โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เจาะหุ้น IPO ตัวล่าสุด ACOM ธุรกิจให้บริการสนับสนุนอีคอมเมิร์ซ อันดับ 1 ของอาเซียน

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 03.26 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2565 เวลา 01.16 น. • ศุภมาศ ศรีขำ

ธุรกิจให้บริการสนับสนุนอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce Enabler) ครบวงจรในกลุ่มประเทศอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 มากว่า 2 ปี ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมมาเลือกซื้อสินค้าทางออนไลน์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้แบรนด์ต่างๆ หันมาทำการตลาดออนไลน์แบบหลากหลายช่องทาง นับเป็นโอกาสที่จะสร้างการเติบโตให้กับผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรม
ซึ่ง ACOM หรือ บริษัท เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำการให้บริการสนับสนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-commerce Enabler) ครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และย่อมได้รับผลประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบริโภคดังกล่าวข้างต้น จึงวางแผนขยายธุรกิจในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทก็อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อระดมทุนขยายธุรกิจต่อยอดการเติบโตในอนาคต โดยธุรกิจ ACOM จะน่าสนใจและมีจุดเด่นแค่ไหน ติดตามได้ในบทความนี้

ธุรกิจและบริการของ ACOM

ACOM เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร โดยบริษัทมีสถานะเป็นกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center)
สำหรับบริการด้านอีคอมเมิร์ซของ ACOMครอบคลุมการออกแบบและพัฒนาร้านค้าออนไลน์ บริหารร้านค้าให้กับแบรนด์ต่างๆ ให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ ให้บริการคลังสินค้าครบวงจร รับชำระเงินและจัดส่งสินค้า วิเคราะห์และให้ข้อมูลเชิงลึก รวมถึงมีศูนย์บริการและดูแลลูกค้า เพื่อช่วยเหลือแบรนด์ต่างๆ สื่อสารกับลูกค้านอกจากนี้ บริษัทยังพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้ง EcommerceIQ, EcommerceIQ Market Insights และ EcommerceIQ Client Analytics ในรูปแบบ Software as a Service หรือ SaaS เพื่อนำมาสนับสนุนบริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันบริษัทให้บริการใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์
โดยสิ้นไตรมาส 1/2565 บริษัทมีผู้ใช้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจรรวม 171 ราย เพิ่มขึ้นกว่า 57 รายจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังมีผู้ใช้บริการผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์หรือบริการเสริมตามความต้องการของลูกค้า (Value Added Services) อีก 50 ราย รวมเป็น 221 ราย นอกจากนี้ จากข้อมูลของ Inter Brand พบว่า ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ให้บริการแก่กลุ่มผู้ใช้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจรที่เป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีมูลค่าสูงสุดถึง 13 แบรนด์จากลำดับ 100 แบรนด์แรกในปี 2564

มีผู้ถือหุ้นเป็น DKSHผู้นำการตลาดด้านสินค้าอุปโภคบริโภค

อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้ ACOM เติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต คือ การสนับสนุนจาก DKSH ซึ่งเป็นผู้กระจายสินค้าให้แก่แบรนด์รายใหญ่ของเอเชียแปซิฟิก และมีแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอกว่าพันแบรนด์ ล่าสุดบริษัทได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ DKSH โดยบริษัทจะเป็นพาร์ตเนอร์เพียงรายเดียวของ DKSH สำหรับการให้บริการธุรกิจออนไลน์แบบ B2C ทั้งหมดในประเทศที่ ACOM ดำเนินธุรกิจ ซึ่ง DKSH ได้ถ่ายโอนและแนะนำแบรนด์ที่ต้องการขยายธุรกิจออนไลน์แบบ B2C ให้กับ ACOM ทำให้มีโอกาสให้บริการแก่แบรนด์สินค้าใหม่หลายราย นอกจากนั้น บริษัทยังวางแผนเร่งขยายธุรกิจไปยังเวียดนามเพื่อสนับสนุน DKSH และลูกค้าของบริษัทอีกด้วย ทั้งนี้ คาดว่าภายหลังการเสนอขายหุ้นไอพีโอครั้งนี้ DKSH จะมีสัดส่วนการถือหุ้นใน ACOM ราว 18.00-19.99%

