โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทศมองไทย : กำแพงวัดใจ ที่ชายแดนไทย-มาเลย์

มติชนสุดสัปดาห์

เผยแพร่ 09 เม.ย. 2562 เวลา 08.00 น.

เมื่อ 1 เมษายนที่ผ่านมา มีข่าวเล็กๆ เนื้อหาน่าสนใจชิ้นหนึ่ง ปรากฏทั้งในเบอร์นามา สำนักข่าวทางการของมาเลเซีย กับในแชนเนลนิวส์ เอเชีย สื่อโทรทัศน์และเว็บไซต์ของสิงคโปร์ เป็นเรื่องของการตอบคำถามในสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซียในวันเดียวกันนั้น

เจ้าของกระทู้คำถามเป็น ส.ส. 2 คนจากรัฐทางตอนเหนือสุดของประเทศมาเลเซีย

คนแรกคือ ส.ส.จากเขตเลือกตั้งเมืองอาเรา ในรัฐปะลิส ชื่อชาฮิดาน คัสซิม

คนที่สองคือ ส.ส.เขตเมืองเมอร์บ็อก ในรัฐเคดาห์ ชื่อนอร์ อัซรีนา ซูริป เป็นกระทู้ถามรัฐบาลมาเลเซีย มี ดร.วัน อซิซาห์ วัน อิสมาอิล รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบ

ประเด็นของกระทู้ เป็นเรื่องของความตกลงระหว่างไทยกับมาเลเซีย ในการก่อสร้าง “กำแพง” ตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา

ส.ส.อาเรา ถามเกี่ยวกับความคืบหน้าของการดำเนินการตามความตกลงดังกล่าวว่า ไปถึงไหนแล้วในเวลานี้

ส่วน ส.ส.จากเมอร์บ็อก ถามต่อเนื่องว่า รัฐบาลมาเลเซียจะเอาอย่าง เลียนแบบสหรัฐอเมริกา ที่มุ่งมั่นเหลือหลายจะสร้างกำแพงกั้นชายแดนด้านใต้ติดต่อกับประเทศเม็กซิโก เพื่อกันผู้อพยพหลบหนีข้ามแดนหรืออย่างไร?

คำตอบของรองนายกฯ มาเลเซียชวนให้คิดครับ เธอบอกต่อสภามาเลเซียเอาไว้ว่า กำแพงที่ว่านั้นน่ะมีสนนราคาถึง “กิโลเมตรละ 1 ล้านริงกิต” (ราว 7.8 ล้านบาท) มีความยาวทั้งสิ้น 11 กิโลเมตร รวมแล้ว 11 ล้านริงกิต หรือราว 85-86 ล้านบาท

รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียบอกว่า “แพงเกินไป” และ “ควรมีการทบทวน”

 

นั่นเป็นคำตอบของกระทู้แรก ส่วนคำตอบของกระทู้ถัดมา ดร.วัน อซิซาห์ บอกอย่างนี้ครับ

“ในสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดี (โดนัลด์) ทรัมป์ ยังไม่ได้รับความเห็นชอบให้สร้างกำแพงระหว่างสหรัฐอเมริกากับเม็กซิโกเลย ก็เหมือนกันกับในที่นี้ เพราะราคาค่าก่อสร้างมันแพงเกินไป”

แชนเนลนิวส์ เอเชีย ให้ “ปูมหลัง” อันเป็นที่มาของกำแพงไทย-มาเลเซียว่า มีการหยิบยก “ความคิดนี้” ขึ้นมา โดยนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในเวลานั้น ระหว่างการเดินทางเยือนกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายนปี 2016 ต่อมาโครงการนี้ได้รับ “ไฟเขียว” จากที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ไทย-มาเลเซีย ในการประชุมที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนมีนาคม 2018

การประชุมจีบีซีดังกล่าวมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีกลาโหมของไทย กับฮิชัมมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม

“กำแพงตามแนวชายแดนดังกล่าว ถูกคาดหวังว่าจะช่วยในการปราบปรามการลักลอบค้ายาเสพติด, อาวุธเถื่อนและน้ำมันเถื่อน รวมไปถึงช่วยในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์” แชนเนลนิวส์เอเชียระบุเอาไว้โดยอ้างรายงานจากการประชุมดังกล่าวก่อนหน้านี้

ในรายงานของเบอร์นามาให้รายละเอียดเพิ่มเติมเอาไว้ว่า หลังจากที่ประชุมจีบีซีจะเปิดไฟเขียวนั้น มีการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลเขตแดนทางบกครั้งที่ 25 ร่วมกันของทั้งสองประเทศ โดยมีกรมแผนที่และการสำรวจรังวัดของมาเลเซียทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมขึ้นในมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม จนถึง 2 สิงหาคม เมื่อปีที่ผ่านมา

ที่ประชุมเห็นชอบการก่อสร้างกำแพงขึ้นเป็นรั้วกั้นชายแดนดังกล่าวนี้ด้วย

“คณะทำงานฝ่ายมาเลเซียได้ดำเนินการในส่วนของมาเลเซียเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่คณะกรรมการฝ่ายไทยคาดว่าจะได้ข้อสรุปสุดท้ายหลังการเลือกตั้งทั่วไปของไทยแล้วเสร็จ” รองนายกฯ มาเลเซียอธิบายต่อที่ประชุม

แต่ ดร.วัน อซิซาห์ บอกกับที่ประชุมเทวันรัคยัต หรือสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซียเอาไว้ด้วยว่า มาเลเซียกับไทยคงต้องนั่งลงหารือเรื่องนี้กันให้ชัดอีกครั้งว่าจะสร้างอย่างไร ตรง “ตามแนวชายแดน” หรือ “ก่อนถึงชายแดน”

 

นั่นคือปัญหาแรก ปัญหาต่อมาก็คือ นี่ไม่ใช่กำแพงแห่งแรกที่กั้นตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งมีความยาวรวม 656 กิโลเมตรตามข้อมูลของเบอร์นามา ซึ่งระบุไว้ด้วยว่า ตามแนวชายแดนทั้งหมดมี “กำแพง” อยู่แล้วรวมระยะทาง 111 กิโลเมตร

ตัวเลข 1 ล้านริงกิตต่อกิโลเมตร ได้มาจากการสร้างกำแพงเดิมที่ว่านี้

ถ้าจะสร้างเพิ่ม นั่นหมายความว่า กำแพงเดิมที่ผ่านมาต้องมี “ประสิทธิภาพ” ให้เห็น ถ้ายังไม่มี “ต้องเสริมเพิ่มเติม” ให้มี

อ่านข่าวจบแล้ว ผมยังไม่แน่ใจว่า กำแพงความยาว 11 กิโลเมตร จากด่านนอก ถึงด่านสะเดาของไทย ที่เป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับรัฐเคดาห์และรัฐปะลิสของมาเลเซียที่ว่านี้จะมีการสร้างตามที่ตกลงกันไว้หรือไม่

เพราะนัยของคำว่า “แพง” และ “ควรมีการทบทวน” นั่นส่อให้เห็นเช่นนั้น เว้นเสียแต่ว่ารัฐบาลไทยจะ “มือเติบ” ออกเงินก่อสร้างเองทั้งหมดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

วัดใจกันให้เห็นๆ กระจะๆ อย่างนี้แหละครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...