โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"นักการเมืองเห็นแก่ได้และไร้หัวใจ" นี่คือ 5 ประเด็นชนวนประท้วงนองเลือดในอินโดนีเซีย

The Better

อัพเดต 31 ส.ค. 2568 เวลา 03.37 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2568 เวลา 03.30 น. • THE BETTER

การปะทะกันอย่างรุนแรงได้ปะทุขึ้นทั่วอินโดนีเซีย กลายเป็นบททดสอบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของปราโบโว ซูเบียนโต ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ผ่านมา 10 เดือนแล้ว และอาจกลายเป็นชนวนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ เมื่อผู้ประท้วงถึงดับเรียกร้อง "การปฏิวัติ" และเกิดเหตุทำลายอาคารของรัฐบาลหลายแห่ง มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 รายจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ปะทุในหลายพื้นที่

อินโดนีเซียมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และถือเป็นมหาอำนาจของภูมิภาคนี้ แต่กำลังเกิดกลียุคจากการลุกฮือของประชาชนที่ไม่พอใจนักการเมืองอย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเพิ่มสวัสดิการทางการเงินสำหรับสมาชิกสภานิติบัญญัติ การขึ้นภาษีประชาชน ไปจนถึงปัญหาเศรษฐกิจเรื้อรัง เช่นแต่การเสียชีวิตของไรเดอร์ที่ถูกรถของตำรวจชนและเหยียบร่างของเขาระหว่างปราบปรามการประท้วง กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายจุดชนวนให้เกิดการจลาจลอย่างกว้างขวางตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา

ต่อไปนี้คือ 5 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับความไม่สงบในอินโดนีเซีย:

ความโกรธเคืองที่ฝังรากลึก
ความไม่พอใจที่ฝังรากลึกในใจของผู้คนประทุขึ้นท่ามกลางผู้ชุมนุมบนท้องถนนในกรุงจาการ์ตา เมื่อผู้ประท้วงหลายร้อยคนรวมตัวกันหน้ารัฐสภาในวันจันทร์ ด้วยความโกรธแค้นต่อการที่รัฐสภามีมติขึ้นเงินสวัสดิการ "ที่ฟุ่มเฟือย" ให้กับสมาชิกสภานิติบัญญัติ ซึ่งรวมถึงค่าเบี้ยเลี้ยงที่อยู่อาศัยที่สูงกว่าเกือบ 10 เท่าของค่าแรงขั้นต่ำในเมืองหลวงของประเทศ

นี่คือเหตุที่ทำให้ประชาชนที่หาดช้ากินค่ำและนักศ฿กษาไม่พอใจอย่างมาก บวสกกับมีการเผยแพร่ภาพของนักการเมืองในรัฐสภาที่ร้องรำทำเพลงแสดงความยินดีกับการขึ้นเงินสวัสดิการ ทำให้มีการเปรียบเทียบชีวิตที่แยกแค้นของคนอินโดนีเซียกับนักการเมืองเหล่านี้ที่ยินดีกับการได้เงินสวัสดิการมาง่ายๆ

การชุมนุมประท้วงครั้งใหม่จึงได้เกิดขึ้นอีกครั้งในวันพฤหัสบดี โดยมีประชาชนหลายร้อยคนออกมาประท้วงต่อต้านค่าแรงต่ำในยามค่ำคืน ตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำสลายฝูงชนดังกล่าว

ระหว่างการประท้วงนั้น รถตู้ยุทธวิธีสีดำจากหน่วยกึ่งทหารเคลื่อนที่ (Brimob) ได้ขับรถทับ อัฟฟาน กูรเนียวัน (Affan Kurniawan) ไรเดอร์วัย 21 ปี เสียชีวิต

ภาพเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วและยิ่งทำให้เกิดความโกรธแค้นต่อยุทธวิธีของตำรวจมากขึ้น

การประท้วงแพร่กระจาย
การประท้วงทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากการเสียชีวิตของ อัฟฟาน กูรเนียวัน โดยมีการชุมนุมเริ่มต้นขึ้นในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ

ประชาชนหลายพันคน ซึ่งหลายคนเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือ โอเจก (ojek) เช่นเดียวกับ อัฟฟาน กูรเนียวัน ได้ออกมาประท้วงหน้าสำนักงานใหญ่ของ Brimob และสำนักงานตำรวจในจาการ์ตา

ผู้ประท้วงขว้างประทัด ระเบิดเพลิง และก้อนหิน ขณะที่บางคนก่อเหตุวางเพลิง

การประท้วงยังเริ่มขึ้นในเมืองต่างๆ เช่น ยอกยาการ์ตา บันดุง โซโล และเซมารังในชวา และเมดานในสุมาตรา

