โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เช็คแบล็คลิส เครดิตบูโร ทำเองได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก พร้อมวิธีปลดล็อคเครดิตบูโร

CondoNewb

อัพเดต 12 ก.ค. 2565 เวลา 06.44 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2565 เวลา 02.00 น.
เช็คแบล็คลิส เครดิตบูโร ทำเองได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก พร้อมวิธีปลดล็อคเครดิตบูโร

การเช็คแบล็คลิส เช็คเครดิตบูโรในปัจจุบันนั้นสามารถทำได้ด้วยตนเองง่ายๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามที่คุณต้องการเช็คเพื่อเตรียมตัวกู้ซื้อรถ ซื้อบ้าน ซื้อสิ่งของต่าง หรือเพื่อการใช้จ่ายภายในครอบครัว หากการชำระเงินดำเนินไปด้วยความราบรื่นก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่หากเดือนไหนที่คุณเกิดขาดสภาพคล่องขึ้นมา การเงินติดขัดไม่สามารถจ่ายค่างวดได้หลายๆเดือน บริษัทเจ้าหนี้ก็อาจจะโทรมาทวงถามค่างวดและพูดว่าหากไม่จ่ายจะติดเครดิตบูโร หรือติดแบล็คลิสได้ หลายคนพอได้เจอคำนี้เข้าไปก็จะหวาดกลัวบวกกับความงง ว่าเครดิตบูโรคืออะไร ติดแบล็คลิสคืออะไร บทความนี้เราจะมีไขข้อสงสัยเกี่ยวกับเครดิตบูโร รวมถึงวิธีการเช็คแบล็คลิส หากต้องการจะกู้เงินอีกจะทำได้หรือไม่ ติดตามศึกษาข้อมูลกันได้เลยค่ะ

เครดิตบูโร (National Credit Bureau) คืออะไร

มาทำความเข้าใจกับคำนี้กันก่อนค่ะ เครดิตบูโรก็คือ ข้อมูลเครดิต ที่จะแสดงถึงตัวตนของคุณ ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด เลขบัตรประชาชน หรือหากเป็นนิติบุคคลหรือบริษัท ห้างร้านจะหมายถึง สถานที่ตั้ง ชื่อร้าน เลขทะเบียน ซึ่งข้อมูลเครดิตจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

1. ข้อมูลที่บ่งบอกตัวตนของคุณ

2. ข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ รวมถึงประวัติการชำระสินเชื่อ ข้อมูลที่เกี่ยวกับประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าจะถูกเก็บใจฐานข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตและจะแสดงบนรายงานข้อมูลเครดิต เมื่อมีผู้ขอเรียกดู ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นธนาคาร บริษัทที่คุณไปขอสินเชื่อ หรือคุณเองต้องการขอดูข้อมูลเครดิตเองก็ได้เช่นกัน สิ่งที่จะบ่งบอกว่าคุณมีข้อมูลเครดิตเป็นอย่างไรนั้น จะดูจาก “สถานะบัญชี” คือข้อมูลที่แสดงสถานะของบัญชีสินเชื่อแต่ละบัญชีที่แสดงในรายงานข้อมูลเครดิต เช่น สินเชื่อปกติ สินเชื่อที่ปิดบัญชีแล้ว สินเชื่อที่ค้างชำระเกิน 90 วัน สินเชื่อที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งสถานะบัญชีนั้นจะมีรหัสเลขแสดงสถานะข้อมูลเครดิต ซึ่งจะแบ่งย่อยลงไปอีกหลายตัว ซึ่งได้แก่

10 – ปกติ แปลว่า บัญชีนี้มีการชำระสินเชื่อตามปกติ จ่ายครบ จ่ายตรงตามเงื่อนไข ไม่มียอดค้างชำระหรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน

11 – ปิดบัญชี แปลว่า สินเชื่อบัญชีนี้ได้มีการปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว ไม่มีหนี้ค้าง

12 – พักชำระหนี้ ตามนโยบายรัฐ แปลว่า ที่ผ่านมาเคยมียอดค้างชำระ แต่ตอนนี้เข้าโครงการพักชำระหนี้ตามนโยบายรัฐ จึงทำให้สถานะไม่เป็นการค้างชำระ

20 – หนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน แปลว่า เคยค้างชำระในอดีต และปัจจุบันก็ยังค้างอยู่ ซึ่งเป็นสถานะที่เป็นผลลบต่อตัวผู้เป็นลูกหนี้เจ้าของบัญชีนี้

ซึ่งเวลาพูดถึงการติดเครดิตบูโร หลายคนอาจคิดไปว่า ถ้าเราค้างชำระหนี้นานๆ หรือไม่จ่ายหนี้เลย รายชื่อของเราจะถูกจัดเก็บใน “บัญชีดำแบล็คลิส” จนไม่สามารถกู้สินเชื่ออะไรได้ ซึ่งจริงๆแล้วเครดิตบูโรไม่ได้เก็บข้อมูลเป็นแบล็คลิสนะคะ ดังนั้น “แบล็คลิสไม่มีจริง” ค่ะ

การติดเครดิตบูโรหรือติดแบล็คลิสติดกี่ปีถึงจะหมด?

