสุวัตถิ์ยุทธวงศ์สิ้นพระชนม์ในปี 1947 จากพระโรควัณโรค ขณะมีพระชันษาเพียง 35 ปี ท่ามกลางเสียงเล่าลือว่าฝรั่งเศสมีส่วนในการสิ้นพระชนม์

ในที่สุดฝรั่งเศสก็ยอมทำสนธิสัญญาที่เป็นการปูทางไปสู่เอกราชของกัมพูชาใน ค.ศ. 1949 สมเด็จพระนโรดมสีหนุทรงเรียกสนธิสัญญาฉบับนี้ในเวลาต่อมาว่า “เอกราชห้าสิบเปอร์เซ็นต์”โดยมีคู่เจรจา (ที่ฝรั่งเศสเลือก) คือพระองค์เอง ผลของสนธิสัญญาฉบับดังกล่าว คือ ฝรั่งเศสยอมให้กัมพูชามีอิสระด้านการต่างประเทศ แต่พวกเขาจะยังคงควบคุมด้านการเงิน การคลัง และการทหารต่อไป

3 ปีต่อมา (ค.ศ. 1952) สมเด็จพระนโรดมสีหนุก็ทรงเริ่มดำเนินการทางการเมืองอย่างจริงจัง ทรงสัญญาว่าจะนำเอกราชสมบูรณ์มาสู่กัมพูชาภายใน 3 ปี

การรณรงค์ดังกล่าวเป็นจังหวะเหมาะเจาะอย่างยิ่ง เพราะในปีต่อมา คือเดือนตุลาคม ค.ศ. 1953 การพ่ายแพ้ในสงครามประกาศเอกราชเวียดนาม ทำให้ฝรั่งเศสยอมสละอำนาจในการควบคุมกิจการทางการเงิน การคลัง และการทหารในกัมพูชา เว้นไว้เฉพาะเรื่องทางเศรษฐกิจบางประการเท่านั้น

กระทั่งการประชุมที่เจนีวาเสร็จสิ้นในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1954 กัมพูชาจึงได้เอกราชอย่างสมบูรณ์

แต่สำหรับชาวเขมร เอกราชแห่งชาติกัมพูชาเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม ค.ศ. 1953 แล้ว เพราะเมื่อ “กษัตริย์สีหนุ” เสด็จกลับจากเสียมราฐในเดือนเดียวกันนั้น มีประชาชนนับหมื่นแห่แหนมารอต้อนรับพระองค์ในฐานะ “วีรบุรุษแห่งชาติ-บิดาแห่งเอกราชของกัมพูชา” ทั้งที่อาจไม่รู้ด้วยซ้ำความหมายของเอกราชที่ป่าวประกาศคืออะไร…

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ธิบดี บัวคำศรี, ผศ. ดร. (2547).ชุดประวัติศาสตร์สำหรับประชาชน ประวัติศาสตร์กัมพูชา. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 ตุลาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กัมพูชายุคปลดแอก เมื่อ “กษัตริย์สีหนุ” ที่ฝรั่งเศสแต่งตั้ง นำเขมรสู่เอกราชเสียเอง!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...