โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรงแรมดังโคราช วอนรบ. ปล่อยซอฟต์โลนช่วยสภาพคล่อง สร้างดีมานด์เทียมพยุงจ้างงาน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 พ.ค. 2563 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2563 เวลา 09.59 น.

นครราชสีมา – โรงแรมโคราช โอด ปิดยาวขาดรายได้ วอนรัฐบาลเห็นใจเยียวยา ปล่อยซอฟท์โลน สร้างดีมานด์เทียมมาช่วย พยุงการจ้างงาน ก่อนสถานประกอบการบางแห่งยื้อไม่ไหว ต้องปิดกิจการลง

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม นายสวัสดิ์ มังกรวัฒน์ กรรมการผู้จัดการโรงแรมสีมาธานี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ ว่า หลังสถานการณ์โรคโควิด-19 แพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทย จนรัฐบาลจะต้องออกประกาศพรก.ฉุกเฉิน และมีมาตรการต่างๆ ออกมาป้องกันควบคุมโรคกันอย่างเข้มข้น แต่ได้ทำให้เกิดผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ และการใช้ชีวิตของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะสถานบริการ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารโรงแรม รีสอร์ต และธุรกิจท่องเที่ยว ต่างพากันหวั่นว่า หากหยุดกิจการนานๆ เศรษฐกิจอาจจะพังทั้งระบบได้ เพราะขณะนี้มีบางธุรกิจส่อแววแล้วว่า จะฟื้นกลับไม่ไหว

นายสวัสดิ์ กล่าวว่า ขณะที่โรงแรมสีมาธานี หลังรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา รับลูกออกประกาศสั่งปิดสถานที่เสี่ยงแพร่กระจายโรคติดเชื้อโควิด-19 ทางโรงแรมได้ปิดให้บริการบางส่วนเป็นการชั่วคราว เหลือเปิดบริการห้องพักบางส่วนเท่านั้น สำหรับลูกค้า ลอง สเตย์ (Long Stay) ที่ทำสัญญาพักระยะยาวเอาไว้กับทางโรงแรมฯ ตั้งแต่ก่อนมีประกาศ จึงต้องเปิดบริการบางส่วนเพื่อจะดูแลลูกค้าเหล่านี้ ส่วนห้องอาหารในเรือน ที่มีรายได้หลักจากการขายบุฟเฟต์ และจากลูกค้าที่มาประชุมสัมมนาก็ปิดบริการด้วย เช่นเดียวกับห้องอาหารจัดเลี้ยง-สัมมนา ลูกค้าต่างพากันยกเลิกงานเพราะไม่สามารถจัดงานในลักษณะที่เป็นการรวมตัวของคนจำนวนมากได้ จึงถือว่าได้รับผลกกระทบเป็นอย่างมาก

“แต่ทางโรงแรมฯ ไม่มีการปลดพนักงาน แต่ยังคงให้พนักงานบางส่วนมาทำงานตามปกติ เพื่อดูแลลูกค้า“ ลอง สเตย์ในเรื่องการทำความสะอาดห้องพัก และดูแลอาหารเช้า ซึ่งหลังจากนั้นก็จะให้ช่วยส่ง Delivery อาหาร ตามที่ลูกค้าได้สั่งออร์เดอร์ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กของทางโรงแรม ส่วนพนักงานส่วนใหญ่ที่ให้หยุดงานพักอยู่บ้าน ทางโรงแรมได้ทำเรื่องยื่นขอรับสิทธิเยียวยาจากกองทุนประกันสังคมเอาไว้ ซึ่งจะช่วยจ่ายเงินให้ 62% ของเงินเดือน เป็นเวลา 3 เดือน แต่ทั้งนี้อาจไม่เพียงพอต่อการยังชีพของพนักงานหลายราย ทางโรงแรม จึงพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งให้ เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าดำรงชีพให้กับพนักงาน”

นายสวัสดิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ได้มีการหารือร่วมภาครัฐ-เอกชนในจังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร โดยมองว่า การผ่อนปรนให้เปิดบริการได้บางส่วน แต่ยังคงมาตรการป้องกันเว้นระยะห่างทางสังคม Social Distancing เอาไว้ อาทิ ร้านอาหารหากผ่อนปรนให้เปิดบริการ จะต้องจัดโต๊ะที่นั่งห่างกัน 2 เมตรนั้น ในทางปฏิบัติกลุ่มผู้ประกอบการมองว่า ยังไงก็ไม่คุ้มทุน และไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก ซึ่งในส่วนของสถานประกอบการโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว และร้านอาหาร หากมีคำสั่งปิดยาวต่อไปอีก 3-6 เดือน ก็คาดว่า จะส่งผลกระทบอย่างหนักอาจถึงขั้นปิดกิจการลงได้ เพราะตลาดต่างประเทศ เชื่อว่า อย่างน้อย 1-2 ปี จึงจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง แม้ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในประเทศไทยจะดีขึ้นตามลำดับก็ตาม แต่ชาวต่างชาติก็ยังไม่มีความมั่นใจ คงต้องรอให้มีวัคซีนป้องกันโรคออกมาก่อน จึงจะกล้าเดินทางมาพักมาเที่ยวในไทย

“ส่วนตลาดภายในประเทศ อยากให้รัฐบาลหามาตรการหรือนโยบายอื่นๆ มาช่วยเหลือเพื่อต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการบ้าง ก็จะช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนกระจายไปถึงลูกจ้าง และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ทำให้คนในชุมชนมีรายได้ไปด้วย เช่น การปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan เพื่อให้มีเงินมาหมุนเวียนใช้จ่ายบ้าง หรือรัฐบาลอาจจะผลักดันงบประมาณมาซื้อ (Demand) ดีมานด์เทียม เอาไว้ก่อน เมื่อวิกฤติโควิดผ่านไปแล้วก็ค่อยมาจัดงานหรือใช้บริการในภายหลัง เพราะถ้ายังปล่อยให้ปิดบริการไปอีกเรื่อยๆ 3-6 เดือน สถานประกอบการที่สายป่านสั้นต้องตายแน่ เพราะยื้อไม่ไหว ต้องปิดตัวลงในที่สุด จึงฝากวิงวอนไปถึงรัฐบาลและผู้ว่าราชการจังหวัดได้โปรดเห็นใจสถานประกอบการและช่วยพยุงการจ้างงานด้วย” นายสวัสดิ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...