คำตอบคือ 3 ปีค่ะ เพราะโดยปกติแล้วธนาคารหรือสถาบันการเงินจะส่งข้อมูลประวัติติดค้างชำระมาให้ทางเครดิตบูโรทุกเดือน ไม่ว่าจะค้างชำระ หรือชำระตามงวดปกติ เครดิตบูโรจะมีหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูลสินเชื่อ และประวัติการชำระหนี้สินเชื่อ โดยสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกมีหน้าที่รายงานและส่งข้อมูลให้แก่เครดิตบูโรเป็นรายเดือนทุกเดือน ทางเครดิตบูโรก็จะอัปเดตข้อมูลให้ในแต่ละเดือนไปเรื่อย ๆ ทั้งหมด 36 เดือน จำนวน 36 บรรทัด เรียงทับกันเหมือนขนมชั้น เมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามา ข้อมูลบรรทัดเก่าของเมื่อ 36 เดือนที่แล้วก็จะหายไป

ในกรณีที่มีประวัติค้างชำระ และได้ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว สถาบันการเงินจะแจ้งปรับยอดหนี้เป็น 0 บาทและสถานะ 11 ปิดบัญชี มาที่เครดิตบูโร และจะหยุดส่งข้อมูลในเดือนถัดมา ข้อมูลที่ส่งมาก่อนหน้าปิดบัญชีจะยังไม่ลบออกไปทันที แต่จะถูกลบไปตามอายุข้อมูล ข้อมูลเดือนใดที่มีอายุครบ 3 ปีแล้ว จะถูกทยอยลบออกไปทีละเดือน เมื่อข้อมูลเดือนสุดท้ายมีอายุครบ 3 ปีถูกลบออกไป บัญชีสินเชื่อนั้นจะถูกลบออกจากฐานข้อมูลทั้งบัญชี ซึ่งเป็นอายุข้อมูลที่กฎหมายกำหนดไว้ ดังนั้น เครดิตบูโรไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะลบข้อมูลก่อนครบกำหนดอายุการจัดเก็บได้

เมื่อเข้ามาตรวจเครดิตบูโร รายงานข้อมูลเครดิตก็จะเห็นประวัติการชำระทั้งหมดของเรา ตั้งแต่เปิดบัญชีจนถึงปัจจุบันว่าเป็นอย่างไรตามข้อเท็จจริงค่ะ

วิธีเช็ค Blacklist ด้วยตัวเอง ตรวจสอบรายชื่อผู้ติดแบล็คลิส มีกี่วิธีอะไรบ้าง

การเช็คเครดิตบูโร หรือเช็คแบล็คลิส เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก่อนการขอสินเชื่อหรือเปิดบัตรเครดิต เพราะเครดิตบูโรคือข้อมูลประวัติเครดิตบูโรหรือความน่าเชื่อถือในการชำระหนี้ ใช้ประกอบการพิจารณาปล่อยกู้ โดยเครดิตบูโรจัดเก็บโดยบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB)

เราจึงได้รวบรวมจุดยื่นขอและเช็คเครดิตบูโรทั้งหมดว่ามีที่ไหนบ้าง บางจุดสามารถทำได้ทั้งยื่นขอออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ต หรือใกล้บ้าน มีทั้งแบบเช็คแบล็คลิสออนไลน์ฟรีและมีค่าบริการ รู้ผลได้ทันทีและจัดส่งทางอีเมล์หรือไปรษณีย์ ตามที่เราสะดวก ไปดูกันว่ามีที่ไหนกันบ้างค่ะ

1.เช็ค Credit Bureau หรือเช็คแบล็คลิสที่สถานี BTS รู้ผลได้ทันที ได้แก่

-BTS ศาลาแดง ภายในสถานที ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-15.00 น.

-BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ ภายในสถานี ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-15.00 น.

-BTS หมอชิต ทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-15.00 น.

