โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกิดอะไรขึ้นกับญี่ปุ่นหลังแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 24 พ.ย. 2565 เวลา 02.22 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2565 เวลา 01.42 น.
มาโมรุ ชิเงมิตซึ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นขณะลงนามในเอกสารยอมจำนนในนามของพระจักรพรรดิ บนเรือรบมิสซูรี เมื่อวันที่ 2 กันยายน 1945

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ (ค.ศ. 1939-1945) ญี่ปุ่น ในฐานะประเทศผู้แพ้สงครามเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อกองบัญชาการสูงสุดของสัมพันธมิตร หรือ SCAP (The Supreme Commander for the Allied Powers) ที่มีอเมริกาเป็นผู้นำ ได้เข้ามามีบทบาทในนโยบายการปกครองญี่ปุ่น ทั้งด้านการเมือง, เศรษฐกิจ และสังคม ฯลฯ อยู่ประมาณ 7 ปี (ค.ศ. 1945-1952) โดยพลเอก ดักลาส แมกอาร์เธอร์ (ค.ศ. 1880-1964) จากกองทัพอเมริกาเป็นผู้ควบคุมการดำเนินการดังกล่าว

คำสั่งแรกๆ ของ SCAP คือ 1. การยุบกองกำลัง 3 เหล่าทัพ คือ กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศของญี่ปุ่น คงเหลือเพียงกองกำลังเพื่อการป้องกันภายในประเทศ 2. ดำเนินการกับอาชญากรสงครามคนสำคัญ เช่น นายพลโตโจ และฮิโรตะ และการปล่อยนักโทษการเมืองหลายพันคน 3. การลงโทษสถาบันจักรพรรดิในฐานะที่ต้องรับผิดชอบต่อสงคราม ถึงกับมีแนวคิดที่จะยกเลิกสถาบัน แต่นายพลแมกอาเธอร์และนักวิชาการ คัดค้านและโน้มน้าวว่าจะกระทบจิตใจชาวญี่ปุ่นมากเกินไป และอาจทำให้เกิดจลาจลขนานใหญ่ทั่วญี่ปุ่น

ต่อมาอเมริกาได้วางระบบการเมืองของญี่ปุ่น ด้วยร่าง “รัฐธรรมนูญ” ฉบับใหม่ขึ้น โดยรัฐธรรมนูญนี้จะให้สิทธิขั้นพื้นฐานแก่ประชาชนอย่างเต็มที่และอย่างกว้างขวางในทุกด้าน, สถาบันรัฐสภามีอำนาจสูงสุดในประเทศตามแบบประเทศอังกฤษ, ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนเช่นที่ปฏิบัติในอเมริกา ฯลฯ เรียกว่า “รัฐธรรมนูญ ค.ศ. 1946” ประกาศใช้ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1946 และมีผลบังคับใช้วันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1947

สาระสำคัญหนึ่งรัฐธรรมนูญดังกล่าว คือเรื่องของจักรพรรดิ ในหมวดที่ 1 ของรัฐธรรมนูญ ค.ศ. 1946 เป็นหมวดที่ว่า “จักรพรรดิ” โดยกำหนดว่า จักรพรรดิเป็นสัญลักษณ์ของประเทศที่คงไว้ซึ่งอำนาจความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของประชาชน พระองค์ทรงมีบทบาทต่างๆ ทางการเมือง, สังคม, วัฒนธรรม และการทูต แต่ไม่มีพระราชอำนาจใดที่จะสั่งการเกี่ยวเนื่องกับรัฐบาล นอกจากนี้พระราชกรณียกิจหลายอย่างมีรัฐสภาเป็นผู้ควบคุม เช่น การมอบทรัพย์สินให้ผู้ใด, การรับถวายทรัพย์สินต่างๆ ฯลฯ

นายพลแมคอาเธอร์ยังดำเนินการปฏิรูปด้านต่างๆ ซึ่งเป็นการกระจายอำนาจสู่ประชาชนและท้องถิ่น เช่น การปฏิรูปที่ดินอย่างเด็ดขาด ซึ่งขณะนั้นเกษตรกรกว่าครึ่งหนึ่งต้องเช่าที่ดินทำกิน ทำให้เกษตรกรมีที่ดินเป็นของตนเองมากขึ้น, มีการปฏิรูปทางด้านการศึกษา ลดอำนาจของกระทรวงศึกษาธิการลง ให้มีคณะกรรมการการศึกษาในแต่ละท้องถิ่น ที่ประกอบด้วยตัวแทนของประชาชน และผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ เป็นผู้กำหนดและเลือกใช้แบบเรียนอะไรต่างๆ ไม่ใช่เป็นของกระทรวงศึกษาธิการฝ่ายเดียว (แต่การที่จะอนุมัตินั้นเป็นของกระทรวง), การกระจายหุ้นของกิจการเอกชนผูกขาด, การสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสหภาพแรงงาน ฯลฯ

นั่นทำให้ปลายทศวรรษ 1950 เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะสามารถประหยัดงบประมาณทางการทหารลงเป็นจำนวนมาก เพราะมีการยุบ 3 เหล่าทัพ ที่สำคัญอีกประการคือ “ประชาชนญี่ปุ่น” ที่มีระเบียบวินัย, ขยันขันแข็ง ไม่ว่าแพ้หรือชนะสงครมคุณสมบัติของคนญี่ปุ่นไม่เคยลดลง

ทว่าการเข้ามาของอเมริกาก็เป็นเหมือนเหรียญ 2 ด้าน

กล่าวตามสนธิสัญญาความมั่นคงที่ญี่ปุ่นทำกับอเมริกาใน ค.ศ. 1951ยินยอมให้อเมริกาเข้ามาตั้งฐานทัพในญี่ปุ่น ตั้งแต่บริเวณเกาะฮอกไกโด จนถึงโอกินาวา ทั้งยินยอมอเมริกาใช้ฐานทัพเหล่านั้นไปปฏิบัติการในประเทศรอบๆ ญี่ปุ่นได้อีกด้วย ซึ่งทำให้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนในพื้นที่และกองทัพอเมริกามีอยู่เป็นระยะ

นอกจากการเติบโตอย่างรวดเร็วทางเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ว่าได้ละเลยเรื่องสภาพแวดล้อม ทำให้เกิดโรค “มินามาตะ” ที่หมู่บ้านมินามาตะในเกาะกิวชิว เนื่องจากสารปรอทจากโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง ที่ทำให้เกิดความพิการแขนงอกระดูกเบี้ยว บางรายรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต หรือปัญหาอากาศเป็นพิษที่เกิดจากบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ที่รวมตัวกันอยู่ที่จังหวัดไอชิ ที่ทำให้ประชาชนในบริวเณนั้นเป็นโรคหืด

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่**

ข้อมูลจาก :

ประเสริฐ จิตติวัฒนพงศ์. “การพัฒนาประเทศ 100 ปีของญี่ปุ่น” ใน, วารสารญี่ปุ่นศึกษา ปีที่ 3 ฉบับที่ 4 (1986)

สุนีย์ มัลลิกะมาลย์. “รัฐธรรมนูญญี่ปุ่น: จากอดีตสู่ปัจจุบัน” ใน, วารสารพัฒนบริหารศาสตร์ ปีที่ 52 ฉบับที่ 3/2555

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 25 ตุลาคม 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...