ผลประกอบการย้อนหลัง

ในด้านผลประกอบการบริษัทยังมีผลขาดทุนสะสม โดยปี 2562-2563 มีผลขาดทุนสุทธิ 781.9 ล้านบาท 458.0 ล้าน และ 563.6 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนไตรมาส 1/65 บริษัทมีขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญอยู่ที่ 115.9 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ของบริษัทที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และการปรับปรุงประสิทธิภาพต้นทุนการดำเนินงานทั้งทางตรงและฝ่ายสนับสนุน การลดลงของผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

บุกตลาดใหม่ ขยายฐานลูกค้า สร้างการเติบโต

นายวีระพงษ์ (พอล) ศรีวรกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO บริษัทมีแผนที่จะขยายการเติบโตทางธุรกิจในเวียดนาม เพื่อเป็นการสนับสนุนแบรนด์ ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการอีคอมเมิร์ซของบริษัทในระดับภูมิภาคที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน และต้องการให้บริษัทขยายบริการไปในเวียดนาม รวมถึงแบรนด์ในกลุ่มของ DKSH ที่ดำเนินการในเวียดนาม โดยบริษัทคาดหวังว่าจะมีผู้ใช้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจรเพิ่มมากขึ้นในระหว่างการดำเนินการดังกล่าว
ทั้งนี้ บริษัทได้วางกลยุทธ์ขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนเพื่อขยายขอบเขตทางภูมิศาสตร์สู่ตลาดใหม่ และเพิ่มฐานผู้ใช้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจร ได้แก่ 1.มุ่งพัฒนาความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรกับกลุ่มผู้ใช้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจรระดับโลกของบริษัทฯ เพื่อเพิ่มจำนวนแบรนด์ รายการสินค้าและการให้บริการมากกว่า 1 ประเทศ, 2.ลงทุนพัฒนาแพลตฟอร์มทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการ เช่น บริการจัดการคำสั่งซื้อที่ซับซ้อน และการเพิ่มขีดความสามารถด้านข้อมูล เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าที่ใช้บริการสามารถสร้างสรรค์แคมเปญที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3.ขยายฐานผู้ใช้บริการรายใหม่และกลุ่มสินค้าใหม่ๆ ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ, 4. มุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ EcommerceIQ SaaS ทั้งในด้านฟีเจอร์ ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ และเพิ่มความปลอดภัยในการรักษาข้อมูล เพื่อขยายไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น ทั้งบริษัทข้ามชาติและผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง ด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นน้อยมาก และ 5. การเข้าซื้อกิจการที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อขยายตลาดใหม่ เช่น เวียดนามและขยายธุรกิจที่มีในมาเลเซีย เป็นต้น ทั้งนี้ การขยายไปยังตลาดเวียดนาม บริษัทฯ มีสัญญาร่วมมือทางกลยุทธกับทาง DKSH เรียบร้อยแล้ว

ข้อมูลเสนอขายหุ้นไอพีโอ

ACOM จะเสนอขายหุ้น IPO รวมไม่เกิน 1,599,642,100 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 35% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญครั้งนี้ ประกอบด้วย 1. หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 685,560,900 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 15.0 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญครั้งนี้ และ 2. หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป ลิมิเต็ด จำนวนไม่เกิน 914,081,200 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 20% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญครั้งนี้
โดยมีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนครั้งนี้ เพื่อนำไปใช้สำหรับการลงทุนขยายธุรกิจและเข้าซื้อกิจการที่อาจมีขึ้นในอนาคต เพื่อขยายขอบเขตทางภูมิศาสตร์สู่ตลาดใหม่ และขยายขีดความสามารถในการให้ได้มาซึ่งผู้ใช้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจร ประมาณ 2,300 - 3,000ล้านบาท ใช้เป็นเงินทุนพัฒนาแพลตฟอร์ม EcommerceIQ และเทคโนโลยีในด้านอื่นๆ ประมาณ 300ล้านบาท รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ EcommerceIQ SaaS ราว 200 ล้านบาท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนโดยทั่วไป 500-800 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...