-BTS ชิดลม ทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-15.00 น.

ตรวจสอบโดยใช้บัตรประชาชน รู้ผลได้ทันที ใช้เวลา 15 นาที มีค่าบริการ 100 บาท เช็คเครดิตบูโรสำหรับบุคคลธรรมดาไปเอง หรือมอบอำนาจ ชาวต่างชาติ และเช็คเครดิตสกอริ่ง ข้อดีคือ สะดวก รู้ผลไว แต่ก็มีข้อเสียของจุดเช็ค BTS คือต้องเดินทางและแตะบัตรเข้าไป จึงเหมาะกับคนที่ขึ้น BTS เป็นประจำอยู่แล้ว

2.เช็คเครดิตบูโรหรือเช็คแบล็คลิสออนไลน์ ผ่านแอป ได้แก่

2.1 แอปกรุงไทย Next

โดยกดเลือกเมนู “บริการธนาคาร” > “ตรวจสอบเครดิตบูโร ทั้งนี้สามารถรู้ผลได้ภายใน 3 วัน ถ้าจัดส่งผ่านอีเมล์ (เป็นความลับให้คนที่บ้านไม่เห็น) หรือหากให้จัดส่งผลผ่านไปรษณีย์รู้ผลได้ภายใน 7 วัน

Download App Next Android

Download App Next iOS

2.2 แอป Mymo

โดยกดเลือกที่เมนู “อื่นๆ” แล้วกดปุ่ม “ขอตรวจเครดิตบูโร” มีค่าบริการ 150 บาท สามารถรู้ผลได้ภายใน 24 ชั่วโมง – 3 วัน ทางอีเมล์ และ 7 วันทางไปรษณีย์

Download App Mymo Android

Download App Mymo iOS

2.3 แอป TTB Touch

โดยกดเลือกเมนู “อื่นๆ” และกดที่ขอข้อมูลเครดิตบูโร มีค่าบริการ 150 บาท สามารถรู้ผลได้ภายใน 24 ชั่วโมง – 3 วัน ทางอีเมล์ และ 7 วันทางไปรษณีย์

Download App TTB Touch Android

Download App TTB Touch iOS

2.4 แอปกรุงศรี KMA

โดยกดที่เมนูทั้งหมด > ขอข้อมูลเครดิตบูโร มีค่าบริการ 150 บาท รู้ผลได้ภายใน 7 วัน

Download App KMA Android

Download App KMA iOS

3.เช็คเครดิตบูโรหรือเช็คแบล็คลิส ฟรี ที่ไปรษณีย์ไทย

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการขอเครดิตบูโรหรือเช็คแบล็คลิสที่สามารถทำได้ทั่วประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ สามารถขอตรวจสอบได้ฟรีกับไปรษณีย์ทั่วประเทศที่ร่วมรายการกว่า 291 สาขา ข้อดีของการเช็คแบล็คลิสก่อนขอสินเชื่อหรือบัตรเครดิตผ่านช่องทางนี้ สามารถเช็คข้อมูลบัญชีสินเชื่อในเครดิตบูโรแบบสรุปได้ฟรี และรู้ผลทันที หรือหากต้องการขอข้อมูลสินเชื่อในเครดิตบูโรแบบเต็มก็สามารถแจ้งขอข้อมูลเพื่อจัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนได้ โดยมีค่าบริการ 150 บาท จัดส่งใน 7 วันทำการ แต่สามารถตรวจสอบได้เฉพาะบุคคลธรรมดา โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ไปรษณีย์ไทย หรือ THP Contact Center โทร 1545

4.ขอเครดิตบูโรหรือเช็คแบล็คลิสที่เคาน์เตอร์ธนาคาร

เป็นการเช็คแบล็คลิสด้วยตัวเองที่เคาน์เตอร์ธนาคาร ดังนี้

  • ธนาคารกรุงศรี
  • ธนาคารรกรุงไทย
  • ธนาคารทหารไทยธนชาต
  • ธนาคาร ธอส.
  • ธนาคารแอนด์แอนด์เฮาส์

โดยใช้บัตรประชาชน ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ สามารถรู้ผลภานาใน 7 วัน ทางไปรษณีย์ มีตชค่าบริการ 150 บาท วิธีการนี้ใช้สำหรับเช็คบูโรตัวเองของบุคคลธรรมดา (ไม่สามารถรับมอบอำนาจได้)

