โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ไทย” ยืนยันข้อตกลง GBC ไทย-กัมพูชา วันนี้ พร้อมกำหนดนัดประชุม GBC อีก 1 เดือน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ส.ค. 2568 เวลา 17.30 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 10.30 น.

"ไทย" ยืนยันข้อตกลง GBC ไทย-กัมพูชา วันนี้ ห้ามเสริมกำลังพร้อมย้ำข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด และให้เร่งตั้งผู้สังเกตการณ์อาเซียนในพื้นที่ พร้อมกำหนดนัดประชุม GBC อีก 1 เดือน

วันที่ 7 สิงหาคม 2568 เวลา 15.30 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการ ศบ.ทก. เปิดเผยถึง การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ (GBC) ที่ประเทศ มาเลเซีย ซึ่งมีพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้าคณะ

โดยพลเอกณัฐพล ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลและกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ที่ทำให้การประชุมครั้งนี้ผ่านไปโดยเรียบร้อย การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมติดตามผลจากการที่ผู้นำไทยและกัมพูชาได้หารือ ที่เมืองปูตราจายา มาเลเซีย ในวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม 2568 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตกลงให้มีการหยุดยิง โดยฝ่ายไทยได้ปฏิบัติการหยุดยิง ตามข้อตกลงกันอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ดี พบว่าฝ่ายกัมพูชายังมีการละเมิดข้อตกลง ซึ่งไทยใช้ความอดทนอดกลั้นที่สุดเพื่อตอบโต้และป้องกันตนเองเท่านั้น และในปัจจุบันมีการใช้โดรนเข้ามาสอดแนม ซึ่งเป็นการกระทำที่ยั่วยุ ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกัน นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนที่ไม่สร้างสรรค์ และไม่ช่วยทำให้เกิดบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเจรจาและการฟื้นฟูความไว้วางใจ

"เจตนารมณ์ของไทยในการประชุมในวันนี้ จึงเป็นการหารืออย่างตรงไปตรงมาด้วยความจริงใจและสุจริต เพื่อหาแนวทางที่ทำให้การหยุดยิงเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน เพื่อนำสันติภาพและความสงบมาสู่ชายแดนไทย-กัมพูชาอีกครั้ง เพื่อประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทั้งสองฝ่ายจะได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติ ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ ฝ่ายกัมพูชาระดับนโยบายได้แสดงถึงความจริงใจต่อมาตรการหยุดยิง การละเมิดการหยุดยิงที่เกิดขึ้น จึงอาจเป็นการกระทำโดยพลการของหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่"

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า สำหรับผลการประชุมที่สำคัญมีดังนี้

  • ให้ยึดมั่นในการหยุดยิงอย่างเคร่งครัด ครอบคลุมอาวุธทุกประเภท โดยทั้งสองฝ่ายจะยังคงกำลังไว้ที่ตั้งเดิม นับตั้งแต่วันที่ตกลงหยุดยิง (28 กรกฎาคม 2568 เวลา 24.00 น.) โดยจะไม่มีการเสริมกำลังเพิ่มเติมแต่อย่างใด
  • ให้มีการตั้งคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว ประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายทหารจากประเทศสมาชิกอาเซียนประจำประเทศไทยและกัมพูชา และนำโดยผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารของมาเลเซียเข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ โดยจะไม่มีการข้ามแดน และมีการประสานงานใกล้ชิดกับกลไก RBC และ GBC ในแต่ละประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการละเมิดการหยุดยิงโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  • ทั้งสองฝ่าย จะหลีกเลี่ยงการกระทำที่ยั่วยุ ทั้งทางทหาร และการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนหรือข่าวเท็จ เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการพูดคุย เพื่อหาทางออกโดยสันติ
  • ทั้งสองฝ่ายจะปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยเร่งดำเนินการเก็บและส่งศพผู้เสียชีวิตกลับประเทศอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี สำหรับการส่งกลับทหารที่ถูกจับกุมตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ให้ส่งกลับทันทีที่มีการยุติการใช้กำลังโดยสมบูรณ์ ตามอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 3 ระหว่างนี้ ฝ่ายไทยยืนยันว่าได้ดูแลบุคคลที่เกี่ยวข้องตามหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างครบถ้วน
  • ทั้งสองฝ่ายจะรักษาช่องทางการพูดคุย และการใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ ในการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม โดยหลังจากนี้ จะกำหนดให้มีการประชุม RBC ภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อประสานงานตามที่ได้ตกลงกัน และจะประชุม GBC อีกครั้งถัดไปภายใน 1 เดือน เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามผลการประชุมครั้งนี้

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ ไทยได้เสนอหารือเพิ่มเติมในประเด็นสำคัญ แต่ฝ่ายกัมพูชายังไม่ตอบรับ โดยขอให้เน้นเฉพาะการหยุดยิงในครั้งนี้ก่อน และนำไปหารือใน GBC ครั้งถัดไป ได้แก่