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และบาดเจ็บ 4 รายในเมืองมากัสซาร์ เมืองใหญ่ที่สุดบนเกาะสุลาเวสีทางตะวันออก หลังจากผู้ประท้วงจุดไฟเผาอาคารสภา

นี่แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง
ชาวอินโดนีเซียหลายพันคนออกมาประท้วงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เพื่อต่อต้านการตัดงบประมาณอย่างกว้างขวางของประธานาธิบดีปราโบโว

เขากล่าวว่าเขาได้ตัดงบประมาณเพื่อสนับสนุนนโยบายประชานิยม รวมถึงโครงการอาหารฟรีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สำหรับเด็กนักเรียนและคุณแม่ตั้งครรภ์

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าชาวอินโดนีเซียรู้สึกผิดหวังกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของตนเอง

“นอกจากนี้ยังมีปัญหาภาษีที่ไม่เป็นธรรม กำลังซื้อที่ลดลงของประชาชน และการขาดโอกาสในการทำงาน” ภีมะ ยุธิษฐิระ อธินคระ ผู้อำนวยการบริหารศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจและกฎหมาย กล่าวกับสำนักข่าว AFP

กระทรวงทรัพยากรมนุษย์กล่าวว่ามีคนถูกเลิกจ้างมากกว่า 42,000 คนระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน ซึ่งเพิ่มขึ้น 32% จากปีที่แล้ว

พนักงานขับรถรับจ้างตามแอป หรือ ไรเดอร์ อย่างอัฟฟาน กูรเนียวัน ก็ต้องเผชิญกับการหักเงินเดือนที่มากขึ้นและชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานขึ้นเช่นกัน

ภีมะกล่าวว่าความไม่พอใจนั้นเดือดพล่านเพราะการขาดความเห็นอกเห็นใจของสมาชิกรัฐสภาที่ขึ้นสวัสดิการให้ตนเองท่ามกลางความทุกข์ยากของประชาชน

“ปัญหาต่างๆ ทับถมกันเหมือนฟางแห้ง แล้วรัฐสภาก็จุดไฟเผามันซะ” เขากล่าว

“นี่เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น”

บททดสอบของปราโบโว
การประท้วงครั้งนี้เป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของโปรโบโวนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือนตุลาคมปีที่แลว และผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าอดีตนายพลที่ผันตัวเองมาเป็นผู้นำประเทศ จะต้องลงมือเสียทีเพื่อระงับความโกรธแค้นของประชาชน

“ถ้าผมเป็นประธานาธิบดี ผมจะปลดผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกจากตำแหน่ง” มาเด สุปรีอัตมา นักวิจัยจากสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak ของสิงคโปร์ กล่าวกับ AFP

“ประชาชนต้องการท่าทีเชิงสัญลักษณ์จากเขา”

ปราโบโวและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ให้สัญญาว่าจะสืบสวนการเสียชีวิตของอัฟฟาน

ตำรวจยังได้ควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ Brimob จำนงน 7 นาย โดยอ้างว่าพวกเขาละเมิดจรรยาบรรณ

มาเดกล่าวว่าปราโบโวควรประเมินโครงการสำคัญๆ อีกครั้ง เช่น โครงการอาหารฟรี และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติดานันตารา มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

“เขาจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแนวทาง และควรประเมินคณะรัฐมนตรีของเขาอีกครั้ง” เขากล่าว

การประท้วงจะขยายวงอีก
คาดว่าจะมีการประท้วงเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากความโกรธแค้นของประชาชนเริ่มคุกรุ่น

เมื่อวันเสาร์ นักศึกษาหลายร้อยคนได้ออกมาชุมนุมกันที่หน้าสำนักงานตำรวจภูมิภาคชวาตะวันออกในเมืองสุราบายา ตามรายงานของนักข่าว AFP ณ ที่เกิดเหตุ

ผู้ขับขี่รถรับจ้างบางคนกล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า พวกเขาจะกลับไปประท้วงบนท้องถนนในเร็วๆ นี้เพื่อต่อต้านสมาชิกสภานิติบัญญัติ

ยังมีการเรียกร้องให้มีการประท้วงนอกรัฐสภาเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า เพื่อเรียกร้องให้ยุบสภา

“ผมเชื่อว่าการประท้วงเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปอีกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า” มาเดกล่าว

Photo by YASUYOSHI CHIBA / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...