5.ขอเครดิตบูโรหรือเช็คแบล็คลิสผ่านตู้ ATM

วิธีการนี้สามารถทำได้ผ่านตู้ ATM ทั่วประเทศ โดยจะต้องมีบัตร ATM ของตู้ธนาคารที่จะใช้ยื่นขอเครดิตบูโร และต้องเป็นเจ้าของบัตรเองเท่านั้น และใช้เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ร่วมกัน

5.1ตู้ ATM ไทยพาณิชย์

ขั้นตอนคือ เลือกเมนู อื่นๆ > สมัครบริการ/ตรวจสอบข้อมูลเครดิต (NCB)> ตรวจสอบข้อมูลเครดิต (NCB)

5.2ตู้ ATM กรุงไทย

ขั้นตอนคือ เลือกเมนู บริการอื่นๆ > บริการอื่นๆ> ตรวจสอบข้อมูลเครดิต > ตรวจสอบเงื่อนไขแล้วกด ถูกต้อง โดยธนาคารทั้ง 2 แห่งมีค่าบริการ 150 บาท และจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ภายใน 7 วันทำการ

6.ขอเครดิตบูโรหรือเช็คแบล็คลิสผ่านจัดให้บริการอื่นๆ

นอกจากจุดยื่นขอรายงานเครดิตบูโรหรือเช็คแบล็คลิสที่กล่าวมาแล้ว ยังมีจุดให้บริการอื่นๆ ในกรุงเทพและปริมณฑล โดยสามารถรอรับได้เลย รู้ผลทันที มีค่าบริการ 100 บาทและใช้บัตรประชาชน มีที่ไหนบ้างนั้นไปดูกันค่ะ

6.1 อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก

ชั้น 3 (ใกล้ BTS อารีย์) ทางออก 1 ให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวบา 09.00-15.00 น. และหยุดวันนักขัตฤกษ์ มีบริการตรวจบุคคลธรรมดาด้วยตนเอง, บริการสำหรับบุคคลธรรมดาแบบมอบดำนาจ, เครดิตสกอริ่ง และ ชาวต่างชาติ รู้ผลทันที

6.2 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สำนักงานใหญ่

เป็นศูนย์ตรวจเครดิตบูโร อยู่ที่อาคาร 2 ชั้น 2 ให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-15.00 น. บริการเช็คบูโรบุคลธรรมดาด้วยตนเอง หรือแบบมอบอำนาจ นิตบุคคล และชาวต่างชาติ

6.3 ห้างเจ-นิว (นวนคร)

ชั้น 3 เป็นจุดให้บริการที่อยู่ติดกับประกันสังคม โดยให้บริการทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-15.00 น. มีบริการเช็คเครดิตบูโรด้วยตนเองและมอบอำนาจ และชาวต่างชาติ

7.ขอเครดิตบูโรหรือเช็คแบล็คลิส เสาร์อาทิตย์

มีห้างสรรพสินค้า 2 แห่ง คือ เดอะมอลล์บางกะปิ ไปขอได้ที่ CITI หรือห้างเซ็นทรัลเวสต์เกต ไปขอที่ UOB ทั้ง 2 ที่รู้ผลได้ทันที เวลา 11.00-18.00 น. (จุดนี้หยุดให้บริการชั่วคราวในช่วงโควิดระรอกใหม่ สามารถตรวจสอบอีกครั้ง)

นอกจากนี้ยังสามารถขอเครดิตบูโร เสาร์อาทิตย์ด้วยตนเองได้ที่ตู้ ATM, โมบายแอพ, ธนาคารออนไลน์ (เวบ) ตามช่องทางที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ค่ะ

8.ขอเครดิตบูโรหรือเช็คแบล็คลิสที่บูทงานต่างๆ

บริษัทเครดิตบูโรมักจะออกงานที่เกี่ยวข้องกับการเงินต่างๆ เช่น งานที่ศูนย์นิทรรศการและประชุมไบเทค บางนา, งานมหกรรมบ้านและที่ดิน ซึ่งเป็นการออกบูทในระยะสั้น ส่วนมากจะมีกิจกรรมให้ตรวจเครดิตบูโรฟรี และสามารถรู้ผลได้ทันที

วิธีปลดล็อคเครดิตบูโร หรือแก้แบล็คลิสทำอย่างไร?

