โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ครม." อนุมัติลดหย่อนภาษี "ซื้อ-ขายงานศิลปะ" หนุน Soft Power

สยามรัฐ

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 03.02 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 03.02 น.

เมื่อวันที่ 20 ส.ค.68 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติหลักการร่างกฎหมายตามมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการซื้องานศิลปะ และมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ ตามที่กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพากรเสนอ

ทั้งนี้ ตามที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริม Soft Power ของประเทศ กระทรวงการคลัง ได้สนองนโยบายดังกล่าวด้วยการนำเสนอมาตรการภาษี 2 มาตรการ ดังนี้

- มาตรการที่ 1 มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการซื้องานศิลปะ ให้ผู้มีเงินได้หักลดหย่อนค่าซื้องานศิลปะด้านทัศนศิลป์ ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทในแต่ละปีภาษี สำหรับการซื้องานศิลปะด้านทัศนศิลป์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

โดยต้องซื้อจากศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์, ศิลปินศิลปาธร สาขาทัศนศิลป์ หรือศิลปินที่ได้ขึ้นทะเบียนศิลปิน กับสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย หรือซื้อจากบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล รวมถึงมูลนิธิ หรือสมาคมที่จำหน่ายงานศิลปะ หรือจัดประมูลงานศิลปะ เฉพาะงานศิลปะที่จัดทำ หรือสร้างสรรค์โดยศิลปินข้างต้น ทั้งนี้ ผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปหรือใบรับ พร้อมหลักฐานแสดงรายละเอียดงานศิลปะ

- มาตรการที่ 2 มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ ให้ศิลปินผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40 (6) แห่งประมวลรัษฎากรที่เป็นเงินได้จากวิชาชีพอิสระประณีตศิลปกรรม หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้เพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 60% ตั้งแต่ปีภาษี 2568 เป็นต้นไปเป็นการถาวร โดยไม่กำหนดประเภทศิลปิน

รมช.คลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการซื้องานศิลปะ จะช่วยให้การซื้อขายงานศิลปะในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นไม่น้อยกว่าปีละ 100 ล้านบาท ส่งเสริมให้ศิลปินผลิตงานศิลปะเพิ่มมากขึ้น และผลักดันให้มีการจัดแสดงงานศิลปะระดับประเทศ และระดับนานาชาติในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยขยายตัวมากขึ้นตามไปด้วย

ขณะที่มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ จะช่วยบรรเทาภาระภาษี และสร้างแรงจูงใจให้ศิลปินผลิตงานศิลปะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

"โดยรวมแล้ว การออกมาตรการภาษีทั้ง 2 มาตรการนี้ จะทำให้ประเทศไทยมี Soft Power ด้านศิลปะในระดับโลก" นายจุลพันธ์ ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...