  • ความร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความตึงเครียด นำไปสู่การใช้กำลัง โดยฝ่ายไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับกัมพูชาในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย
  • ความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนไทยและประเทศอื่นในภูมิภาคอย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้พล.อ.ณัฐพลฯ กล่าวย้ำว่า “ทั้งสองฝ่ายได้หารือและเห็นพ้องร่วมกันในวันนี้จะเกิดผลเป็นรูปธรรมได้ ต้องอาศัยความร่วมมือและความจริงใจของทั้งสองฝ่าย ยืนยันว่า ฝ่ายไทยจะยึดมั่นในการให้ความร่วมมือและพูดคุยด้วยความสุจริตใจ จริงใจต่อไป บนพื้นฐานของการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และหวังว่ากัมพูชาจะปฏิบัติเช่นเดียวกัน เนื่องจาก ไทยและกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน ไม่อาจย้ายหนีจากกันได้ และเป็นสมาชิกครอบครัวอาเซียนร่วมกัน หากสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ก็จะนำสันติภาพกลับคืนสู่พื้นที่ชายแดน และประชาชนทั้งสองประเทศจะได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติอย่างสงบสุขอีกครั้ง”

ขณะเดียวกัน ศบ.ทก. ได้เปิดเผย 13 ข้อตกลง ที่ ไทย-กัมพูชา เห็นพ้องกัน ดังนี้

1. ยุติการใช้อาวุธทุกประเภท การโจมตีต่อพลเรือน เป้าหมายพลเรือน และเป้าหมายทางทหาร ในทุกพื้นที่และทุกกรณี

2. รักษาสถานะการวางกำลังในที่ตั้งปัจจุบัน สถานะตั้งแต่ 28 ก.ค.68 โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลัง และไม่มีการลาดตระเวนไปยังที่ตั้งของอีกฝ่าย

3. ไม่เพิ่มเติมกำลังตลอดแนวชายแดนไทย - กัมพูชา

4. ไม่กระทำการอันเป็นการยั่วยุที่ส่งผลให้เกิดความตึงเครียด การมีกิจกรรมทางทหารเข้าไปยังดินแดน เขตน่านฟ้า หรือที่ตั้งของอีกฝ่าย ตามสถานะการหยุดยิง ตั้งแต่ 28 ก.ค.68 และไม่สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางทหารล้ำออกไปนอกขอบเขตของฝ่ายตน

5. ไม่ใช้กำลังต่อพลเรือน หรือเป้าหมายทางพลเรือนในทุกกรณี

6. การปฏิบัติตามอนุสัญญาเจนีวา: การปฏิบัติต่อผู้ที่ถูกจับกุมตัว การขอส่งตัวผู้บาดเจ็บมารักษาในสถานพยาบาลของอีกฝ่าย โดยจะขึ้นอยู่กับศักยภาพในการรองรับของสถานพยาบาลแล้วแต่กรณี สำหรับทหารที่อยู่ในความควบคุมของอีกฝ่ายหนึ่งจะได้รับการปล่อยตัวและส่งกลับประเทศ หลังจากยุติการใช้กำลังโดยสมบูรณ์ รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการส่งคืนร่างผู้เสียชีวิตอย่างสมเกียรติโดยเร็ว และจัดการศพภายใต้สภาพที่ถูกสุขลักษณะและด้วยความเคารพ

7. กรณีมีความขัดแย้งกันด้วยอาวุธทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทั้งสองฝ่ายจะหารือกันในระดับปฏิบัติผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เพื่อป้องกันการขยายตัวของสถานการณ์

8. เห็นชอบให้เพิ่มในเรื่องของการปฏิบัติดังนี้

8.1 ดำรงการติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่องระหว่างหน่วยทหารในพื้นที่

8.2 จัดการประชุม RBC ภายใน 2 สัปดาห์นับจากการประชุม GBC ใน 7 ส.ค. 68

8.3 ดำรงช่องทางการติดต่อสื่อสารโดยตรงระดับรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดของทั้งสองประเทศ

9. งดเว้นการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข่าวปลอม

ส่วนที่ 2 กลไกตรวจสอบการหยุดยิง

10. ทั้งสองฝ่ายต้องดำเนินการตามผลหารือเมื่อ 28 ก.ค. 68 ซึ่งรวมถึงการหยุดยิงและการมีคณะผู้สังเกตการณ์จากประเทศสมาชิกอาเซียน นำโดยมาเลเซีย

11. เห็นชอบให้ RBC ในแต่ละพื้นที่ ดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง โดยมีโดยมีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ซึ่งนำโดยมาเลเซียเป็นผู้ร่วมสังเกตการณ์ โดย RBC จะพบกันเป็นประจำ และส่งรายงานให้ GBC ตามสายการบังคับบัญชาของแต่ละฝ่าย

12. ในระหว่างการจัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนที่มีมาเลเซีย เป็นผู้นำ จะใช้กลไกคณะผู้สังเกตการณชั่วคราว ซึ่งประกอบด้วยผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประเทศสมาชิกอาเซียน ประจำประเทศไทย และกัมพูชา ทำหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว

ส่วนที่ 3 การประชุม GBC

13. ให้จัดการประชุม GBC ในหนึ่งเดือนหลัง 7 ส.ค.68 (สถานที่จะตกลงกันภายหลัง) หรือมิเช่นนั้นการประชุม GBC วิสามัญ จะถูกจัดขึ้นเพื่อเจรจาการหยุดยิง

อัปเดทสถานการณ์ล่าสุด หลัง กัมพูชา เปิดฉากยิงเข้า ไทย ที่ ปราสาทตาเมือนธม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...