แนวทางการปลดล็อคเครดิตบูโรของเราให้กลับมามีชีวิตทำได้ไม่ยากเลยค่ะ เพราะหนี้ที่สร้างมาจะต้องล้างด้วยมือของเราเอง โดยต้องปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เราสามารถกลับมาทำธุรกรรมทางเงินต่อไปได้

การปลดล็อคเครดิตบูโรโดยพบสถาบันทางการเงิน

เพื่อให้คนที่กำลังเป็นหนี้ ติดแบล็คลิสต์กับเครดิตบูโร เจรจากับสถาบันทางการเงินเจ้าหนี้ ให้ขอผ่อนระยะเวลา ชำระหนี้ออกไป อย่ากลัวว่าการเข้าพบสถาบันทางการเงิน นั่นก็เพื่อทำการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ และหาทางทำสัญญาเพิ่มเติม ตลอดจนปรับปรุงโครงสร้างหนี้นั่นเองค่ะ

การปลดล็อคเครดิตบูโรโดยการชำระหนี้ให้ตรงตามกำหนด

เมื่อเจรจากับทางสถาบันทางการเงินที่เป็นหนี้สำเร็จ ก็อย่าทำโอกาสครั้งนี้พลาดเป็นครั้งที่ 2 แนะนำให้ชำระหนี้ให้ตรงเวลา และที่สำคัญควรเก็บเอกสารการชำระหนี้ทุกชิ้นไว้ทั้งหมด เพื่อเป็นหลักฐาน การชำระหนี้ให้ตรงเวลาจัดเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เพื่อเป็นการรักษาเครดิตที่ดีเอาไว้ และควรเก็บหลักฐานที่เราจ่ายค่างวด เพราะหลักฐานสามารถนำไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ดูตอนที่เราต้องการขอสินเชื่อตัวใหม่หลังจากที่พ้นแบล็คลิสต์ไปแล้วค่ะ

การปลดล็อคเครดิตบูโรเมื่อชำระหนี้เรียบร้อย

เมื่อปัญหาติดหนี้บัตรเครดิตทำให้คุณติดแบล็คลิสต์ สิ่งที่คุณต้อทำต่อไปคือ ตรวจสอบข้อมูลเช็คแบล็คลิสด้วยตัวเองที่บริษัทข้อมูลแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร เพื่อเช็คว่าสถาบันการเงินเจ้าหนี้ได้แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้หรือยัง ถึงแม้คุณจะเคลียร์หนี้เรียบร้อยแล้ว ใช่ว่าคุณจะทำธุรกรรมทางการเงินได้ทันที เพราะข้อมูลเหล่านี้ยังอยู่กับเครดิตบูโรอยู่ อย่างน้อย 3 ปี โดยระยะเวลาที่เครดิตบูโรจะลบข้อมูล ระยะเวลาจะอยู่ประมาณ 36 เดือน หรือ 3 ปี เป็นต้นไป

การปลดล็อคเครดิตบูโรโดยการรักษาเครดิตเอาไว้

เมื่อคุณชำระหนี้เรียบร้อย เคลียร์ปัญหาติดแบล็คลิสต์เรียบร้อย จนกระทั่งคุณสามารถทำบัตรเครดิตใหม่ได้เพื่อใช้ในยามจำเป็น สิ่งที่ไม่ควรลืมก็คือการชำระหนี้ให้ตรงตามกำหนด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาติดแบล็คลิสต์ ติดเครดิตบูโรอีก เพราะไม่อย่างนั้นเครดิตของคุณก็เสียไปด้วยเช่นกันค่ะ

เชื่อว่าไม่ว่าใครก็คงไม่อยากติดเครดิตบูโรหรือติดแบล็คลิสอย่างแน่นอน แต่เมื่อปัญหามันนเกิดขึ้นแล้วเชื่อว่าทุกปัญหาย่อมมีทางแก้อยู่เสมอ ใครที่ไม่อยากต้องมากังวลคอยเช็คแบล็คลิสของตัวเอง ทางที่ดีควรรู้จักการใช้เงิน ประหยัด อดออม ใช้แต่จำเป็น ชำระหนี้บัตรเครดิต หรือหนี้อื่นๆ ให้ตรงเวลา รับรองว่าคุณจะกลายเป็นคนที่มีเครดิตดี สภาพทางการเงินไม่ติดขัดแน่นอนค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเงิน

ฝาก โอน กู้ กับ LINE BK มิติใหม่แห่งบริการทางการเงินออนไลน์

หนี้ครัวเรือน ปัญหาทางการเงินที่คนไทยต้องรู้

เสริมดวงให้ปัง! ด้วยเลขมงคลเด็ด การงาน การเงิน ให้เด่นสุดปี 2565

จะกู้ซื้อคอนโดแต่ติด Fraud List ทำยังไงดี?

ttb การรวมตัวของธนาคารทหารไทย และ ธนาคารธนชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...